สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๓ · ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕

วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๖ โดยเน้นย้ำว่าเศรษฐกิจในปี ๒๕๕๕ มีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ ๕.๕-๖.๕ และปี ๒๕๕๖ มีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ ๔-๕ จัดงบประมาณลงไปใน ๘ ยุทธศาสตร์ พร้อมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงบประมาณที่ตั้งไว้ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และเรียกร้องการเสริมสร้างเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร โดยการรับจํานําข้าวเปลือกหอมมะลิตันละ 20,000 บาท และข้าวนาปรังตันละ 15,000 บาท

นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งคณะรัฐมนตรี เป็นผู้นําเสนอ เป็นงบประมาณรายจ่ายขาดดุล ซึ่งตั้งไว้ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขาดดุล ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สูงกว่างบประมาณปี ๒๕๕๕ เพียง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งกระผมขอตอกย้ํางบประมาณที่ตั้งไว้ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ อีกครั้งหนึ่ง เป็นรายจ่ายประจําถึง ๗๙.๒ เปอร์เซ็นต์ เป็นรายจ่ายลงทุน ๑๘.๗ เปอร์เซ็นต์ เป็นรายจ่ายชําระคืนต้นเงินกู้ ๒.๑ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งงบประมาณรายจ่ายนี้ ถ้าพี่น้องประชาชน ผู้ที่รับชมรับฟังอยู่ทางบ้านอาจจะมองว่าเป็นงบประมาณที่สูง เกรงว่ารัฐบาลนั้นจะมีปัญหา ในการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งบางครั้งก็ได้รับฟังจากทางเพื่อนสมาชิกซีกฝ่ายค้าน ได้บอกว่าขณะนี้เศรษฐกิจไม่ดีข้าวของแพงท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชน ผู้ที่รับชมรับฟังอยู่ทางบ้านว่าให้มั่นใจได้ รัฐบาลชุดนี้ โดยมีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นได้ชี้แจงแถลงเมื่อเช้านี้ว่าแนวโน้ม ภาวะเศรษฐกิจทั่วไปในปี ๒๕๕๕ นั้นมีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ ๕.๕-๖.๕ และปี ๒๕๕๖ นั้น มีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ ๔-๕ ที่สําคัญที่สุด ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ว่าในอนาคตคาดว่าจะสามารถจัดทํางบประมาณแบบสมดุล สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันให้กับ พี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศได้รับทราบ และงบประมาณที่ตั้งไว้ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น คณะรัฐมนตรีชุดนี้ได้จัดงบประมาณรายจ่ายลงไปใน ๘ ยุทธศาสตร์ ๑ รายการ ค่าดําเนินการภาครัฐ ใน ๘ ยุทธศาสตร์นั้น ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมจะขออนุญาต ยกตัวอย่างในยุทธศาสตร์แรกคือยุทธศาสตร์การสร้างรากฐานการพัฒนาที่สมดุลสู่สังคม ซึ่งได้จัดไว้ถึง ๔๙๑,๔๘๒ ล้านบาท คิดเป็น ๒๐.๕ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ

ในข้อ ๑.๙ จะเห็นได้ว่ารัฐบาลชุดนี้ได้ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยการพัฒนาศักยภาพขนาดของหมู่บ้านและชุมชนตามที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายเอาไว้ก็คือ นโยบายเอสเอ็มแอล บ้านขนาดเล็ก ๓๐๐,๐๐๐ บาท บ้านขนาดกลาง ๔๐๐,๐๐๐ บาท บ้านขนาดใหญ่ ๕๐๐,๐๐๐ บาททุกหมู่บ้าน และเพิ่มกองทุนหมู่บ้านอีกหมู่บ้านละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ชุมชนละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อเช้านี้ผมได้นั่งฟังเพื่อนสมาชิก ในซีกฝ่ายค้านได้อภิปรายและมีความเป็นห่วงว่าประชาชนตั้งความคาดหวังเอาไว้สูงเกี่ยวกับ งบประมาณรายจ่าย ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ และเป็นห่วงว่างบประมาณนี้ทําอย่างไร จะคืนสู่ประชาชนให้มากที่สุด ผมยกตัวอย่างเมื่อสักครู่นี้นโยบายเอสเอ็มแอล นโยบายเพิ่มกองทุน หมู่บ้านเห็นได้ชัดเจนเลย อีกทั้งยังมีการเพิ่มทุนเพิ่มเติมให้กับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี อีกทุกจังหวัด สิ่งเหล่านี้ได้เห็นชัดเจนแล้วว่าเป็นเครื่องชี้วัดว่างบประมาณดังกล่าวนั้นได้คืนสู่ พี่น้องประชาชน

และอีกข้อหนึ่งที่เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านได้อภิปรายเมื่อเช้าว่าทําอย่างไรจะสร้าง ความเป็นธรรมให้กับสังคมและจัดงบประมาณที่เป็นธรรม สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องชี้วัดแล้วครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมขออภิปรายในข้อ ๑.๑๐ อีก นั่นก็คือการเสริมสร้าง เสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร นั่นก็คือมีการรับจํานําข้าวเปลือกหอมมะลิตันละ ๒๐,๐๐๐ บาท ข้าวนาปรังตันละ ๑๕,๐๐๐ บาท ในช่วงแรกนั้นอาจจะไม่ประสบผลสําเร็จเท่าที่ควร แต่ถามเกษตรกรแล้วบอกว่ายังดีกว่าที่ผ่านมา ขณะนี้เกษตรกรมีรายได้ดี มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ถ้าบอกว่าไม่ดีลองไปสังเกตดูครับ ขณะนี้เกษตรกรออกรถใหม่แทบทุกจังหวัด แทบทุกอําเภอ

และในข้อ ๑.๑๑ การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการเกษตร เห็นได้ชัดเจนว่า รัฐบาลได้จัดเงินงบประมาณ ๑,๖๕๐ ล้านบาทให้กับสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ นั่นก็แสดงให้เห็นแล้ว ท้ายที่สุดนี้ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมมั่นใจเหลือเกินว่า เมื่อรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณแบบสมดุลแล้ว นั่นล่ะครับ ประเทศไทยของเราจะเดินเข้าสู่ ประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ แบบสง่าผ่าเผย เพราะฉะนั้นขอให้กําลังใจคณะรัฐมนตรีชุดนี้ คณะรัฐบาลชุดนี้ที่ได้นําเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ในจํานวนเงิน ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และให้กําลังใจกับคณะรัฐมนตรีชุดนี้ด้วย ขอบคุณมากครับ