ศุภชัย ใจสมุทร อภิปรายเรื่องงบประมาณรายจ่ายปี 2556 และเรียกร้องไม่ตัดงบประมาณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมองว่าเป็นความเสี่ยงที่น่าเป็นห่วง และเรียกร้องให้รัฐบาลบริหารจัดการด้านการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ และแสดงความห่วงใยต่อประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการให้บริการสาธารณสุขและสวัสดิการแก่ประชาชน และเรียกร้องให้รัฐบาลมีความจริงใจในการดำเนินงานตามนโยบาย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้เป็นวันที่รัฐบาลซึ่งมีหน้าที่ในการบริหารประเทศได้มาขอความเห็นชอบจากที่ประชุม ของผู้แทนของปวงชนชาวไทยในการที่จะนําเงินไปบริหาร เพื่อจะนําเงินซึ่งเก็บจากภาษีอากร ไปใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชน พรรคภูมิใจไทยมีเวลาในการอภิปราย ๑๓๖ นาทีนะครับ ผมเองก็ได้รับโอกาสให้มีการอภิปรายในเวลา ๑๖ นาทีนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม ก็เรียนท่านประธานว่า ถ้าไม่พอแล้วเราจะบริหารจัดการกันเอง ท่านอย่าเพิ่งตัดผม สิ่งที่อยากจะเรียนกับท่านประธาน ก็คือว่าวันนี้สมาชิกพรรคภูมิใจไทยหลายท่านก็คงจะมีการอภิปรายในหลายประเด็น ในสิ่งที่ เราได้พบได้เห็นในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ เราได้พบว่างบประมาณในปีนี้มีการตัดงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเราก็สงสัยว่าเหตุใดถึงมีการตัดงบประมาณของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้ง ๆ ที่เป็นงบประมาณที่ควรจะเข้าไปถึงในการช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนเกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศหรือว่า แม้กระทั่งกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา เราไม่คิดว่าการตัดมือตัดเท้าพรรคร่วมรัฐบาลตรงนี้แล้วจะทําให้ ผลกระทบต่อประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศหรือไม่
เรื่องของบัตรทอง โครงการนโยบายของรัฐบาล เรื่องประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งก็จะมีการพูดคุยกันว่าทําไมถึงไม่มีการเพิ่มงบประมาณเหมาจ่าย เรื่องการตั้งงบประมาณ เรื่องของแท็บเล็ต ซึ่งท่านตั้งงบประมาณไว้ประมาณ ๙,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท่านไม่มีการตั้งเรื่อง งบเรื่องของสัญญาณวายฟาย (Wi-Fi) หรือว่าอินเทอร์เน็ตในโรงเรียน โรงเรียนทั้งประเทศ มีอยู่ ๗๐๐ แห่งเท่านั้นเองที่มีวายฟาย แต่มีโรงเรียนประมาณ ๓๐,๐๐๐ โรงเรียนที่ยังไม่มี แล้วทําไมท่านยังไม่ตั้ง รวมทั้งข้อสงสัยที่บอกว่างบการบริหารจัดการน้ํา ๔๓,๐๐๐ ล้านบาท ปีนี้ท่านก็ยังตั้งอยู่อีก และเป็นเรื่องของการขยายเขตชลประทานเสียจํานวนมากมาย ทั้ง ๆ ที่ ความจริงแล้วท่านเพิ่งมาขอจากสภาแห่งนี้ในการที่จะออก พ.ร.ก. กู้เงินไปตั้ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านบอกว่าการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรี มีการไปประกาศที่ศูนย์ราชการวันก่อน แต่งบป้องกันและปราบปรามการทุจริต ท่านตั้งไว้ ๔๒๐ ล้านบาทเอง หรืองบปรองดอง ท่านบอกอยากปรองดองสมานฉันท์ ถ้ามีการชุมนุมกัน ก็มีการพูดเรื่องขอให้มีการปรองดองกัน แต่เอาเข้าจริง ๆ ท่านก็ไม่ได้ตั้งงบประมาณในการที่จะ ทําให้งานเกี่ยวกับเรื่องการปรองดองมันมีการบรรลุเป้าหมาย ท่านจะทําเรื่องสุนทรียสนทนา กันในทั่วประเทศกันอย่างไรโดยไม่มีเงินหรือแม้กระทั่งเมื่อท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้พูดไปเมื่อสักครู่นี้เรื่องของการดูแลปัญหาประชาชนจากเงินเฟ้อหรือราคาน้ํามันซึ่งท่านตั้ง งบประมาณไว้เพียงน้อยนิด สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้สมาชิกพรรคภูมิใจไทยก็จะมีการอภิปรายกัน ท่านประธานที่เคารพ รัฐบาลได้ตั้งเป้าในการจัดเก็บรายได้ในปีนี้สูงถึง ๒.๑ ล้านล้านบาท เรื่องนี้ พรรคภูมิใจไทยเราเป็นห่วงครับ ในการที่ท่านมองภาพรวมของการดําเนินนโยบายการเงิน ตามงบประมาณฉบับนี้เราจะพบว่าท่านมีการตั้งว่าจะมีการจัดเก็บรายได้สูงถึง ๒.๑ ล้านล้านบาท และท่านเป็นการดําเนินการนโยบายงบประมาณขาดดุล ซึ่งเราเองเราก็เป็นห่วงว่าจะมีการ สุ่มเสี่ยงเรื่องของการเพิ่มหนี้สาธารณะหรือไม่ ในส่วนเรื่องของการจัดเก็บเงินที่ท่าน บอกว่าจะมีการเก็บรายได้ประมาณการรายได้ไว้ ๒.๑ ล้านล้านบาท ท่านก็ได้มีการตอบไป เมื่อสักครู่นี้อะไรก็ตามนี้นะครับ จริง ๆ สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยเราเป็นห่วงเราก็จะเห็นว่าวิธีคิด ของท่านก็คือว่าภายใต้การประมาณการไว้ในปี ๒๕๕๖ เศรษฐกิจไทยจะมีการขยายอัตรา ทางเศรษฐกิจที่ ๕.๕ ถึง ๖.๕ เปอร์เซ็นต์มีเงินเฟ้อ ๓.๕ หรือ ๓.๘ หรือ ๔ เปอร์เซ็นต์ ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วต้องยอมรับว่าสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน สินค้าอุปโภคบริโภคมีการ ถีบตัวขึ้นอย่างมากมาย แต่รายได้ของประชาชนกลับไม่สูงขึ้น ประชาชนมีกําลังซื้อน้อยลง และรัฐบาลในใจได้อย่างไรครับว่าจะสามารถจัดเก็บรายได้ ๒.๑ ล้านล้านบาทดังที่ได้ระบุไว้ หรือท่านจะต้องมีมาตรการในการไปรีดเก็บภาษีจากพ่อค้าประชาชน นักธุรกิจ จะต้องถูกรีดกัน มากมายขนาดไหนครับ และตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงว่าในที่สุดแล้วนี้จะทําให้ราคาแพงขึ้น หรือไม่ สิ่งที่อยากจะเรียนก็คือว่าความจริงที่มันต้องยอมรับก็คือปัจจุบันนี้ภาวะเศรษฐกิจโลกนี้ มันผันผวน ตั้งแต่ซับไพร์ม (Sub prime) ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ขยายมาจนถึงวิกฤติหนี้ ที่ประเทศกรีซจนขยายเป็นวิกฤติเศรษฐกิจในยุโรป ซึ่งมันมีย้อนผลกระทบในยุโรปทั้งยุโรป และแน่นอนมันต้องกระทบกับบ้านเรา นอกจากนี้ก็คือในประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงของเรา มีการดึงดูดนักลงทุนมากกว่าประเทศเราไปมากมาย วันนี้คนที่ลงทุนบ้านเราก็ทําท่าจะขยับ ไปลงทุนที่อื่นซึ่งมันมีความพร้อมมากขึ้น เนื่องจากว่าปัญหาของบ้านเราไม่ว่าเรื่องน้ํา เรื่องความเชื่อมั่นในเรื่องของการแก้ปัญหาเรื่องของอุทกภัย เรื่องของค่าแรง ๓๐๐ บาท เงินเดือนปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะเป็นอุปสรรคในการที่จะทําให้ เขามาลงทุน รวมถึงวันนี้เราพูดเรื่องความขัดแย้งในประเทศก็ยังดํารงอยู่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ มันล้วนแล้วแต่จะทําให้การตัดสินใจในการที่จะลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้นหรือย้ายฐานการผลิต ไปที่อื่น มันเป็นปัจจัยสําคัญ สิ่งตรงนี้มันก็จะเป็นผลที่ทําให้ก่อให้เกิดความสงสัยล่ะครับว่า ในที่สุดแล้วท่านจะเก็บภาษี มีรายได้ ๒.๑ ล้านล้านบาทอย่างที่ท่านพูดหรือไม่
เรื่องของหนี้สาธารณะ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกท่านก็มีการอภิปรายสนับสนุน อยู่ว่ารัฐบาลคงทําได้ในเรื่องของสิ่งต่าง ๆ ตรงนี้ แต่สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธาน ก็คือว่าเรื่องการเพิ่มหนี้สาธารณะ พรรคภูมิใจไทยเราเห็นว่ามันเป็นความสุ่มเสี่ยงที่น่าเป็นห่วง ในปีนี้ท่านจัดงบประมาณเป็นงบประมาณขาดดุล โดยการเพิ่มสัดส่วนรายจ่าย ทั้งในส่วนของ การลงทุนและรายจ่ายประจํา ซึ่งเราเห็นว่าเป็นเรื่องความสุ่มเสี่ยงต่อการเพิ่มหนี้สาธารณะครับ วงเงินงบประมาณปี ๒๕๕๖ มีจํานวน ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๑๙.๑ ของจีดีพี ในขณะที่รัฐบาลประมาณการรายได้อย่างที่ผมเรียนไปเมื่อสักครู่ก็คือ ๒,๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๑๖.๗ ของจีดีพีก็จะทําให้ จําเป็นต้องกําหนดวงเงินผู้กู้เพื่อชดเชยการขาดดุล งบประมาณไว้ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๒.๔ ของจีดีพี การขาดดุลงบประมาณ ดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากภาวะหนี้ในปัจจุบันเราต้องยอมรับว่ามีมูลค่าสูง อยู่แล้ว ผลการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๕ แสดงให้เห็นชัดเจนครับ ท่านประธานครับว่าการปรับขึ้นเพดานก่อหนี้เมื่อ ครม. มีมติปรับเพิ่มวงเงินการก่อหนี้ของ กระทรวงการคลัง ปี ๒๕๕๕ ใหม่ เพิ่มขึ้นจาก ๔๔๗,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๑,๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งตรงนี้ก็มีการแบ่งเป็นการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ การกู้ตาม พ.ร.บ. เรื่องจัดการน้ํา เรื่องของ พ.ร.ก. กองทุนประกันภัยพิบัติ การค้ําประกันวงเงินกู้ให้กับรัฐวิสาหกิจ ซึ่งตรงนี้เราจะเห็นว่าเมื่อรวมกันแล้วจะทําให้เพดานหนี้พุ่งสูงเป็นประวัติศาสตร์ เมื่อสักครู่ ท่านสมาชิกได้มีการพูดถึงว่าตัวเลขมันยังไม่ถึงมากมาย แต่อยากจะบอกว่าเมื่อรวมกันแล้ว มัน ๕๐.๔ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี แล้วมีภาระหนี้ต่องบประมาณอยู่ที่ ๗.๖ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเราเห็นว่ามาก ท่านเคยว่ากล่าวว่ารัฐบาลอื่นมีการกู้ ดีแต่กู้ ผมก็ยังเป็นห่วงว่าวันนี้ท่านเอง ท่านก็กู้มากเกินไปหรือเปล่าครับ แล้วท่านจะบริหารจัดการตรงนี้ได้อย่างไร เรื่องนี้เป็นเรื่อง ที่พรรคภูมิใจไทยเราเป็นห่วง
สิ่งที่อยากจะขอเรียนในเรื่องประเด็นต่อมา ซึ่งท่านสมาชิกของพรรคภูมิใจไทย ก็คงจะมีการอภิปรายด้วย แต่อยากจะเรียนต่อท่านประธานด้วยความรู้สึกเป็นห่วงต่อพี่น้อง ประชาชน อย่างที่ผมเกริ่นไปเมื่อสักครู่
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะอภิปรายก็คือพรรคภูมิใจไทยเห็นว่าการจัดสรร งบประมาณฉบับนี้ไม่ได้มีความจริงใจในการดําเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศไว้ โดยเฉพาะเรื่องของการให้บริการสาธารณสุข ในงบประมาณปี ๒๕๕๖ ครม. เห็นชอบ ตั้งงบเหมาจ่ายรายหัวในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือที่ท่านนายกรัฐมนตรี เรียกว่า ๓๐ บาทรักษาทุกโรค อยู่ที่ ๒,๙๓๙.๗๓ บาทต่อคน โดยถูกปรับลดจากที่เสนอ ของบมา ๔.๙ เปอร์เซ็นต์ แล้วมีการลดงบส่งเสริมป้องกันโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงอีก ๖.๓ เปอร์เซ็นต์ เป็นประวัติการณ์ เป็นครั้งแรกในรอบ ๑๐ ปี ซึ่งเรื่องนี้ข่าวคราวที่ปรากฏ ก็คือชมรมแพทย์ชนบทได้ออกมาเตือนว่าการอนุมัติงบเหมาจ่ายรายหัวปี ๒๕๕๖ ลดลง ประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ตรงนี้ จะทําให้เกิดผลกระทบต่อฐานะการเงิน และการให้บริการ ของหน่วยบริการ เพราะมีค่าใช้จ่ายจากเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ผมได้ฟังผู้ที่เกี่ยวข้องได้มีการให้ สัมภาษณ์ว่าจะมีการบริหารเรื่องการจัดการเรื่องของการใช้ยา บางคนพูดเลยเถิดไปจนถึง ขนาดว่าจะส่งเสริมให้มีการใช้ยาแพทย์แผนไทย ผมก็เป็นห่วงว่าถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป แพทย์แผนปัจจุบันท่านจะสั่งจ่ายยาแก้ไข้เป็นฟ้าทะลายโจรเมื่อไรผมว่าประเทศไทยก็วุ่นวาย เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เลยอยากจะถามว่านโยบายนี้ท่านก็เคยพูดว่าเป็นนโยบายเริ่มต้น ที่ท่านได้ทํามาตั้งแต่สมัยรัฐบาลเก่า ๆ ของท่าน ท่านควรจะต้องทําให้มันดี และผมก็ไม่เข้าใจ ว่าทําไมท่านไปตัดงบตรงนี้ ไม่ยอมให้มีการเพิ่มขึ้น ซึ่งสิ่งที่น่าแปลกใจก็คือในขณะที่ท่านตัด ไม่มีการให้เพิ่มตรงนี้ท่านกลับให้งบประมาณกระทรวงกลาโหมเพิ่มไป ทุกกองทัพเลยครับ ทุกกองทัพ ทุกหน่วยเลย แน่นอนครับ ท่านอาจจะมีความจําเป็นในเรื่องของความมั่นคง แต่ผมก็ไม่เข้าใจในขณะที่ท่านให้กองทัพไปปีที่แล้ว จํานวนประมาณ ๓๒,๐๐๐ ล้านบาทได้ แต่ท่านกลับไม่ให้งบตรงนี้ ซึ่งเป็นงบให้กับพี่น้องประชาชนคนรากหญ้า คนทุกคน ตรงนี้ มันก็ก่อให้เกิดมีปัญหา เพราะว่าในที่สุดแล้วกองทุนในเรื่องของการดูแล เรื่องข้าราชการก็ดี เรื่องของพนักงานเอกชนกลับไม่ได้รับการดูแลสวัสดิการที่เท่าเทียม ทั้ง ๆ ที่ท่านบอกว่า คนไทยทุกคนจะได้รับการดูแลในเรื่องของหลักประกันเรื่องสุขภาพมันจะต้องเท่าเทียมกัน นี่คือปัญหาที่ท่านจะต้องไปดําเนินการ
เรื่องต่อมา ไม่พูดไม่ได้ครับ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกมีการพูดเรื่องของการ ที่ประเทศไทยได้มีความพร้อมในการที่จะเข้าไปในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี (AEC) ซึ่งวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๘ แต่ความเป็นจริงแล้วท่านประธานที่เคารพ ผมได้เปิดเข้าไป ดูในร่างงบประมาณ มันไม่มีงบประมาณอะไรที่ตั้งไว้เลยว่ารัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณไว้ สําหรับในการเตรียมความพร้อมในการเปิดรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี อย่างที่ว่าเลย แน่นอนจะมีการเคลื่อนย้ายแรงงานที่มีฝีมืออย่างเสรีในกลุ่มประเทศอาเซียน ด้วยกัน ซึ่งมันจะมีผลกระทบทั้งบวกทั้งลบ ในบวกก็ว่ากันไป แต่ในแง่ลบเราจะมีมาตรการ อย่างไรล่ะครับ เมื่อเขาจะจู่โจม มีอาชีพ ๖ สาขาอาชีพ ซึ่งต่างประเทศเพื่อนในอาเซียน ด้วยกันก็สามารถที่มาทํางานในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นทันตแพทย์ แพทย์ พยาบาล นักบัญชี วิศวกร สถาปนิก ปรากฏว่าวันนี้แพทย์หรือกลุ่มอาชีพเหล่านี้ยังไม่เห็นประโยชน์ของการ เปิดเสรีอาเซียนหรือเขตเศรษฐกิจตรงนี้เลย มันจะมีผลกระทบในการที่จะทําให้ต่างชาติเข้ามา รุกเข้ามา ต่อไปบ้านเราจะมีทันตแพทย์ซึ่งมีการโอนสัญชาติไปอยู่เป็นสิงคโปร์แล้ว จากยุโรป อะไรต่าง ๆ ก็จะมาเป็นหมอฟันอยู่ในบ้านเรา จะมีพยาบาลจากฟิลิปปินส์เข้ามา คําถามก็คือ หลายสิ่งหลายอย่างที่ท่านจะต้องเตรียมพร้อม ท่านไม่ได้เตรียมเลยครับ ท่านไม่ได้มีการ ตั้งงบประมาณไว้เลยครับ ทั้ง ๆ ที่ว่าปี ๒๕๕๖ พอปี ๒๕๕๗ พอวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๘ ตูมมันก็มาแล้ว คําถามว่าวันนี้ไม่มีการเตรียมงบประมาณไว้ แล้วจะทําอย่างไร สิ่งที่ท่านต้อง เตรียมต่อก็คือ วันนี้ท่านได้ศึกษาหรือว่ายังว่ากรีซกําลังจะล่มสลายแล้วจะทําให้อียู (EU) ล่มสลายไปด้วย วันหนึ่งท่านคิดกันเป็นการบ้านหรือยังว่าไทยซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ เมื่อมีขนาดเศรษฐกิจเล็กอย่างประเทศใกล้เคียงบ้านเรา อย่างเขมรก็ดี ลาวก็ดี ถ้าเขาเกิด เป็นเหมือนกรีซแล้วประเทศไทยรองรับเตรียมอะไรไว้บ้างหรือยัง วันนี้ท่านต้องมีวิสัยทัศน์ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกบอกว่าอาเซียนเออีซีจะเป็นเกทเวย์อันยิ่งใหญ่สําหรับประเทศไทย ที่ไปเป็นอาเซียน แต่ท่านต้องเตรียมเผื่อด้วยครับ ท่านต้องมีวิสัยทัศน์ในทุก ๆ เรื่อง
เรื่องสุดท้ายครับ ก็คงจะต้องขออนุญาตเรียนในเวลาอันสั้นตรงนี้ว่าทุก ๆ ปี สิ่งที่เราเป็นห่วงก็คือเรื่องของความโปร่งใส เรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณที่โปร่งใสและ มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่างเรื่องงบกลาง ปีที่แล้วพรรคภูมิใจไทยก็มีการได้เรียน ต่อทางรัฐบาลว่าเราอยากจะขอให้ท่านได้มีการทําทุกเรื่องให้โปร่งใส รัฐบาลควรกําหนด กลไกในการใช้จ่ายงบประมาณที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ รัฐบาลต้องให้ความใส่ใจ ในการแก้ไขปัญหาเรื่องของประสิทธิภาพและการใช้จ่ายงบประมาณ อย่างงบน้ําท่วม ๑.๒ แสนล้านบาท ในปี ๒๕๕๕ ได้บอกว่ามีความจําเป็นเร่งด่วนต้องจัดเป็นงบกลาง แต่ถึงตอนนี้เพิ่งใช้ไปแค่ ๕.๔ หมื่นล้านบาทเท่านั้นเอง ยังไม่ถึงครึ่ง หรือ พ.ร.ก. เงินกู้ ๓.๕ แสนล้านบาท ครม. เพิ่งอนุมัติใช้งบไปตอนนี้เท่าไรครับ ๒.๖ หมื่นล้านบาทเอง แสดงว่า การใช้งบประมาณจนถึงวันนี้มีปัญหา ดังนั้นถ้างบปี ๒๕๕๖ มาถึง ถ้ายังไม่มีประสิทธิภาพ ในการใช้งบประมาณก็จะกระทบต่อการพัฒนาประเทศอย่างแน่นอน นั่นคือเรื่องของ ประสิทธิภาพ สิ่งที่เป็นห่วงก็คือเรื่องความโปร่งใสครับท่านประธาน การใช้งบประมาณมีการ ทักท้วงการใช้งบประมาณตาม พ.ร.ก. เงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ว่าเกิดความไม่โปร่งใสกัน อย่างมากมาย โดยเฉพาะโครงการเร่งด่วนที่จะต้องดําเนินการภายในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ จํานวน ๒๔๖ โครงการ วงเงินกว่า ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท เนื่องจากว่าข้อเท็จจริงพบว่า หน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องมิได้มีการเสนอรายละเอียดความพร้อมของโครงการมาให้ ครม. อนุมัติ บางโครงการเขาบอกว่ามีเพียงแผ่นกระดาษแค่ ๑-๒ หน้า แต่ขออนุมัติวงเงิน หลายร้อยล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้การดําเนินการอย่างไม่ถูกต้องจะเป็นบรรทัดฐานให้กับโครงการ ที่ใช้เงินกู้ต่อไปในอนาคตด้วย
ท่านประธานครับ ด้วยเวลาอันสั้นนี้ก็คงอยากจะบอกว่าโดยภาพรวม เราเอง เราอยากจะให้ท่านได้นําเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เป็นเงินของพี่น้องประชาชนไปใช้ประโยชน์ อย่างแท้จริง แต่ด้วยความเป็นห่วงว่าถ้าท่านมุ่งเน้นแต่เรื่องของการที่จะของบประมาณไป และไม่ได้ใช้เงินด้วยความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการไม่ได้คํานึงถึงเรื่อง ผลกระทบจากเรื่องของหนี้สาธารณะก็ดีหรือเรื่องของการที่ท่านไม่มีเงินเพียงพอแล้วจะต้อง ไปรีดเอามา ก็จะทําให้พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบโดยรวม พรรคภูมิใจไทยเราก็เป็นห่วง เรื่องนี้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ