วิทยา ชี้แจงความโปร่งใส สปสช. ยืนยันไม่ทุจริต-ดูแลบุคลากร 3,000 อัตรา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๐ · ๒๖ เมษายน ๒๕๕๕

วิทยา บุรณศิริ ขอขอบคุณท่านประธานและสมาชิกสภาฯ ก่อนชี้แจงประเด็นความโปร่งใสและการตรวจสอบของ สตง. ในรัฐบาลปี ๒๕๕๓ โดยยืนยันว่าไม่มีการทุจริต พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดสรรงบประมาณ สปสช. และนโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉินที่ลดความเหลื่อมล้ำ วิทยากรยังหารือความสัมพันธ์ระหว่าง สปสช. และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างสอดคล้องกัน ไม่เกิดความขัดแย้ง รวมถึงชี้แจงกรณีโรงพยาบาลเกาะยาวและรับทราบข้อห่วงใยต่อระบบบริการสุขภาพใน 3 จังหวัดภาคใต้ โดยยืนยันที่จะผลักดันการมีบุคลากรทางการแพทย์ครบ 3,000 อัตราและการปรับปรุงแก้ไขนโยบายหลักประกันสุขภาพตามข้อเสนอแนะที่ได้รับฟัง

นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินิดหนึ่งนะครับ เพื่อให้ปะติดปะต่อ กับเรื่องที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายนะครับ เฉพาะเรื่องของนโยบาย แล้วก็หลายสิ่ง ที่ท่านอาจจะอยากฟังคำตอบนะครับ แต่ว่าเรื่องของเนื้อหาสาระผมจะให้เจ้าหน้าที่ ผู้ทำหน้าที่โดยเฉพาะในส่วนของ สปสช. ได้เป็นผู้ตอบนะครับ

ต่อความห่วงใยนะครับท่านประธานครับ ก็เอาที่เพิ่งจบเลย คุณหมอวรงค์ ซึ่งท่านเองก็ได้พูดถึงโดยเฉพาะประเด็นของความห่วงใยในเรื่องของ สตง. ได้มีกระบวนการ ของการตรวจสอบแล้วมีข้อท้วงติงถึง ๗ ข้อ ผมเรียนให้ท่านทราบนะครับว่าผมเป็นคนที่ ตั้งกรรมการสอบนะครับ เพราะฉะนั้นในสิ่งที่ สตง. ทักท้วงแล้วผลสอบนั้นก็ออกมาแล้วนะครับ เป็นเรื่องที่ทำเกิดขึ้นในอดีตในรัฐบาลที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้บริหารอยู่ในปี ๒๕๕๓ เพราะฉะนั้นการแสดงงบดุลในส่วนที่นำเสนอที่สภาในส่วนของปี ๒๕๕๓ จะเป็นรัฐบาล ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นในนามของพรรคเพื่อไทย ผมคิดว่าผมมารับเรื่องตรงนี้ยังไม่ใช่ผู้บริหาร เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายสิ่งหลายอย่างที่พวกท่านเป็นห่วง ที่ผมก็ไม่สบายใจ จนกระทั่งมีว่าล่าสุดแม้กระทั่งความโปร่งใสในเรื่องของการคัดสรรหรือชี้ตัวเลขาธิการ สปสช. ถ้าท่านเคยเป็นบุคลากรทางการแพทย์นะครับ รบกวนท่านคิดเถอะครับว่า การใช้จ่าย เม็ดเงินของ สปสช. นั้นไม่มีอำนาจในการที่จะไปจัดซื้อจัดจ้าง เพราะฉะนั้นการที่ท่านกล่าวว่า จะมีเม็ดเงินให้รัฐมนตรีถึง ๓,๐๐๐ ล้านบาทนั้นเป็นไปไม่ได้นะครับ ถ้ามาทำแบบนั้นได้ ผมคิดว่าที่ท่านคิดหรือว่าที่ทุกคนเขากล่าวอ้างนั้นมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะประหลาดมาก ที่สุดนะครับ คงไม่ใช่ในรัฐบาลของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นะครับ แล้ววันนี้ สิ่งที่เราบริหารก็เรียนให้ทราบว่าเรื่องของฉุกเฉินที่ไม่ต้องถามสิทธินะครับ กรณีเจ็บป่วย ฉุกเฉิน วันที่ ๑ เมษายน ที่ผมเองได้รับนโยบาย แล้วก็ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ให้ดำเนินการเพื่อให้เรื่องของ ๓ กองทุนนั้นลดความเหลื่อมล้ำในการให้บริการให้กับ พี่น้องประชาชน ก็เรียนให้ทราบครับ ตลอดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายนมาจนถึง ปัจจุบันนั้นมีผู้ใช้บริการประมาณร่วม ๕๐๐ รายครับ เรามีความบกพร่องเพียงแค่นิดเดียวครับ นั่นคือความไม่เข้าใจที่พี่น้องประชาชนไปรับบริการ โดยเฉพาะในส่วนของสวัสดิการ ข้าราชการนะครับ ท่านอาจจะเคยชินก็คือจ่ายเงินไปก่อน แล้วก็ลืมไปว่าเขาไม่ต้องจ่าย เนื่องจากเราให้ สปสช. นั้นเป็นหน่วยเคลียริ่ง เฮ้าส์ (Clearing house) ให้ แต่ทีนี้ว่าในส่วนนั้น ก็มีการทำความเข้าใจกันไปแล้ว คิดว่าในส่วนที่พวกเรามีความห่วงใย แม้กระทั่ง คุณหมอวรงค์ห่วงนั้นผมคิดว่าในเรื่องนี้ผมคิดว่าเดินทางมาร่วมเดือนว่ากรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินนี้ ประชาชนมีความพึงพอใจ มีความบกพร่องบ้างนะครับ แต่นั่นคือส่วนที่เราจะต้องไปบริหาร การจัดการให้ได้ แล้วผมคิดว่าในส่วนนี้ผมพยายามที่จะดำเนินการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด กับพี่น้องประชาชน และสิ่งสำคัญที่สุดนะครับ ผมกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้องขอขอบคุณนะครับหลายท่านที่มีการอภิปราย แต่ผมจะไม่รบกวนเวลาท่านมาก เพราะส่วนใหญ่บางท่านก็เข้าใจในรายละเอียดดีกว่าผมนะครับบางท่าน

อย่างกรณีต้องขออนุญาตต่ออาจารย์กนกที่ท่านให้ข้อคิดที่เป็นเรื่องที่ดี ความห่วงใยที่ท่านมี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ สปสช. กับกระทรวงนี่ท่านบอกไม่ให้ทะเลาะ กับกระทรวง ก็คือ ๒ ส่วนนี้จะต้องทำงานด้วยกัน ในส่วนของ สปสช. นั้นผมเป็นประธาน แต่ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขผมเป็นรัฐมนตรี แต่ผมทำงาน โดยขา ๒ ข้างมันต้อง เดินไปพร้อมกัน แต่ความคิดของคุณหมอวรงค์ดูเสมือนว่า ๒ ฝ่ายนี้ดูเสมือนว่า สปสช. จะมา ก้าวก่ายผม จริง ๆ แล้วประธานบอร์ดผู้พิจารณาก็คือตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวง แต่สิ่งที่ผม บริหารการจัดการก็กราบเรียนนะครับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ส่วนนี้คือการบริหาร การจัดการที่เราเองต้อง ๒ อย่างต้องให้เดินไปได้ ซีกของกระทรวงสาธารณสุข แน่นอนครับ จะต้องไม่เป็นภาระ แม้กระทั่ง สปสช. เป็นผู้ พูดง่าย ๆ ว่าเป็นนายจ้าง หรือเป็นผู้ซื้อบริการ ก็ตาม ผมพยายามบริหารงานให้ผู้ซื้อบริการนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องของภาระของกระทรวง สาธารณสุข เพราะฉะนั้นเฉกเช่นเดียวกันในอดีตที่ผ่านมาท่านพูดนะครับ ขออนุญาตพูดถึง ท่านเจะอามิงเลยก็ได้นะครับว่ากรณีของโรงพยาบาลที่เกาะยาว งบประมาณที่โรงพยาบาล เกาะยาว ตั้งแต่สร้างโรงพยาบาลนั้นไม่ใช่งบของกระทรวงสาธารณสุขเลยแม้แต่บาทเดียวนะครับ เป็นเงินของพระองค์ท่านนะครับ ที่ผมเรียนตามตรงว่าในอดีตไม่ใช่เงินงบประมาณ ของแผ่นดิน แต่ว่าผมเพิ่งไปตรวจราชการตอน ครม. สัญจรนั้น ผมต้องให้งบในส่วนของ ค่าเสื่อมลงไปช่วยนะครับ เพราะว่าเขาไม่มีที่พักอาศัย และที่นั่นก็จำเป็น ถึงแม้การขาดทุน จะขาดทุนเพื่อประชาชนชาวภูเก็ตและชาวพังงา ที่เกาะยาวนั้นเป็นโรงพยาบาลที่มีประชากร อยู่ ๓,๐๐๐ กว่าคน แน่นอนครับ กรณีจ่ายรายหัวอาจจะประสบกับการขาดทุน แต่เรา เรียนให้ทราบว่าความเป็นเกาะแก่งมันจำเป็นต้องเป็นอย่างนั้น แต่ว่ารัฐบาลยืนยันว่าในส่วนนี้ สามารถที่จะต้องบริหารการจัดการให้ได้ในอนาคต ก็ขอบคุณในความห่วงใยของท่านเจะอามิง แล้วท่านก็มีความห่วงใยต่อในเรื่องของโรงพยาบาลใน ๓ จังหวัด หรือในกลุ่มของภาคใต้ ผมเรียนตามตรงว่าจากที่ได้ไปสัมผัสและไปพบมานะครับ เราเรียนตามตรงว่าเขามี ความเป็นอยู่ที่ดีนะครับ ผมเองก็มีโครงการไม่ว่าจะเป็นอาหารฮาลาลนะครับ หรือโครงการ ใกล้บ้านใกล้ใจนะครับ เราเริ่มทำใน ๓ จังหวัดภาคใต้ แล้วตัวเองก็ได้เดินทางไปด้วยตนเองนะครับ เพราะฉะนั้นความห่วงใยต่อบุคลากรทางการแพทย์ผมรับในส่วนที่จะต้องจัดสรรให้ครบ ก็คือเรื่องของ ๓,๐๐๐ อัตราที่จะต้องมีอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าในอดีตนั้นทราบว่ารัฐบาล ที่ผ่านมาก็ไปรับปาก แล้วผมเองก็พยายามทำตรงนั้นให้เป็นไปตามที่ได้มีเงื่อนไขนะครับ

ตอบความห่วงใยของท่านกนกนะครับ ในเรื่องของการขาดแคลนบุคลากร อันนี้ขอเรียนตามตรงว่าปัจจุบันนั้นผมได้มีการบริหารการจัดการนะครับ เรายอมรับนะครับ ว่าบุคลากรทางการแพทย์นั้นถึงจุด ๆ นี้แล้วค่อนข้างมีความเสี่ยง แต่อย่างไรก็แล้วแต่การบริหาร การจัดการของผมในส่วนที่ได้เข้ามารับหน้าที่เท่ากับเดือนนี้เป็นเดือนที่ ๘ หักมหาอุทกภัย ออกไป ๓ เดือน ผมบริหาร ๕ เดือน เพราะฉะนั้นภายใต้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นั้น ก็กำชับว่าเราต้องไปให้ได้ และที่ผ่านมาผมก็เรียนให้ทราบว่าเรื่องบุคลากรของการแพทย์นั้น เป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน และ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็ให้เร่งดำเนินการ ใน ๒๐,๐๐๐ กว่าอัตราที่ขาดนะครับ ประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าอัตรา อันนี้เรากำลัง ดำเนินการอยู่ เพราะฉะนั้นความห่วงใยที่ท่านบอกว่าในอนาคตให้ให้ความสำคัญในส่วนนี้ ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขนะครับ ผมยืนยันนะครับว่าผมให้ความสำคัญเรื่องบุคลากร เป็นลำดับต้น ๆ เพราะว่าเกรงว่าจะเป็นอย่างที่ท่านอาจารย์กนกกล่าว ก็คือเรื่องของ สมองไหลที่ท่านทราบนะครับ แล้วก็งานที่จะต้องพัฒนาให้เกิดขึ้นในอนาคต เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าตลอดระยะเวลาหลายประเด็นที่ท่านอภิปรายส่วนใหญ่ก็เป็นข้อที่ผมสามารถ ที่จะรับไปได้นะครับ แต่เรียนให้ทราบว่าในระดับนโยบายว่าเราต้องขอขอบคุณอดีต ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ที่ให้ความสำคัญในเรื่องของนโยบาย แล้วผมคิดว่า ๘๑ ประเทศปัจจุบันมาดูงานที่บ้านเรา ก็คือเรื่องของหลักประกันสุขภาพ แล้วเขามี ความพึงพอใจ แต่ความห่วงใยของท่านสมาชิกก็เป็นหน้าที่หนึ่งที่ท่านสามารถสะท้อนให้ผม ในฐานะเป็นรัฐมนตรีนั้นรับไปปรับปรุงแก้ไขนะครับ แล้วผมก็ยืนยันต่อท่านสมาชิกว่า ที่ผ่านมาในอดีตผลของการขาดทุนก็ดีตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ ที่มีข้อมูลนั้น ผมเรียนตามตรงว่า ปี ๒๕๕๓ ไม่ใช่รัฐบาลของพรรคเพื่อไทย แต่ปัจจุบันนั้นเกณฑ์ของการบริหาร โดยเฉพาะ ปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ในเรื่องของหมวดเงินค่าตอบแทนที่เราเพิ่มขึ้นให้ อันนี้ก็จะเป็น ความเสี่ยงที่โรงพยาบาลจะสามารถบริหารความเสี่ยงได้ แล้วก็เรียนให้ทราบว่าหลังจาก มีมาตรการและบริหารการเป็นคลัสเตอร์ (Cluster) ก็คือเป็นกลุ่มจังหวัดแล้ว แล้วก็มีโครงการ ใกล้บ้านใกล้ใจ มีการกระจายคนไข้โรคเรื้อรังเข้าไปที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแล้ว ผมยืนยันนะครับว่าในระยะยาวเรื่องบริหารความเสี่ยงเรื่องการขาดทุนจะดีขึ้นนะครับ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ผมพูดในระดับนโยบายแต่รายละเอียดที่ท่านได้ขออภิปรายกันไว้นั้น เดี๋ยวสักพักหนึ่งผมคิดว่า สปสช. จะเป็นคนตอบนะครับ ผมกราบเรียนว่าเอาคร่าว ๆ ที่ความกังวล ของท่านสมาชิกต่อนโยบายนะครับ ที่ผมกราบเรียนว่าในส่วนตัวนั้นผมพร้อมที่จะรับฟังอยู่ และหากผมไม่ได้อยู่บนบัลลังก์ผมก็จะฟังอยู่ข้าง ๆ นะครับ ต้องขอประทานโทษ ท่านประธานนะครับตอบเบื้องต้นนะครับ เดี๋ยวถ้าผมดูประเด็นที่จะให้ครอบคลุมอีก ผมจะขออนุญาตตอบต่อที่ประชุมแห่งนี้ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ