เชิดชัย ตันติศิรินทร์ พูดเรื่องงบประมาณปี 2556 โดยเน้นย้ำว่าเศรษฐกิจไทยควรพึ่งพาตนเอง ไม่พึ่งพาการส่งออกและการลงทุนจากต่างประเทศ และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งรัดเบิกจ่ายเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาการเก็บภาษี ไม่ต้องเพิ่มภาษี VAT แต่ต้องมีการประสานงานที่โปร่งใสและไม่ทุจริต และยังหารือเรื่องการกระจายรายได้ให้ประชาชน โดยเน้นการช่วยเหลือเกษตรกร และประชาชนที่มีรายได้น้อย และหารือเรื่องความมั่นคงของรัฐ การพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และการวิจัย
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้องขอขอบพระคุณครับ ที่ได้มีโอกาสอภิปราย พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่มีหลักการว่าตั้งงบเอาไว้ ๒.๔ ล้านล้านบาท เพื่อให้หน่วยราชการ เอาไปใช้ท่านประธานครับ ปีนี้งบประมาณท่านก็ทราบอยู่แล้วนะครับ งบ ๒.๔ ล้านล้านบาท มีรายได้ ๒.๑ ล้านล้านบาท กู้อีก ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เขาเรียกว่างบประมาณขาดดุล แล้วถ้าเทียบกับจีดีพีอันนี้เป็นเครื่องชี้วัดที่ใช้ทั่ว ๆ ไปทุกประเทศ ของประเทศไทยประมาณ ๑๙.๓ หรือประมาณ ๑ ใน ๕ ของจีดีพี ถ้าประเทศอุตสาหกรรมก็ประมาณ ๓๐-๕๐ ถ้าประเทศที่มีรัฐสวัสดิการอาจจะถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป แต่เขาเก็บภาษีสูง ของเรานี่ กําลังดีนะครับ งบประมาณนี้จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างความเป็นธรรมในสังคม ขับเคลื่อนนโยบายที่รัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์แถลงเอาไว้เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ที่อยากจะเห็น เศรษฐกิจที่สมดุลโดยเฉพาะเศรษฐกิจภายในประเทศต้องเข้มแข็ง เติบโต มิใช่พึ่งพา การส่งออกและการลงทุนจากต่างประเทศอย่างเดียว ก็คือพึ่งภายนอก เศรษฐกิจไทยจะได้ เติบโตอย่างยั่งยืนแล้วไปเรื่อย ๆ เหมือนประเทศที่พัฒนา ยกตัวอย่างประเทศออสเตรเลีย เขามีพลเมืองน้อยกว่าประเทศ ๓ เท่า แต่เศรษฐกิจเขาโตกว่าเรา ๓ เท่า ส่งออกก็พอ ๆ กัน อันนี้เรียกว่าเศรษฐกิจแบบ ๒ ช่อง ดูเอิล แทรค (Dual track) ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ในอดีตเคยทํามาแล้ว บางคนก็ไม่พอใจเพราะเรียกว่าระบอบทักษิณ เรามีการกู้เงินมา ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีการกล่าวว่าผิดไหม ความจริงก็เป็นไปตาม พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ และที่แก้ไข ที่กู้ได้ไม่เกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประจําปี แล้วถ้าจะใช้ชําระคืน ต้นเงินกู้อาจจะเพิ่มอีกได้ รัฐบาลเขายืนยันแล้วว่ามันไม่กระทบต่อวินัยและฐานะการคลัง ของประเทศในระยะยาว แล้วท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีก็ยังยืนยันว่าก่อนที่ จะหมดวาระรัฐบาลชุดนี้ งบประมาณจะเป็นงบประมาณสมดุลนะครับ
ท่านประธานครับ เอาไปทําอะไรบ้างครับ ๒.๔ ล้านล้านบาท ส่วนใหญ่ก็เป็น รายจ่ายประจํา ๑.๙ ล้านล้านบาท หรือเท่ากับ ๗๙ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีงบลงทุนอีกประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ประมาณ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ แล้วที่สําคัญครับ มีการชําระคืนต้นเงินกู้ ประมาณ ๔๙,๑๙๙ ล้านบาท หรือประมาณ ๒.๑ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะได้ลดหนี้ลงเสียบ้างครับ ท่านประธานมีคนคํานวณว่าที่เรามีการปรับปรุง พ.ร.บ. โครงสร้างหนี้ ทําให้ภาระหนี้ ต่องบประมาณลดลงจาก ๙๓ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๗๖ เปอร์เซ็นต์ อันนี้เป็นสิ่งที่ดีนะครับ
ท่านประธานครับ มีคนเป็นห่วงแล้วก็พูดกันมาเยอะนะครับว่าจะหาเงินได้ไหม ต้องมาดูคนทํางานสิครับ คุณสาธิต อธิบดีกรมสรรพากรได้เปิดเผยว่าเก็บภาษี ๖ เดือนแรก ของปี ๒๕๕๕ ได้เงินถึง ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สูงกว่าเป้า ๑.๘ ล้านบาทนะครับ แล้วล่าสุด คุณสมชัย สัจจพงษ์ ก็ยังบอกว่าเฉพาะเดือนเมษายนจัดเก็บได้ถึง ๑๓๙,๐๐๐ ล้านบาท สูงกว่างบประมาณอีก ๕,๐๐๐ ล้านบาท สรุปแล้วงบเก็บได้แน่ครับ เป้าที่เราตั้งไว้ ของปีที่แล้ว เขาตั้งไว้ ๑.๓ ล้านล้านบาท ตอนนี้ได้ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท คิดว่าทั้ง ๆ ที่ประเทศไทย ได้รับผลกระทบเรื่องเศรษฐกิจ ภาวะน้ําท่วม ที่มีอุทกภัย รัฐบาลก็มีมาตรการลดหย่อนภาษีอีก จาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๒๓ เปอร์เซ็นต์ ก็ยังเก็บได้ขนาดนี้ครับ เพราะฉะนั้นไม่มีปัญหา ที่จะเก็บภาษีได้ครับ
ท่านประธานครับ งบปีที่แล้ว ๒.๓๘ ล้านล้านบาท ขณะนี้จ่ายไปเมื่อ ข้อมูล วันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๕ นะครับ จ่ายไป ๑.๑๑ ล้านล้านบาท คิดเป็น ๔๖.๘๔ เปอร์เซ็นต์ ตั้งเป้าไว้ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่างบรายจ่ายเราเพิ่งจะลงในราชกิจจานุเบกษาประมาณ เดือนมีนาคมนี้เอง ท่านประธานครับ ทุก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันจะมีกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้ขยายตัว ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ต่อปี เห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นอยากจะให้ทางรัฐบาลเร่งรัด การเบิกจ่ายเงินให้เร็วขึ้น เศรษฐกิจจะได้ขยายตัว การเก็บภาษีก็จะได้เป็นไปตามเป้า ก็เป็น ที่น่ายินดีนะครับ ทางกระทรวงการคลังโดยท่านรองนายกรัฐมนตรีก็มีการสัมมนาในเรื่องนี้ เมื่อเดือนเมษายนนี้เองเพื่อเตรียมการ แล้วการเตรียมการไปสู่เศรษฐกิจอาเซียนด้วย
ท่านประธานครับ เรามีฐานะการคลังที่ดีนะครับ สิ้นปีงบประมาณ ๒๕๕๔ มีถึง ๕๒๑,๒๙๐ ล้านบาท แล้วก็ยังมีนายธนาคารใหญ่มายืนยันว่าในปีนี้เศรษฐกิจขยายตัว แน่นะครับ เพราะฉะนั้นคนที่เป็นห่วงว่าจะเก็บภาษีหรือว่ารายได้ตามเป้าหรือเปล่านั้น คงไม่ต้องห่วง การเก็บภาษีได้ต้องขึ้นอยู่กับฝีมือนะครับ การประสานงานกับหน่วยราชการ เจ้าหน้าที่ ที่ต้องทําอย่างโปร่งใส ไม่ทุจริต รายได้ก็เกินเป้าเอง โดยไม่จําเป็นต้องไปขึ้นแวต (VAT) อย่างที่มีคนสงสัยนะครับ
ท่านประธานครับ รัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์เอาเงินไปทําอะไร มีวิสัยทัศน์ ทําอะไร วิสัยทัศน์ของรัฐบาลท่านแถลงไว้เมื่อปีที่แล้วนะครับ ต้องการสร้างเศรษฐกิจที่สมดุล มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจภายในอย่างที่ผมเรียนให้ทราบ แล้วคุณภาพสุขภาพคนไทย ต้องดีด้วย อันที่ ๒ ทําให้ประเทศมีความปรองดอง สามัคคี แล้วก็มาตรฐานเดียว อันที่ ๓ ต้องทําประเทศไปสู่ประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์ใน ๓ ปีข้างหน้า ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
ท่านประธานครับ การปรองดอง รัฐธรรมนูญก็ผ่านวาระที่สองไปแล้ว แล้วก็กําลังจะผ่านวาระที่สามประมาณต้นเดือนมิถุนายน เพราะฉะนั้นก็เป็นหนทางหนึ่ง ที่จะทําให้บ้านเมืองมีความปรองดอง เป็นประชาธิปไตย
ท่านประธานครับ ปีที่แล้วนี้รัฐบาลไม่ได้ตั้งงบเองนะครับ ปีนี้เพิ่มอีก ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ได้ทํางบประมาณเอง ผมจะขอลําดับว่าเขาไปทําอะไรบ้างครับ แล้วเป็นสิ่งที่ดีจริง ๆ ครับ เพราะว่า
อันที่ ๑ มีการเน้นการศึกษาคุณธรรมจริยธรรม คุณภาพชีวิตและ ความเท่าเทียมกันถึง ๒๖ เปอร์เซ็นต์ การศึกษาเป็นสิ่งจําเป็นพื้นฐานในการพัฒนาคน ในโครงการนี้มีการพัฒนาครู กระจายโอกาส สร้างวิชาชีพ จะเป็นการพัฒนาชาติตามมา ทีนี้เมื่อพัฒนาคนมาแล้ว คนก็ต้องมีสุขภาพดี เพราะฉะนั้นงบสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้รับเพิ่มขึ้นด้วย กระทรวงศึกษาธิการก็ได้รับเพิ่มขึ้นด้วย ยังไม่พอนะครับ ยังมีงบที่ไป สนับสนุนทําให้เป็นคนดี ก็คือเรื่องศิลปวัฒนธรรมปลูกฝังตั้งแต่เด็ก แล้วก็ยังมีการเอื้ออาทร บ้านพักป้องกันอุบัติเหตุ เห็นไหมเป็นสิ่งที่ดี รวมไปถึงขั้นอุดมศึกษานะครับ มีการถ่ายทอด เทคโนโลยีด้วย
อันที่ ๒ เงินที่ใช้อีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ประมาณ ๒ ใน ๓ สร้างความสมดุล ให้มาสู่สังคม ท่านประธานครับ การปราบปรามยาเสพติดก็ได้ผลมาแล้ว ก็อยู่ในงบนี้ด้วย แต่ที่สําคัญก็คือการกระจายรายได้ให้ไปยังประชาชนรากหญ้าก็คือการพักหนี้เกษตรกร รายย่อย ให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน กองทุนหมู่บ้าน กองทุนเอสเอ็มแอล กองทุนพัฒนา บทบาทสตรี กองทุนตั้งตัวได้ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุซึ่งทําแบบขั้นบันได ประชาชนก็จะได้มีเงิน เอามาใช้จ่ายเศรษฐกิจก็จะได้หมุนขึ้น ดีขึ้น มีการรับจํานําข้าว สินค้าการเกษตร โอทอป เพิ่มรายได้ให้ประชาชน ๓๐ บาทรักษาทุกโรค แท็บเล็ตให้ประชาชนให้เด็ก ๆ มีความรู้เข้าใจ ในเรื่องคอมพิวเตอร์ แล้วก็มีการส่งเสริมงบท่องเที่ยว ซึ่งทํารายได้ให้ประเทศไทยอันดับหนึ่ง แต่ก็น่าจะเพิ่มขึ้นอีกนิดหนึ่งก็ดีนะครับ
อันดับ ๓ คือการบริการกิจการบ้านเมืองที่ดี อันนี้รัฐบาลไปเน้นการกระจาย อํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถึง ๑๔๙,๕๓๑ ล้านบาท อันนี้จะทําให้มีการพัฒนา จังหวัดและกลุ่มจังหวัด รวมไปถึงสนับสนุนงบให้ศาล รัฐสภา องค์กรรัฐธรรมนูญครับ ไม่มีการลําเอียง อันนี้เป็นสิ่งที่ดีนะครับ ท่านประธานครับ ยังไม่พอนะครับ ยุทธศาสตร์ที่ ๓ ใช้เงินประมาณ ๙.๕ เปอร์เซ็นต์คือ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ยังไปเน้นหนักผลิตภัณฑ์สินค้า ทางการเกษตรให้มีคุณภาพ แล้วก็ส่งเสริมกีฬา แล้วก็สร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ การขนส่งโลจิสติกส์ต่าง ๆ
อีกอันหนึ่งที่สําคัญคือความมั่นคงของรัฐ รัฐบาลชุดนี้ให้เงินงบประมาณ เทิดทูนพิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ถึง ๑๒,๕๐๐ ล้านบาท เป็นโครงการ ตามพระราชดําริต่าง ๆ รักษาความปลอดภัย แสดงว่ารัฐบาลนี้มีความจงรักภักดีต่อประเทศ ต่อสถาบันนะครับ ยังมีการจัดการธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ไม่มีการทําลายสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการบําบัดน้ําเสียลดมลพิษ และที่สําคัญก็คือการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี มีการเพิ่มทุนวิจัยซึ่งอาจจะไม่มากแต่ก็ดีนะครับ ซึ่งเกี่ยวกับการวิจัยนี้อยากจะให้รัฐบาล สนับสนุนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นกระทรวงเศรษฐกิจอย่างหนึ่งแล้วก็ ให้งบประมาณวิจัยมากขึ้น โดยมี พ.ร.บ. เกี่ยวกับการวิจัย ประเทศที่เจริญเขาก็ทําอย่างนี้ แล้วก็สนับสนุนภาษีของบริษัทที่สนับสนุนเงินวิจัย มาตรการทางภาษี การวิจัยจะได้แก้ไข ปัญหาของประเทศ ท่านประธานครับผมไม่พูดนะครับ
อีกอันสุดท้ายที่สําคัญคือค่าดําเนินการภาครัฐ เหมือนเป็นหลักประกัน ในกรณีฉุกเฉินต่าง ๆ นําไปใช้ได้ เมืองไทยมีภาวะอุทกภัยหรือว่าภัยพิบัติเกิดขึ้นได้ง่าย ถ้าไม่มีงบกลางฉุกเฉินได้ทําให้เสียหายเหมือนปีที่แล้วนะครับ ท่านประธานครับ โดยสรุป ผมมีความมั่นใจว่าประเทศไทยจะต้องดีขึ้นเป็นประชาธิปไตย คนรากหญ้า ชนชั้นกลาง มีรายได้จากการกระจายรายได้ ใช้เงินทําให้เศรษฐกิจหมุนเวียน ประเทศไทยก็จะมีความเจริญ รุ่งเรือง หนี้สินลดลง ลูกหลานจะได้ไม่เดือดร้อนนะครับ ประชาชนเขามั่นใจในรัฐบาลชุดนี้ เขาเลยมาใช้จ่าย ท่องเที่ยว ทําให้เงินมันหมุนในประเทศเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นผมขอสนับสนุน ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณครั้งนี้ และขอให้กําลังใจรัฐบาลทําดีต่อไปนะครับ ขอบคุณครับ