สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๓ · ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕

ลีลาวดี วัชโรบล เสนอแนะให้รัฐบาลสนับสนุนการศึกษา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการศึกษา และการกระจายโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมกัน นอกจากนี้ยังเสนอแผนการเพิ่มงบประมาณ 9,000 กว่าล้านบาท เพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในเยาวชน

นางสาวลีลาวดี วัชโรบล กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพคะ ดิฉัน นางสาวลีลาวดี วัชโรบล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทยค่ะ ดิฉันต้องขอขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสดิฉันนั้นอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎรไปเมื่อเช้านี้นะคะ ดิฉันได้อ่านในสาระสําคัญ ทั้งหมดแล้ว รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งเลยที่รัฐบาลชุดนี้โดยการนําของท่านนั้นได้ให้ความสําคัญ กับการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ได้จัดงบประมาณถึง ๔๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ให้กับ กระทรวงศึกษาธิการ คิดเป็นร้อยละ ๑๙.๒ ของงบประมาณทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่ดิฉันรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งก็คือยุทธศาสตร์ทางด้านการศึกษา คุณธรรมจริยธรรม คุณภาพชีวิต แล้วก็ความเท่าเทียมกันในสังคม รัฐบาลนี้ได้จัดสรรงบประมาณถึง ๖๒๕,๔๔๓.๓ ล้านบาท คิดแล้วถึงร้อยละ ๒๖.๑ ของงบประมาณทั้งหมดค่ะ ที่กล่าวมาดังนี้เพราะว่าดิฉันได้เล็งเห็น ว่าการสร้างแล้วก็การกระจายโอกาสทางการศึกษานั้นเป็นสิ่งสําคัญค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ได้จัดสรรงบประมาณถึง ๓๗๒,๒๓๒.๔ ล้านบาท เพื่อให้คนไทยทุกกลุ่มทุกวัยนั้นได้เข้าถึง บริการทางด้านการศึกษาอย่างทั่วถึง โดยให้นักเรียนนั้นเป็นศูนย์กลางตั้งแต่ระดับปฐมวัย ไปจนถึงตลอดชีวิต ที่สําคัญจะมีการพัฒนาครู บุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ความสามารถ กว่า ๖๐,๐๐๐ คน สร้างครูมืออาชีพถึง ๑,๕๐๐ คน ที่โดนใจมากที่สุดก็คือบอกว่าจะสร้างครูเก่ง ครูดีที่มีคุณธรรมจริยธรรมถึง ๖๐,๐๐๐ คน รวมไปถึงการส่งเสริมให้มีครูอย่างพอเพียง เรียกว่าคืนครูให้นักเรียนที่ขาดแคลนไม่น้อยกว่า ๓๙,๕๐๐ คน ทั้งนี้ทั้งนั้นที่ดิฉันต้องกล่าวมา อย่างนี้เพราะว่า ท่านประธานทราบไหมคะว่าในปัจจุบันนั้นวงการการศึกษาของเรานั้น พบว่าเราขาดครูในวิชาหลัก ๓ วิชา ซึ่งเป็นวิชาที่สําคัญค่ะ ก็คือคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ แล้วก็ภาษาอังกฤษค่ะ ดิฉันได้เห็นว่า ๓ วิชาหลักนั้นเราไม่สามารถจะผลิตครูเก่งขึ้นมา พร้อม ๆ กันได้นะคะ จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยวิสัยทัศน์ที่ชาญฉลาด ดิฉันเห็นว่ารัฐบาล ชุดนี้ได้มีวิสัยทัศน์ในการนําเอาคอมพิวเตอร์พกพาเพื่อการศึกษา หรือแท็บเล็ตมาแจกให้กับ นักเรียนใน ม. ๑ แล้วก็นักเรียน ป. ๑ ซึ่งหลายคนมีความกังวลนะคะว่าเด็ก ป. ๑ จะสามารถ นําแท็บเล็ตนั้นเพื่อใช้ในการเรียนการสอนได้หรือไม่ เรียนดังนี้นะคะท่านประธาน เด็ก ป. ๑ คือเด็กอายุ ๗ ขวบ เป็นวัยที่จะเกิดการเติบโตของสมองอย่างรอบทิศรอบทาง เราต้องเข้าใจ ว่าเด็กนั้นมีความแตกต่างระหว่างบุคคลสูง เด็กบางคนชอบเพลง เด็กบางคนชอบภาพ เด็กบางคนชอบพูดหรือเลียนแบบนะคะ เพราะฉะนั้นในแท็บเล็ตจะมีซอฟต์แวร์ที่สามารถ ทําให้เด็กนั้นได้เข้าสู่การเรียนรู้ได้อย่างครบทุกด้าน ทําให้เด็กนั้นสามารถวาดภาพจับโยงคู่ภาพ ซึ่งภาพนี้เป็นภาพที่เสมือนจริงสามารถออกเสียงเลียนแบบเจ้าของภาษา อย่างเช่นภาษาอังกฤษ ที่เราพบว่าขาดแคลนครูเป็นอย่างยิ่งได้ เนื้อหาสาระในแท็บเล็ตสามารถสอดแทรกเรื่องของ คุณธรรมจริยธรรม สร้างแรงจูงใจให้กับเด็กที่จะสนใจในการเรียน จะมีเสียงตอบรับเมื่อเด็ก ตอบถูกและตอบผิด ซึ่งถือได้ว่าเป็นการกระตุ้นให้เด็กนั้นเกิดความอยากรู้อยากเห็น อยากลอง แล้วก็อยากศึกษาค่ะ อีกหนึ่งระดับชั้นนะคะ ซึ่งเมื่อเช้านี้ดิฉันก็รู้สึกดีใจว่ารัฐบาลนี้ได้เห็น ความสําคัญในเด็ก ม. ๑ คือเด็กอายุ ๑๓ ปี ซึ่งวัยนี้เป็นวัยรุ่น วัยอยากรู้ วัยอยากลอง ดิฉันก็ดีใจ และรู้สึกปลื้มใจที่รัฐบาลชุดนี้มองการณ์ไกล แล้วก็กล้าคิด แล้วก็กล้าลงทุนต่อการศึกษาของ เด็กค่ะ

อีกหนึ่งนโยบายที่ดิฉันมองว่าเป็นนโยบายที่จะสร้างโอกาสให้กับสังคมไทย ก็คือการอนุรักษ์และส่งเสริมการพัฒนาศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ซึ่งรัฐบาลนี้ได้จัด งบประมาณถึง ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพื่อที่จะให้เกิดการปลูกฝังขึ้นในเด็กและเยาวชน ดิฉันขอเป็นกําลังใจให้กับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนปัจจุบัน เพราะทราบ มาจากหน้าข่าวหนังสือพิมพ์บอกว่าส่งเสริมเรื่องของคุณธรรมจริยธรรมอย่างเป็นรูปธรรม ที่สุด ดิฉันขออภิปรายสนับสนุนนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลทุกข้อ ทุกอย่าง เพราะเล็งเห็น แล้วว่าเป็นนโยบายที่จะสามารถนําพาประเทศและเยาวชนของประเทศก้าวสู่อาเซียนและ ก้าวสู่ระดับสากลได้ ขอบคุณค่ะ