ฮอชาลี ม่าเหร็ม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๓ · ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕

ฮอชาลี ม่าเหร็ม วิจารณ์นโยบายรัฐบาลเรื่องข้าวที่ล้มเหลวในการส่งออกและเรียกร้องให้ตรวจสอบการทุจริตค่าความชื้นของโรงสี พร้อมสอบถามการจัดการสต็อกข้าวที่มีอยู่เพื่อสร้างรายได้ให้ประเทศ

นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สตูล

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้อ่านรายละเอียดของงบประมาณที่ทางท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงเมื่อตอนเช้า ประเด็น ที่ผมจะขออภิปรายในช่วง ๗ นาที ซึ่งได้รับจากทางวิปของซีกฝ่ายค้านนั้นก็เป็นเรื่องของที่ เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชน นั่นก็คือเรื่องของราคาสินค้าที่เป็นผลิตผลทางด้านการเกษตร มีอยู่ ๒ อย่างที่อยากจะใช้เวลา ๗ นาทีนั้นก็คือเรื่องยางพาราแล้วก็ข้าว เรื่องของยางพารา แล้วก็ข้าวนั้นผมอยากจะขอใช้คําซึ่งติดปากพี่น้องประชาชน คําว่ายางพารานั้นเราเสียของ ส่วนข้าวนั้นเราเสียแชมป์ไปแล้ว เสียของอย่างไรครับ ในเรื่องของยางพาราท่านประธานครับ ท่านได้จัดงบประมาณในการที่จะดูแลเสถียรภาพของราคาสินค้าทางด้านการเกษตร แต่ยางพารานั้นเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศไทยที่เป็นเจ้าแห่งการส่งออกในอาเซียน แล้วก็ในโลกก็ว่าได้ ปัจจุบันนี้ประเทศคู่ค้าที่ซื้อยางพาราเขาต้องการซื้อยางพาราที่มีคุณภาพ และมีปริมาณมากจากประเทศไทย และตัวซัพพลาย และตัวดีมานด์นั้น ซึ่งดีมานด์ความต้องการ จากจีนแล้วก็ประเทศคู่ค้าทั่วโลกนั้นเขามีความต้องการราคายางพาราจากประเทศไทย อย่างมาก แต่ด้วยเหตุที่การบริหารนโยบายที่ผิดพลาดของรัฐบาลชุดนี้ ผมขอย้ําคําว่ารัฐบาล ชุดนี้ ชุดที่แล้วนั้นท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผู้ที่ดูแลเรื่องยางพารา เราเรียกผู้ส่งออกมา ทั้งหมด เจ้าใหญ่ของยางพาราทั้งหมดมานั่งคุยกันว่าเราจะไม่ขายถ้าหากว่าสต็อก (Stock) ในเมืองไทยไม่ได้ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าตัน และรัฐบาลก็ได้ดูแลในเรื่องของวงเงินสินเชื่อต่าง ๆ ให้กับผู้ส่งออก เพราะฉะนั้นประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ ประเทศอินโดนีเซีย จึงมีทิศทางเดียวกันในการที่จะทําสต็อกในประเทศเพื่อเป็นการต่อรองกําลังซื้อจาก ประเทศจีน ผลก็คือเมื่อเราสามารถที่จะรวมกันได้ ราคามันก็ไปที่ ๑๕๐ บาท ๑๗๐ บาท ๑๘๐ บาท แต่ด้วยนโยบายที่ผิดพลาดที่ท่านเข้ามาแล้วก็เปลี่ยนรัฐมนตรีถึง ๒ ท่าน ท่านแรก ได้พาบริษัทใหญ่ที่ค้ายางพาราไปทําสัญญากับประเทศจีนเอาไว้ ๑๐๕ บาท แล้วก็ปรับ ท่านนั้นออกไปนะครับ มาท่านใหม่บอกว่าจะให้ได้ถึง ๑๒๐ บาท ก็ในเมื่อท่านได้ทําสัญญา เอาไว้กับประเทศจีน ๑๐๕ บาท แล้ว ๑๒๐ บาท มันจะเป็นไปได้อย่างไรในรอบ ๑ ปีหรือ ๒ ปี ตามปริมาณที่เขาจะต้องส่งมอบให้กับประเทศจีนนั้นก็ต้องทําราคาเพื่อให้ได้ส่งออก ในราคา ๑๐๕ บาท เพราะฉะนั้นตอนนี้พี่น้องประชาชนในอีสาน ในภาคเหนือและทุกพื้นที่ รวมถึงภาคใต้บ้านของผมด้วยก็ยืนอยู่ที่ราคา ๙๕ บาท และ ๙๗ บาท เพราะว่าอย่างไรก็ต้องส่งมอบให้กับประเทศจีนในราคา ๑๐๕ บาทให้ได้ตามที่ท่านกรณ์ แล้วก็ ซึ่งคนในรัฐบาลชุดนี้ได้ไปทําสัญญาเอาไว้ นั่นคือทําให้เราเสียของ ทําให้ราคาที่มันควรจะได้ ๑๗๐ บาท ๑๘๐ บาท มันไม่ได้ตรงนั้นเพราะท่านไปทําสัญญาล่วงหน้าเอาไว้ นั่นคือสิ่งที่ ผมอยากจะบอกว่ายุทธศาสตร์ของท่านที่ต้องการจะให้สินค้า โดยเฉพาะยางพารานั้น มีเสถียรภาพ จึงไม่สามารถที่จะยืนอยู่ในราคาของมันได้

อีกประเด็นหนึ่งท่านประธานครับ ในเรื่องของข้าว เมื่อก่อนเราเคยภาคภูมิใจว่า ประเทศชาติบ้านเมืองของเรานั้น ประเทศไทยเราเรียนหนังสือตั้งแต่ชั้นประถมศึกษามา จนถึงชั้นมัธยมศึกษาก็คือไทยเป็นเจ้าในการส่งออก ในการขายข้าวเปลือก ขายข้าวสารให้กับ ประเทศพรีเมียม (Premium) แล้วก็ประเทศที่มีความต้องการทางด้านข้าวนะครับ แต่เนื่องจากด้วยนโยบายที่ท่านได้เขียนเอาไว้แล้วท่านได้ปฏิบัติบอกว่าทุกเม็ดต้อง ๑๕,๐๐๐ บาท ก็เลยทําให้ต้นทุนของข้าวในการที่จะไปแข่งกับประเทศเวียดนาม ไปแข่งกับประเทศจีน ตอนนี้เราไม่สามารถที่จะแข่งกับประเทศอินเดีย กับประเทศเวียดนามและประเทศคู่ค้าอื่น ๆ ได้ ตอนนี้ประเทศอินเดียมาแซงเราในเรื่องของข้าว ข้าวเปลือก ข้าวขาว ข้าวนึ่ง ส่วนประเทศเวียดนาม กําลังจะแซงเราในด้านของข้าวหอมมะลิ นั่นคือการเสียโอกาสซึ่งเกิดขึ้นได้ในรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งท่านเองก็รู้ว่าข้อมูลตั้งแต่เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคมเป็นต้นมานั้น ยอดการส่งออกข้าวตกลงไปนะครับ ในสมัยพรรคประชาธิปัตย์เราเป็นรัฐบาลซึ่งเรามีนโยบาย ประกันรายได้แล้วก็เงินไปถึงเกษตรกรไม่ต้องพาข้าวเปลือกมาให้เพื่อนโกงค่าความชื้น เมื่อสักครู่นี้ เพื่อนสมาชิกบอกว่าดูแลเรื่องค่าความชื้น แต่จริง ๆ แล้วผมมีข้อมูลว่าชาวนาถูกโกงความชื้น ด้วยโรงสี ซึ่งมีใบประทวนชัดเจนนะครับว่า ๓๘ เปอร์เซ็นต์ ข้อมูลมีอยู่ในมือ อยู่ในซอง ข้างหน้าผมนะครับ ๓๘ เปอร์เซ็นต์โดนโกง แล้วก็โกงไปเป็นจํานวนหลายเกวียนก็คิดเป็นเงิน ก็หลายหมื่นบาท นั่นคือสิ่งที่มันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นที่บอกว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ทุกเม็ดมันจึง ไม่เป็นไปตามคําพูดที่ได้พูดเอาไว้ ชาวบ้านได้จริงเขาให้ ๙,๐๐๐ บาท หรือ ๑๐,๐๐๐ บาท หรือบางเจ้าก็อาจจะได้ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท นี่คือสิ่งที่โรงสีต้องการแต่ชาวบ้านถูกหลอกนะครับ นี่คือสิ่งที่อยากจะขอเรียนกับท่านว่านโยบายต่าง ๆ ที่วางเอาไว้นั้นจะต้องยืนอยู่บนพื้นฐาน ของข้อเท็จจริง เพราะว่าพี่น้องประชาชนนั้นเขามีความหวัง เมื่อท่านให้ความหวังไว้ว่า ๑๕,๐๐๐ บาททุกเม็ดก็จะต้อง ๑๕,๐๐๐ บาททุกเม็ด นั่นคือสิ่งที่จะต้องทําตามสัญญา แต่ข้อเท็จจริงนั้นมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น ผลประโยชน์มันจึงไปตกอยู่กับผู้ประกอบการโรงสี ผลประโยชน์ชาวนาจะต้องถูกหักในเรื่องของค่าความชื้นถึง ๓๘ เปอร์เซ็นต์นะครับ กขช. ของท่านกําหนดเอาว่าเพียงแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ข้อมูลที่ผมได้มา ๓๘ เปอร์เซ็นต์ซึ่งอยู่ ในมือของชาวนาแล้วก็ชาวนาให้มากับพรรคประชาธิปัตย์ของฝ่ายค้านของเราให้ได้ช่วยกัน ตรวจสอบเพื่อความเป็นธรรมให้กับพี่น้องประชาชน นอกเหนือจากนั้นยังมีหลายแนวทาง ที่ทําให้ชาวนานั้นถูกกีดกัน ไม่ว่าจะเป็นการไม่ให้เข้าร่วมโครงการในเรื่องของการสวมสิทธิ แล้วก็ในเรื่องของการที่หักสิ่งเจือปนมากมายนะครับ ทําให้ไม่ได้ตามที่ชาวนามีความต้องการ ผลก็คือว่าชาวนาก็ไม่ได้ตามสัญญา และการเป็นแชมป์ในการส่งออกข้าวของประเทศ เราจึงเสียแชมป์ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะถามท่านประธานไปถึงรัฐบาลว่าแล้วสต็อกข้าว ที่มีอยู่ในประเทศตรงนี้ท่านจะปล่อยให้มอดกินหรือว่าจะจัดการอย่างไร ให้ระบายให้มันเป็น รายได้ของประเทศต่อไปครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ