ชินวรณ์ บุณยเกียรติ หารือเรื่องงบประมาณรายจ่ายปี 2556 ของรัฐบาล และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งแก้ไขปัญหาค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นในเรื่องของปุ๋ยเคมี ขนส่ง และสินค้าอุปโภคบริโภค
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธาน ที่เคารพครับ เมื่อตอนเช้ากระผมได้มีโอกาสฟังการอ่านคําแถลงประกอบงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ โดยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าเมื่อได้ฟังท่านนายกรัฐมนตรีได้ย้ําเป็นประเด็น สุดท้ายว่าต้องการที่จะใช้งบประมาณดังกล่าวนี้เพื่อที่จะให้มีการพัฒนาประเทศทุกภาค ส่วนบนพื้นฐานความพอเพียงในระยะยาว ทั้งนี้โดยคํานึงถึงความอยู่ดีมีสุข และประโยชน์ ที่จะตกอยู่กับประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ ผมอยากเรียนกับท่านประธานว่างบประมาณ ๒.๔ ล้านล้านบาท เป็นเงินภาษีของพี่น้องประชาชนที่พวกเราในสภานี้จะต้องร่วมกันพิจารณา เพื่อที่จะให้การใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ได้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน แต่เมื่อมาดูองค์ประกอบหลักแล้วก็พบความเป็นจริงว่างบประมาณที่รัฐบาลจัดตั้งในปีนี้ ก็เป็นไปตามยุทธศาสตร์เดิมเมื่อปีที่ผ่านมา ๘ ยุทธศาสตร์ และแน่นอนที่สุดครับ ผมคิดว่า เมื่อลงไปดูในรายละเอียดเราก็จะพบความเป็นจริงครับว่างบประมาณที่มีการจัดตั้งในปีนี้ ก็เหมือนที่หลายท่านเป็นห่วงว่าในท้ายที่สุดเงินภาษีของพี่น้องประชาชนจะสนองตอบ ต่อพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อย พี่น้องประชาชนที่อยู่ในชนบท ห่างไกลมากน้อยเพียงไร ผมคิดว่ามีหลายท่านได้ลุกขึ้นมาพูดในสภานี้ ที่ต้องการเห็นเงินภาษี ของพี่น้องประชาชนกลับไปสู่พี่น้องประชาชนอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพสูงสุด แต่เมื่อผมมาดูการจัดตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําปีของรัฐบาล เราก็พบความเป็นจริงว่า รัฐบาลไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษที่จะตอบโจทย์พี่น้องประชาชน บุคคลที่ต้องมีความจําเป็น ได้รับการพัฒนา วันนี้เรากลับพบว่าในช่วง ๑ ปีที่ผ่านมา พี่น้องต้องรับภาระในเรื่องสินค้า อุปโภค บริโภค จนได้ชื่อว่าแพงทั้งแผ่นดิน ในขณะเดียวกันสินค้าที่พี่น้องประชาชนผลิต ขึ้นมาได้เองจากเกษตรกรกลับราคาถูกลงทั้งแผ่นดิน สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าแน่นอนที่สุดครับ ก็ย่อมที่จะต้องเกิดจากนโยบายของรัฐบาล ผมจําได้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้หาเสียงบอกว่า จะกระชากรายจ่ายให้ลดลง และเพิ่มรายได้ให้สูงขึ้น แต่วันนี้ท่านประธานครับ ผมคิดว่า ผลงานที่ออกมาคือกระชากรายได้ให้ลดลง แต่เพิ่มรายจ่ายให้สูงขึ้น ท่านประธานกลับไปดูว่า พี่น้องเกษตรกรของเราวันนี้ค่าปุ๋ยกระสอบละเท่าไร กระสอบ ๕๐ กิโลกรัม ๑,๒๐๐ บาท ค่าสารเคมีเพิ่มสูงขึ้น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ค่าขนส่งไม่ต้องพูดถึงนะครับ เมื่อน้ํามันดีเซลเพิ่มขึ้น ค่าขนส่งก็ต้องเพิ่มขึ้น แต่ในทางกลับกันผลผลิตทางการเกษตรทุกตัวราคาตกต่ําลง เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ปรารภในช่วง สุดท้ายของการอ่านคําประกอบแถลงงบประมาณนั้นเป็นเรื่องที่ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรี ต้องมาดูในความเป็นจริงครับว่า เงินภาษีของพี่น้องประชาชนที่เราจะได้อภิปรายต่อไปนี้ ทําอย่างไรที่จะให้มีผลโดยตรง ผมขออนุญาตที่จะไม่นําเรียนไปถึงเรื่องอื่นนะครับ ที่พี่น้องประชาชนพบความเป็นจริง วันนี้ลูกหลานเข้าโรงเรียนต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ตั้งแต่ค่าชุดนักเรียน แต่ยังจัดเงิน รายหัวได้เท่าเดิม นโยบายที่ได้ให้มีการจัดตั้งตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ให้เรียนฟรี เรียนดี อย่างมีคุณภาพ วันนี้ท่านก็มามุ่งเน้นแค่เรียนดี มีคุณภาพ ภาระที่จัดเงินรายหัวให้กับ นักเรียนกลับเท่าเดิม แต่ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น ไปดูที่โรงพยาบาลสิครับ คนยากคนจนอยู่ใน สภาพอย่างไรครับท่านประธาน วันนี้รัฐบาลกําลังจะเอาโครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค เข้ามา ทําไมต้องให้เขาไปเพิ่มรายจ่ายเวลาไปโรงพยาบาลอีกครั้งละ ๓๐ บาทละครับ เพราะที่ผ่านมาก็ใช้บัตรประชาชนใบเดียวก็สามารถรักษาพยาบาลฟรี แต่วันนี้สิ่งที่ผม อยากจะเรียนกับท่านประธานก็อยากจะกลับมาสู่กลุ่มพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะครับ ผมอยากให้เห็นตัวเลขชัดเจนอีกครั้งหนึ่งว่าที่วันนี้พี่น้องเกษตรกรต้องรับภาระข้าวของแพง รับภาระปุ๋ยเคมีที่สูงขึ้น รับภาระเรื่องค่าขนส่งที่สูงขึ้น แต่ราคาผลผลิตทางการเกษตร ตกต่ําลงทุกตัวครับ ขอประทานโทษ มาดูราคาข้าวเปลือกเจ้านาปี พันธุ์ข้าวดอกมะลิ ปีที่ผ่านมาราคาโดยเฉลี่ย ๑๕,๒๘๙ บาท ปีนี้ ๑๕,๑๗๓ บาท ก็ลดลง มาดูข้าวเปลือกเจ้านาปี ชนิด ๕ เปอร์เซ็นต์ ปีที่แล้ว ๑๐,๘๐๙ บาท ปีนี้ ณ วันนี้ ๙,๖๘๓ บาท ท่านประธานครับ ลดลงครับ นี่คือพืชที่เป็นแชมป์เปียน โปรดักท์ (Champion product) ที่เป็นรายได้หลัก ของพี่น้องเกษตรกร ท่านประธานครับ มาดูราคายางพาราครับ ราคายางพาราแผ่นดิบ ชั้น ๓ ในช่วงเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา ๑๓๙ บาท วันนี้ราคายางพาราอยู่ที่กิโลกรัมละ ๙๗ บาท ท่านประธานทราบไหมครับว่าพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราเราผลิตยางพาราได้เท่าไร ปีหนึ่งเราผลิตได้ ๓.๕ ล้านตัน ๓.๕ พันล้านกิโลกรัม ราคาตกต่ําลงมา ๑ บาท เท่ากับ ทํารายได้ของพี่น้องเกษตรกรหายไปทันที ๓,๕๐๐ ล้านบาท วันนี้ผมไม่อยากจะเปรียบเทียบ ที่พี่น้องเกษตรกรเคยขายได้ในช่วงเดือนเมษายน เดือนมีนาคมในปีที่ผ่านมาถึง ๑๕๓ บาท ผมเพียงแต่อยากจะเปรียบเทียบให้ท่านประธานได้เห็นว่าตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามาท่านกระชาก รายได้ของพี่น้องเกษตรกรให้ลดลง ท่านเพิ่งได้ตั้งคณะกรรมการนโยบายยางเมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๕ ท่านประกาศมติ ครม. ที่จะให้มีการแทรกแซงราคายาง ทําราคายางพารา ให้ไปสู่ราคาเป้าหมายนํากิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๕ จากวันนั้น ถึงวันนี้ยังไม่มีการดําเนินการตามโครงการนี้เลยครับ เพราะเป็นความผิดพลาดจากนโยบาย ของรัฐบาลเอง มีมติ ครม. ให้เข้าไปแทรกแซง แต่ไม่ให้มีการชดเชยการขาดทุนที่ต้องไป สนับสนุนให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารา แต่ในขณะเดียวกันเป็นนโยบายตามที่ท่าน หาเสียงไว้ ราคาข้าวท่านทําโครงการรับจํานํา ท่านต้องใช้เงินหมุนเวียนที่ให้ธนาคารของรัฐ ไปสนับสนุนไม่ต่ํากว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ค่าบริหารจัดการไม่ต่ํากว่า ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท และเมื่อครบรอบโครงการทั้งหมดแล้ว คาดว่าน่าจะต้องใช้เงินชดเชยถึง ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ราคายางพาราท่านบอกว่าจะไม่ให้เงินชดเชยครับ อันนี้องค์การสวนยางไปทดลองซื้อ จากตลาดกลาง ซื้อได้ ๒ วันก็หยุดแล้วครับ เพราะราคามีแนวโน้มลดลง และผู้ค้ายางพารารายใหญ่ก็รู้ว่าเมื่อรัฐบาลไม่มีความจริงใจที่จะดําเนินการโครงกาแทรกแซงนี้ อย่างเอาจริงเอาจัง ก็ไม่มีผลต่อตลาดครับ ราคาวันนี้จึงลดลงมาเหลือ ๙๗ บาท ถ้าผมคิด เพียงแต่ราคาที่รัฐบาลประกาศเป้าหมายนํากิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท วันนี้ราคาลดลง ๓๐ บาท ต่อ ๑ กิโลกรัม ท่านประธานลองคูณดูกับ ๓.๕ ล้านตัน พี่น้องเกษตรกรต้องสูญเสียรายได้ ต้นน้ําไป ๙๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ผมจึงเรียนว่านี่ราคายางพารา มาดูราคามันสําปะหลังครับ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดในช่วงตอนเช้าว่าจะดําเนินการ การเสริมสร้างเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร โดยจัดสรรงบประมาณจํานวน ๔๐,๑๕๒ ล้านบาท จะมาดูแลข้าวเปลือก ๓๖ ล้านตัน มันสําปะหลัง ๑๕ ล้านตัน มันสําปะหลังเป็นอย่างไรครับ มันสําปะหลังราคาวันนี้ ๑.๘๐ บาท ถ้าเปรียบเทียบในช่วงปีที่ผ่านมาในเวลาเดือนเดียวกัน ราคา ๒.๗๗ บาท เท่ากับลดลงมา ๑ บาทต่อ ๑ กิโลกรัม แต่ว่าราคาจํานําของท่านและ มติ ครม. ครั้งหลังสุดที่ออกมา นอกจากท่านจะยืนยันให้มีการรับจํานําต่อไปแล้ว ให้ชดเชย ให้กับเกษตรกรที่ไม่ขุดมันสําปะหลังขึ้นมาขายก่อนในเวลาที่กําหนด แต่โดยความเป็นจริง เกษตรกรมาร้องเรียนที่คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์บอกว่าไม่สามารถเก็บไว้ ได้ล่ะครับ เมื่อถึงเวลาจําเป็นต้องขุดนํามาขายเป็นหัวมันสําปะหลังสดแน่นอน และวันนี้ก็ได้ กิโลกรัมละ ๑.๘๐ บาท นี่คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า รายได้ของพี่น้องเกษตรกร ลดลง ลดลงไม่พอครับ ณ วันนี้มีการร้องเรียนเข้ามาว่า ไม่สามารถที่จะนํามันสําปะหลัง ไปที่ลานเทที่รับจํานําได้ครับ เพราะว่าไม่สามารถที่จะดําเนินการในการที่จะให้เงินชดเชยกับ พี่น้องเกษตรกรในการที่จะไม่ขุดมันสําปะหลังขึ้นมาขาย แน่นอนที่สุดครับถ้าพอถึงฤดูฝน ฝนตกลงมาก็จะทําให้มันสําปะหลังดังกล่าวนั้นเกิดความเสียหาย พี่น้องเกษตรกรก็ยิ่งขาดทุน ทั้งหมดนี้ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่า ยังมีตัวสินค้าทางด้านการเกษตรทุกตัว ลดลงหมดครับ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นความรู้สึกของพี่น้องประชาชนนะครับ พี่น้องเกษตรกรรู้ดี เมื่อกี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกว่าอย่างน้อยก็ยืนยันว่าราคาน้ํามันปาล์มไม่ขาด ก็ปีนี้มัน ไม่ขาดแคลนล่ะครับ มันไม่ขาดแคลน แต่ทําไมครับ ครม. จึงมีมติให้นําน้ํามันปาล์มเข้ามา ๔๐,๐๐๐ ตัน ก็ท่านพูดเองในสภาแห่งนี้บอกว่าไม่ขาดแคลน แต่ว่าท่านมีมติ ครม. ให้นํา น้ํามันปาล์มเข้ามา ๔๐,๐๐๐ ตัน มีผลทันทีครับ จากกิโลกรัมละ ๖.๓๐ บาท วันนี้ราคา ผลปาล์มน้ํามันทั้งทะลายเหลือกิโลกรัมละ ๕ บาทครับ ลดลงไปทันที ๑.๓๐ บาทครับ สามารถที่จะผลิตปาล์มน้ํามันได้ประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ๑๒ ล้านตัน ๑๒ พันล้านกิโลกรัม พี่น้องประชาชนมีรายได้ลดลงทันทีท่านประธาน ๑,๒๐๐ ล้านบาท ผมไม่นับสับปะรด เงาะที่ท่านไปพูดว่าราคาถูกลง ๔ กิโลกรัม ๑๐๐ บาท ทั้งหมดนี้ผมคิดว่าเป็นสิ่งสําคัญ ที่รัฐบาลเองจะต้องมาดูว่าเราจะทําอย่างไรครับที่จะนํางบประมาณที่ท่านประกาศไว้ไปให้ เกิดผลประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรอย่างแท้จริง ถ้าท่านไม่สามารถที่จะดําเนินการ ในการที่จะเข้าไปดูแลรักษาเสถียรภาพราคาได้ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า งบประมาณที่ตั้งไว้ปีนี้สําหรับที่จะสร้างเสถียรภาพราคาให้กับพี่น้องเกษตรกรก็เหมือนกับ การจัดตั้งงบประมาณที่หลอกคนจนอุ้มคนรวยเท่านั้นเอง เป็นการจัดตั้งงบประมาณที่หลอก คนจนอุ้มคนรวย เพราะในท้ายที่สุดราคาผลผลิตทุกตัวราคาก็ตกต่ํา แต่ว่าต้องรับภาระ จากเงินเฟ้อที่มาจากนโยบายของรัฐบาล ต้องรับภาระราคาน้ํามันแพง ก๊าซแพง จากนโยบาย ของรัฐบาล ต้องรับภาระในเรื่องของสินค้าตัวอื่น ๆ ที่แพงจากนโยบายของรัฐบาล ผมจึงกราบเรียนกับท่านประธานอีกครั้งหนึ่งว่าอยากจะฝากคณะกรรมาธิการครับ ต้องตามไปตรวจสอบอย่างแท้จริงว่าการจัดตั้งงบประมาณที่ไม่สามารถผ่านตรงไปยัง เกษตรกรและไม่มีผลต่อการที่จะเข้าไปช่วยเหลือในการยกระดับรายได้ต้นน้ําให้กับ พี่น้องเกษตรกรอย่างแท้จริงแล้ว ผมก็ยังคิดว่างบประมาณที่จัดตั้งในปีนี้ก็เป็นงบประมาณ ที่นอกจากว่าจะไม่กระชากรายได้ให้เพิ่มขึ้น ท่านกลับกระชากรายได้ให้ลดลง มีรายจ่าย เพิ่มขึ้นนั่นคืองบประมาณที่ท่านหลอกคนจนอุ้มคนรวยครับ