สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๓ · ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕

ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ หารือเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ และเสนอแผนการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน โดยเน้นการลงทุน การสร้างความมั่นคงทางอาหาร และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเกษตรกร พร้อมเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสม และสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖

นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสดิฉันในการร่วมอภิปรายเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ในครั้งนี้ ซึ่งดิฉันถือว่ามีความสําคัญ และเป็นโอกาสอันดีที่พี่น้องประชาชนที่รับฟังรับชมอยู่ทางบ้านจะได้ทราบว่ารัฐบาล มียุทธศาสตร์ในการดําเนินงานในการกําหนดงบประมาณของประชาชนอย่างไร พี่น้อง ประชาชนจะได้รับทราบว่ารัฐบาลมีการจัดการบริหารงบประมาณที่เป็นภาษีของประชาชน ไปในทางไหน เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น มีความก้าวหน้าทั้งในด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนทั้งในภาพรวมของในและนอกประเทศต่อไปค่ะ ท่านประธานคะ ก่อนอื่นดิฉันต้องขออนุญาตในการที่จะใช้เอกสารที่ทางสภาได้จัดให้กับ เพื่อนสมาชิกในการประกอบการอภิปรายในครั้งนี้นั่นก็คือบันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสําคัญ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ข้างในนี้ได้มีการ กําหนดวัตถุประสงค์และยุทธศาสตร์ในการจัดทํางบประมาณไว้อย่างชัดเจน ซึ่งเมื่อดิฉัน ได้ศึกษาดูแล้วก็พบว่าแนวทางหนึ่งในการที่รัฐบาลใช้น้อมนําในการกําหนดนโยบายก็คือ การน้อมนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักในการพัฒนาประเทศ ให้ประชาชนสามารถ พึ่งพาตนเองได้ ควบคู่กับการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในระดับสากล ในปี ๒๕๕๖ นี้ รัฐบาลได้กําหนดงบประมาณรายจ่ายอยู่ที่ ๒.๔ ล้านล้านบาท ในขณะที่เป้าหมายการจัดเก็บ รายได้ของรัฐบาลอยู่ที่ ๒.๑ ล้านล้านบาท โดยกําหนดวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล งบประมาณจํานวน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเราลองเปรียบเทียบตัวเลขกับปี ๒๕๕๕ เราพบว่าเป็นการตั้งงบประมาณที่ขาดดุล ลดลงจาก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จึงเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมรัฐบาลค่ะว่าภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร นี้ มีนัยสําคัญของการจัดทํางบประมาณขาดดุลที่ลดลงจากปีก่อน ๆ จะนําไปสู่ความสมดุลของ การจัดทํางบประมาณในปีต่อ ๆ ไปในที่สุด และที่สําคัญยังแสดงถึงความมีวินัยทางการคลัง ของรัฐบาลซึ่งเราจะเห็นได้จากตัวเลขการจัดเก็บรายได้ที่เพิ่มขึ้นจาก ๑.๙๘ ล้านล้านบาท ในปี ๒๕๕๕ เป็น ๒.๑ ล้านล้านบาทในปี ๒๕๕๖ ท่านประธานคะตัวเลขตรงนี้นั้นแสดงถึง อะไรคะ แสดงถึงการจัดเก็บรายได้ที่เพิ่มขึ้น ๑.๒ แสนล้านบาท ทําให้เห็นว่าแม้รัฐบาล จะมีรายรับที่มากขึ้นแต่ก็ใช้จ่ายเฉพาะที่เป็นส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน อย่างแท้จริงและจริงจัง และเลือกที่จะกําหนดให้งบประมาณขาดดุลลดลงเพื่อให้เศรษฐกิจ ภาพรวมของประเทศมีความสมดุลมากที่สุดค่ะ ต่อไปดิฉันจะขอเรียนท่านประธานว่า จากการพิจารณายุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ นี้ ดิฉันพบว่ารัฐบาลได้มีการกําหนดรายจ่ายและมีความสอดคล้องกับนโยบายที่รัฐบาล ได้นําเสนอและเคยประกาศต่อประชาชนไว้ รวมถึงเป็นการกําหนดนโยบายและงบประมาณ ที่สนับสนุนและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนของพี่น้องชาวไทยอย่างแท้จริง ดิฉันต้องขอ พูดถึงในเรื่องของการเพิ่มรายได้ของพี่น้องประชาชนที่ถือว่าเป็นนโยบายหนึ่งที่เป็นการ สนับสนุนให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น ดังเช่นการปรับเงินเดือนผู้จบการศึกษาระดับ ปริญญาตรีเป็น ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน ซึ่งตรงนี้ต้องรวมถึงข้าราชการทุกหน่วยงานก็จะต้อง ได้รับสิทธิประโยชน์จากตรงนี้เช่นเดียวกัน ดิฉันต้องขอเรียนท่านประธานถึงรัฐบาลว่าขอให้ รัฐบาลกําหนดงบประมาณในส่วนนี้ครอบคลุมถึงข้าราชการทุกระดับชั้นและทุกหน่วยงาน เพื่อที่ว่าสิ่งดี ๆ จะไปถึงพี่น้องประชาชนจากการที่รัฐบาลได้กําหนดไว้และเป็นประโยชน์ ต่อประชาชนอย่างแท้จริงในครั้งนี้อย่างทั่วถึงด้วย ดิฉันต้องขออนุญาตเชื่อมโยงการเพิ่ม เงินเดือนเป็น ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของไทยอย่างไร เพราะจากการที่ดิฉันได้ศึกษาในระดับปริญญาเอกนั้นดิฉันได้มีโอกาสพบปะผู้เชี่ยวชาญ ทางด้านการศึกษาหลาย ๆ ท่านซึ่งก็พบว่าสาเหตุหนึ่งที่ทําให้การศึกษาไทยยังมีปัญหาอยู่ใน หลาย ๆ ปีที่ผ่านมานั้นเกี่ยวเนื่องกับอัตราค่าจ้างค่าตอบแทนของครูบุคลากรทางการศึกษา ครูบางครั้งต้องทํางานพิเศษเพื่อที่จะให้มีรายได้เพิ่มเติมนั่นก็เป็นเหตุผลให้การสอน ที่มีประสิทธิภาพนั้นอาจจะลดต่ําลง ฉะนั้นถ้าหากว่ารัฐบาลได้กําหนดค่าแรงหรือค่าตอบแทน สําหรับครูเพิ่มมากขึ้นดิฉันก็คิดว่าน่าจะเป็นส่วนหนึ่งและปัจจัยหนึ่งที่จะทําให้การศึกษา ของไทยนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นค่ะ ท่านประธานคะ ในด้านของการสร้างสรรค์นวัตกรรมและองค์ความรู้ใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพ ครู อาจารย์และระบบการศึกษา หรือการจัดสรรเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษานั้นเพื่อให้เกิด ความเท่าเทียมกัน ทั้งในด้านโอกาสและการเข้าถึงการศึกษา ถือเป็นสิทธิที่ประชาชนต้องได้รับ และเป็นที่น่าชื่นชมรัฐบาลค่ะ เพราะทุกอย่างที่ดิฉันได้กล่าวมาข้างต้นรัฐบาลได้ให้ความสําคัญ และกําหนดไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ เพื่อตอบสนอง ความจําเป็นนั้น เพราะฉะนั้นงบประมาณจํานวน ๖๒๕,๔๔๓.๓ ล้านบาท ตามยุทธศาสตร์ที่ ๔ ในเรื่องของยุทธศาสตร์การศึกษาคุณธรรมจริยธรรม คุณภาพชีวิตและความเท่าเทียมกัน ในสังคม ที่ได้ระบุไว้ว่าเพื่อสนับสนุนด้านการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพและมีมาตรฐาน ให้แก่ประชากรในวัยเรียนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย การสร้างการกระจายโอกาสทางการศึกษา ให้ทั่วถึงและเป็นธรรม ดิฉันมั่นใจว่าเราไม่มีเหตุผลใดที่จะปฏิเสธสิ่งดี ๆ ที่รัฐบาลได้มอบไว้ ให้กับประชาชนดังนี้ค่ะ

อีกตัวอย่างหนึ่งที่ดิฉันจะขอกล่าวถึงในฐานะที่ได้มีโอกาสในการเข้าไปทํางาน ในส่วนของคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ดิฉันต้องพูดถึงยุทธศาสตร์การสร้างความ เจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืนของรัฐบาลที่จัดสรรงบประมาณไว้ ที่ ๒๒๘,๓๙๕.๘ ล้านบาท จากการวิเคราะห์ของนักเศรษฐศาสตร์ต่อภาวะเศรษฐกิจโลก ที่มีความผันผวนและเปราะบางในปัจจุบันนี้ การสร้างความมั่นคงทางอาหาร การเสริมสร้าง ความเข้มแข็งของเกษตรกร เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ เป็นเรื่องที่ดิฉัน ต้องชื่นชมรัฐบาลอีกครั้งที่ให้ความสําคัญกับเกษตรกรไทยโดยกําหนดไว้เป็นยุทธศาสตร์หลัก ที่สําคัญเอาไว้ด้วย และบวกกับแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจที่เน้นเรื่องการลงทุน ทั้งการบริโภคและการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ในเรื่องของมาตรการการฟื้นฟูประเทศหลังเหตุการณ์ ปัญหาน้ําท่วมในปีที่แล้ว รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ไว้อย่างชัดเจนและลงตัว และมีความเหมาะสมที่สุด ท่านประธานคะ ยังมีงบประมาณในกระทรวงต่าง ๆ ที่ดิฉัน อยากจะกล่าวถึง เช่นในเรื่องของยุทธศาสตร์การต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ จํานวน ๗,๙๘๒.๒ ล้านบาท ดิฉันเห็นว่าอาจจะเป็นจํานวนที่น้อยเกินไปเมื่อเทียบกับ ความจําเป็นที่เราจะต้องสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน ในการที่เราจะต้อง เตรียมความพร้อมทางด้านการเมือง ความมั่นคงทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ภาพลักษณ์ที่ดีของประชาชนประเทศไทยเป็นสิ่งที่สําคัญ เราจะต้องใช้การประชาสัมพันธ์ให้ชาวต่างชาติได้ตระหนักรู้ถึงความมีเสถียรภาพของ ประเทศไทยในการที่จะเข้ามาลงทุนและการทําการค้าต่อไป งบประมาณในส่วนนี้ถ้าบางท่าน อาจจะมองว่ามากไป แต่ถ้าท่านลองเปรียบเทียบกับผลลัพธ์ที่จะกลับมาสู่ประเทศไทยที่จะ กลับมาสู่พี่น้องประชาชนชาวไทย ดิฉันก็เห็นว่าเป็นความจําเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องให้ ความสําคัญค่ะ ท่านประธานคะ ด้วยเวลาอันจํากัด ดิฉันไม่สามารถกล่าวถึงนโยบายต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณไว้อย่างครบถ้วนต่อพี่น้องประชาชนนี้ แต่ก็เชื่อว่าสมาชิกที่อยู่ ณ ที่นี้จะได้รับทราบถึงการจัดสรรงบประมาณที่มีความรอบคอบและมีวินัยทางการคลังของ รัฐบาลอย่างน่าชื่นชมค่ะ

สุดท้ายนี้ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่ดิฉันได้กล่าวมาข้างต้น ดิฉันขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ นี้ ด้วยหวัง เป็นอย่างยิ่งว่าชีวิตความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ สังคม ของประเทศไทยจะพัฒนาก้าวหน้าต่อไป ภายใต้รัฐบาลและการนําของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ค่ะ ขอขอบคุณค่ะ