สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๐ · ๒๖ เมษายน ๒๕๕๕

สุนทรี ชัยวิรัตนะ เสนอแนะการบริหารจัดการของกองทุนหลักประกันสุขภาพและเรียกร้องการรายงานรายละเอียดการใช้จ่าย ค่าบริการทางการแพทย์อย่างชัดเจน และหารือเรื่องการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลและโรงพยาบาลเอกชน โดยเรียกร้องการสนับสนุนจากสปสช. เพื่อให้ประชาชนที่อยู่ห่างไกลได้รับการรักษาพยาบาลที่เหมาะสม และเตรียมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ก่อนอื่นก็ต้องขอชมเชยทางกองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้านะคะ ในเมื่อปีที่ผ่านมาระหว่างปี ๒๕๕๒ แล้วก็ปี ๒๕๕๓ เมื่อดูที่งบรายได้และค่าใช้จ่ายของท่าน ปี ๒๕๕๒ ของท่านปรากฏว่าท่านขาดดุลอยู่ แต่เมื่อมาเป็นปี ๒๕๕๓ ท่านก็สามารถบริหาร จัดการได้ก็แสดงให้เห็นว่าท่านก็เป็นผู้นำขององค์กรที่มีความสามารถในการบริหาร จนกลับมามีกำไรได้นะคะ แต่ว่าประเด็นที่ดิฉันอยากถามประเด็นแรกเกี่ยวกับรายงานที่ท่าน นำเสนอต่อสภาแห่งนี้ก็คือดิฉันสงสัยในเรื่องเกี่ยวกับค่าบริการทางการแพทย์ค่าใช้จ่ายสูง อยากจะสอบถามค่ะว่ามันเป็นยอดที่ใช้จ่ายในเรื่องอะไรคะ ในนี้มันมีค่าใช้จ่ายหลายตัวค่ะ แต่ดิฉันสามารถเข้าใจได้ว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับค่าให้บริการทางการแพทย์ ค่ารถ ค่าอะไรต่ออะไรนี้นะคะ แต่มีตัวนี้ค่ะค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งดิฉันไม่สามารถ จะแปลได้ค่ะว่ามันเป็นค่าใช้จ่ายที่ท่านใช้ในเรื่องอะไรนะคะ

และอีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะสอบถามเกี่ยวกับงบดุลของท่านก็คือดิฉัน เห็นจากที่ท่านได้ทำใบสรุปมาให้นะคะว่าเมื่อปี ๒๕๕๒ ทาง สปสช. ได้มีการโอนเงิน จำนวนถึง ๘๕๐ ล้านบาทเพื่อไปใช้ซื้อวัคซีนไข้หวัดใหญ่ แล้วก็ซื้อยาโอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) มาเพื่อรักษาป้องกันอาการของโรคไข้หวัดใหญ่ที่มันระบาดอยู่นี่นะคะ ก็ปรากฏว่าอ่านต่อไปอีกนิดหนึ่งก็พบว่ายังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณมาชดเชย ในปี ๒๕๕๒ แล้วก็ปี ๒๕๕๓ ท่านก็มีหมายเหตุว่ายังไม่ได้รับชดใช้งบประมาณที่จะจัดเสริม มาให้นี้ ก็อยากจะสอบถามท่านค่ะว่าเมื่อท่านโอนเงินจำนวน ๘๕๐ ล้านบาท จากเงินที่ท่าน จะต้องนำไปใช้เพื่อปรับปรุงระบบเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์หรือสารสนเทศ เพื่อทำให้ระบบของท่าน สามารถตรวจสอบได้ คือพูดง่าย ๆ ดิฉันเข้าใจว่างบ ๖๐๐ ล้านบาท จาก ๘๕๐ ล้านบาท ท่านจะนำมาใช้ในการพัฒนาเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ให้รองรับเกี่ยวกับเรื่อง บัตรประชาชนที่ใบเดียวสามารถใช้ได้ในทุกโรงพยาบาลในการรักษาโรคนะคะ ซึ่งเข้าใจว่า ท่านคงจะออกมาจากการที่เมื่อสมัยสภาครั้งที่แล้วค่ะ เราได้มีการออกเรื่องเกี่ยวกับ บัตรประชาชนสำหรับเด็กตั้งแต่อายุ ๗ ขวบขึ้นไป ตรงนี้ดิฉันเข้าใจว่าน่าจะเป็นเรื่องนี้ เพื่อนำมารองรับ ก็ต้องสอบถามค่ะว่าท่านได้รับเงินชดเชยหรือยัง แล้วอีกส่วนหนึ่งที่ดิฉันอ่านพบ ก็คือท่านบอกว่าจะมีการนำไปซื้อเกี่ยวกับยานพาหนะ ก็ต้องสอบถามค่ะว่ายานพาหนะ ที่ท่านโอนไป ๒๕๐ ล้านบาท ปัจจุบันได้รับมาจัดซื้อหรือยัง ปกติดิฉันจะไม่ค่อยส่งเสริม หรือว่าสนับสนุนให้หน่วยงานราชการที่มาขอรับเงินงบประมาณในการที่จะออกไปซื้อรถ ยานพาหนะมาใช้ในกิจการ แต่อันนี้เป็นของเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพค่ะ ดิฉันเห็นความจำเป็นค่อนข้างมากเนื่องจากว่า ตัวดิฉันเองได้รับการร้องเรียนมาค่อนข้างเยอะค่ะว่าบางครั้งประชาชนไม่มีรถที่จะขนย้าย ญาติพี่น้องที่เจ็บป่วยเพื่อไปรับการรักษาพยาบาล ตรงนี้ก็อยากจะสอบถามท่านเกี่ยวกับ รายงานใน ๒ ประเด็นเหล่านี้ แต่ดิฉันเองเมื่ออ่านรายงานของท่านแล้วก็เกิดความเป็นห่วง ก็อยากจะฝากประเด็นดังต่อไปนี้เพื่อให้ท่านช่วยชี้แจง แล้วก็รับทราบในการที่จะไปแก้ไข ปัญหา

เรื่องแรก ที่อยากจะฝากท่านก็คือดิฉันเองก็ต้องยอมรับว่าเมื่อก่อนนี้ก็เป็น ข้าราชการ แล้วเมื่อมาเป็น ส.ส. มีบางช่วงมันเป็นช่วงรอยต่อดิฉันเองก็ได้มีโอกาสกลับไปใช้ บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือง่าย ๆ ดิฉันเรียกว่าบัตร ๓๐ บาทรักษาทุกโรค บางครั้ง รอยต่อของการเปลี่ยนแปลงสิทธิก็เกิดปัญหาทำให้พี่น้องบุคลากรหรือว่าประชาชน ไม่สามารถที่จะเข้าไปใช้รับบริการได้ โดยเฉพาะปัจจุบันมันมีความสับสนในเรื่องเกี่ยวกับ กรณีฉุกเฉิน ท่านบอกว่า สปสช. เมื่อจะใช้บัตร ๓๐ บาทที่ว่าเอาไปใช้ สามารถ เข้าโรงพยาบาลรักษาได้ทุกโรงพยาบาล แต่มันก็มีเหตุการณ์เกิดขึ้นเนื่องจากว่าจากการที่ ท่านจะได้ยินส่วนใหญ่ เมื่อเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้นประชาชนก็จะส่งเข้าโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด บางครั้งเป็นโรงพยาบาลเอกชน เมื่อเอาเข้าโรงพยาบาลเอกชนบางครั้งเขาไม่ให้การรักษา จะต้องรอจนกว่าญาติพี่น้องจะมา เพื่อมาลงลายมือรับรองว่าจะเป็นคนจ่ายเงินให้กับผู้ป่วย ที่ประสบอุบัติเหตุ ตรงส่วนนี้ดิฉันก็ต้องเรียนถามว่าท่านมีแผนที่จะทำการประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนหรือว่าโรงพยาบาล แล้วก็พี่น้องผู้ใช้สิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า ได้รับทราบไหมคะว่า เขาสามารถรักษาได้เลยโดยที่ไม่ต้องรอให้ญาติมาเซ็น หรือถ้าเป็นกรณี ที่เกิดใกล้กับโรงพยาบาลรัฐบาล ดิฉันเห็นปัญหาว่าตรงนี้ส่วนใหญ่เดี๋ยวนี้ไม่ถามแล้ว โรงพยาบาลของรัฐจะดีนิดหนึ่ง เมื่อก่อนดิฉันจำได้ไปโรงพยาบาลด้วยกันดิฉันเคยเป็น ข้าราชการ ดิฉันไปดิฉันใช้สิทธิข้าราชการไม่มีปัญหา แต่พี่น้องประชาชนที่เข้ามาโรงพยาบาล เมื่อก่อน ๑๐ ปีที่ผ่านมายังไม่มี สปสช. คำถามแรกที่เขาถาม เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ถามประชาชนที่ไปใช้บริการ คำแรกที่เขาถามก็คือ เบิกได้ไหม เดี๋ยวนี้คำนี้หมดไปต้องชมเชย ท่านดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ที่ท่านคิดนโยบายดี ๆ อย่างนโยบาย ๓๐ บาทออกมา ทำให้ ตอนนี้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ แต่ปัญหาที่ดิฉันพูดมันยังมีต่อเนื่องอีกนิดหนึ่ง เนื่องจากว่า ตอนนี้ประชาชนที่อยู่ในชนบทห่างไกล เขายังต้องไปใช้การรักษาที่สถานีอนามัย แต่ปัจจุบัน ต้องเรียนว่าเมื่อสมัยที่ผ่านมา รัฐบาลที่ผ่านมาได้มีการปรับเปลี่ยนจากสถานีอนามัย ประจำตำบล มาเป็น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล ต้องเรียนว่าได้รับงบประมาณ ไปก่อสร้างค่อนข้างเยอะ มีเครื่องไม้เครื่องมือ แต่ขาดอย่างหนึ่ง ขาดบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นหมอ พยาบาล หรือว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการดูแลรักษา ก็อยากจะทราบค่ะ ว่าตรงนี้ท่านมีแนวคิดหรือว่าจะหาวิธีการในการแก้ไขอย่างไรหรือเปล่า ในการที่จะทำให้ ประชาชนได้ใช้สิทธิตามบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือบัตร ๓๐ บาทที่เขาควรจะได้รับ ทำให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ห่างไกลไม่ต้องเดินทางมาที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ ประจำจังหวัดเพื่อเข้ารับการรักษา เพื่อให้เขาได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตรงเรื่องเหล่านี้ก็ต้อง สอบถามท่าน ดิฉันเองเจอมากับตัวเองมีพี่น้องประชาชนมาบอกดิฉันว่า โรงพยาบาล ประจำตำบลที่เขาปรับมาเป็นนี่เข้าไปรับการรักษาก็จะมีเจ้าหน้าที่ทางสาธารณสุขมาดู เป็นการเบื้องต้น แล้วก็จะมีการถ้ารักษาไม่ได้ก็จะส่งต่อไป แต่บางครั้งการส่งต่อท่านประธาน ทราบไหมคะว่า พี่น้องยากจนไม่มีเงินก็ไม่ได้ต่อหรอกก็อยู่อย่างนั้นล่ะค่ะ ได้ยาอะไรมาก็จะกิน เป็นการเบื้องหน้าเฉพาะ ตรงส่วนนี้ท่านประธานทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความเดือดร้อน ก็อยากจะให้ สปสช. เข้าไปดูแลในส่วนนี้ด้วย เพราะท่านเป็นคนที่พูดง่าย ๆ ซื้อบริการ ทางการรักษาพยาบาลแล้วก็การประกันสุขภาพให้กับพี่น้องประชาชนถึงประมาณ ๔๗-๔๘ ล้านคนทั่วประเทศของเรา ตรงนี้เป็นเรื่องที่เป็นความห่วงใย

อีกเรื่องหนึ่ง บางครั้งท่านประธานการส่งต่อต้องเรียนว่าแต่ละโรงพยาบาล ถ้าบางครั้งไม่มีเส้นไม่มีสาย เมื่อพี่น้องประชาชนเจ็บป่วยในเรื่องที่ยังรักษาไม่ได้ จำเป็นจะต้องโอนย้ายไปสู่โรงพยาบาลประจำภาค หรือว่าโรงพยาบาลศูนย์ประจำแต่ละภาค การโอนย้ายก็เป็นไปค่อนข้างยาก โรงพยาบาลบางครั้งไม่อยากจะโอนย้ายเนื่องจากว่า เขาจะต้องตัดจ่ายเงินงบประมาณที่เขาได้รับในแต่ละโรงพยาบาลตามตัวผู้ป่วยที่ไปด้วย ก็ต้องสอบถาม สปสช. ว่าในเรื่องเหล่านี้ท่านได้มีการวางแผนเอาไว้ไหมว่าทำอย่างไรจะแก้ไข ให้ประชาชนที่จะต้องได้รับเรื่องบริการดูแลรักษาสุขภาพได้รับบริการอย่างที่เข้าใจ ทำอย่างไรจะทำให้บัตรประชาชนที่ท่านบอกว่าพกใบเดียวสามารถที่จะรับการรักษาได้ ทั่วประเทศ ตรงนี้เป็นเรื่องที่ต้องฝากท่านไปนะคะ

อีกเรื่องที่อยากจะฝากท่านไปก็คือ ปัจจุบันคนที่เข้าร่วมโครงการบัตรประกัน สุขภาพถ้วนหน้ายังมีอีกหลายโรคค่ะท่านประธาน ซึ่งยังไม่สามารถที่จะใช้รับบริการได้ ตอนนี้อาจจะมีโรคเอชไอวีที่ได้ มีโรคไตที่ได้ บางโรคก็ได้ค่ะ แต่มันยังมีอีกหลายบุคคลที่เขา มีภาวะความเดือดเนื้อร้อนใจทางด้านภาวะการเงิน ต้องเรียนว่าบางครั้งการจะใช้เงินรักษาเอง ไม่มีเงินค่ะ ยกตัวอย่างง่าย ๆ เด็กที่มีปัญหาเรื่องระบบประสาท ระบบการได้ยิน อุปกรณ์ ที่จะต้องใช้ เขาบอกใช้บัตรทองรักษาไม่ได้ ถ้าคุณอยากได้รับการรักษาคุณต้องหาเงินมาจ่ายเอง โรคเหล่านี้ค่ะท่านประธานอยากจะฝากทาง สปสช. ให้ช่วยดูแลแล้วก็จัดสรรว่าทำอย่างไร จะทำให้เขาสามารถได้รับการรักษาที่ดี ทำอย่างไรจะทำให้ประชาชนคนไทยมีสิทธิเสรีภาพ เท่าเทียมกันในด้านการรักษาสุขภาพของประชาชนคนไทย

สุดท้ายเลยค่ะท่านประธาน อีก ๓ ปีข้างหน้าประเทศไทยของเราก็จะเข้าสู่ ประชาคมอาเซียน (ASEAN) ก็ต้องถามไปถึง สปสช. คนที่ดูแลเรื่องการซื้อประกันสุขภาพ ซื้อบริการทางด้านสุขภาพให้กับพี่น้องประชาชนว่าท่านได้มีการเตรียมการไหมคะ ทำอย่างไรโรงพยาบาลเอกชนของเมืองไทยเราต่างชาติเข้ามาใช้บริการกันค่อนข้างเยอะ ทำอย่างไรคะวันนี้บริการทางด้านสุขภาพที่ท่านดูแล หลักประกันทางสุขภาพที่ท่านดูแลอยู่นี่ ทำอย่างไรจะทำให้ได้รับการพัฒนาอย่างที่โรงพยาบาลเอกชนเขารองรับคนที่มารักษา จากต่างประเทศ ทำอย่างไรประชาชนคนไทย ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศใช้บัตรประกัน สุขภาพถ้วนหน้าจะได้รับสิทธิการรักษาพยาบาล และเข้าถึงยาที่เขาเรียกว่า ยานอกบัญชีหลัก ทำอย่างไรประชาชนเราจะใช้ได้ โดยที่ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มเติม เรื่องเหล่านี้ต้องฝากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านเจ้าหน้าที่ของผู้มาชี้แจงนะคะว่าเรื่องประเด็นเหล่านี้เป็นเรื่องที่คิดว่า ท่านน่าจะได้รับการแก้ไขดูแลแล้วก็ปรับปรุง ดิฉันไม่อยากจะพูดถึงของปี ๒๕๕๔ เพราะยัง ไม่ได้รับการเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภา ดิฉันคิดว่าโอกาสถัดไป ปีถัดไปท่านต้องมาชี้แจง ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี แล้วก็ทาง สปสช. ให้ช่วยดูแลแก้ไข แล้วก็ปรับปรุงในเรื่องเหล่านี้ด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ