สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๐ · ๒๖ เมษายน ๒๕๕๕

อนุดิษฐ์ นาครทรรพ หารือเรื่องระบบตรวจวัดแผ่นดินไหวของประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมในการป้องกันภัยพิบัติ และเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ นอกจากนี้ยังเสนอแนะการปรับปรุงระบบเครือข่ายการตรวจแผ่นดินไหวเพื่อแจ้งเตือนภัยเร็วขึ้น

นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องของระบบนี่นะครับ ผมต้องกราบเรียนว่าในส่วนของเครื่องไม้เครื่องมือ ของประเทศไทยนั้นนี้นะครับ เรามีเครื่องมือในการตรวจวัดแผ่นดินไหวทั้งที่มีตำแหน่ง ศูนย์กลางแผ่นดินไหวทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยสถานีตรวจวัดแผ่นดินไหว ขณะนี้ติดตั้งทั่วประเทศกว่า ๔๐ แห่ง แล้วก็ส่วนใหญ่นั้นติดตั้งอยู่ในส่วนของภาคใต้ของประเทศ ซึ่งแน่นอนครับเป็นจุดที่มีโอกาสหรือว่ามีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แผ่นดินไหวที่มีศูนย์กลางอยู่เหนือเกาะสุมาตราของประเทศอินโดนีเซีย ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า ในการทำงานร่วมกันของศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติของประเทศไทยนั้นมิได้ทำเพียงประเทศเดียว แต่ว่าในลักษณะของการทำงานเรื่องของการแจ้งเตือนภัยนั้นเป็นลักษณะของเครือข่าย นอกจากศูนย์กลางแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น เราสามารถที่จะตรวจสอบ ตรวจวัดได้ภายใน ๑๐ นาที จากเครื่องมือของเรา แล้วก็เข้าสู่การประเมินแล้วก็วิเคราะห์ผล ซึ่งแน่นอนครับ ใช้เวลาไม่มากครับ ใช้เวลาเพียง ๑๐ กว่านาทีเท่านั้นเองก็จะสามารถได้รับในส่วนของข้อมูล แต่อย่างไรก็ดีครับ เรื่องของการประเมินการแจ้งเตือนภัยนั้นก็คงจะต้องดูจากศูนย์กลาง แล้วก็ดูระยะเวลา ในการคำนวณเบื้องต้นนั้นจะเห็นชัดเจนครับว่าระยะเวลาก่อนที่คลื่นดังกล่าวนั้น ในกรณีแผ่นดินไหวในทะเลลักษณะที่เกิดขึ้นที่เกาะสุมาตรา ผมยกตัวอย่างสั้น ๆ เท่านั้นเอง พอเป็นสังเขป จากนั้นก็จะมีจุดซึ่งเป็นเครื่องมือ เป็นอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ ทั้งของประเทศไทยแล้วก็ของต่างชาติที่ลอยอยู่ในทะเล ก็จะเป็นตัวที่ยืนยันว่าเรื่องของขนาด ของคลื่น ขั้นต้นนี่แผ่นดินไหววัดที่ความแรงเสียก่อนยังไม่มีเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ณ ทันทีทันใดขณะนั้น จะบอกว่ารอยเลื่อนที่เกิดขึ้นเป็นทางดิ่งหรือแนวนอน เพราะฉะนั้น ก็ต้องมารอนำเอาเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถที่จะตรวจวัดและยืนยันขนาดของคลื่น เพื่อนำไปสู่การเตรียมในเรื่องของการแจ้งเตือนภัยหรือการยกเลิกการเตือนภัยกรณีที่ คลื่นดังกล่าวไม่ได้มีผลกระทบต่อประเทศไทย นั่นประการที่ ๑ นะครับ

ส่วนประการที่ ๒ เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนชาวภูเก็ต แล้วก็ ในส่วนของจังหวัดที่อยู่ในชายฝั่งอันดามันทั้งหมด รวมไปถึงนักท่องเที่ยว ผมอยากให้รับฟัง ในส่วนของข้อมูลที่เกิดจากทางราชการมากกว่าที่จะฟังจากข่าวลือ กรณีการเกิดแผ่นดินไหว ที่อำเภอถลาง ขนาด ๔.๓ ริกเตอร์ ที่เกิดขึ้นเวลาประมาณ ๑๖.๔๔ นาฬิกาของวันที่ ๑๖ เดือนเมษายน สถานีตรวจแผ่นดินไหวที่ตั้งอยู่บริเวณเขื่อนบางจาก จังหวัดภูเก็ต ก็ตรวจรับ สัญญาณแผ่นดินไหวดังกล่าวได้ แล้วก็สามารถที่จะประเมินแล้วก็วิเคราะห์ผลว่าเป็นการไหว ขนาดที่ไม่ใหญ่จนกระทั่งจะมีผลกระทบถึงทรัพย์สิน แล้วก็พี่น้องประชาชนมากกว่าที่เกิด แล้วหลังจากนั้นลักษณะของการแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นที่เราเรียกว่าอาฟเตอร์ช็อค (Aftershock) ได้มีการสั่นไหวในลักษณะที่เบาลงไปเรื่อย ๆ จนขณะนี้ก็เรียกว่า ไม่ได้มีผลกระทบต่อความน่ากลัวที่ลักษณะเหมือนกับแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่มีขนาด ความรุนแรงตั้งแต่ ๘ ริกเตอร์ขึ้นไปนะครับ

ส่วนการปรับปรุงระบบเครือข่ายการตรวจแผ่นดินไหวที่ท่านได้กรุณาได้ให้ ข้อแนะนำ ผมต้องกราบเรียนผ่านทางท่านประธานไปยังท่านสมาชิกครับว่าวันนี้รัฐบาล ให้ความสำคัญกับเรื่องของภัยพิบัติเป็นอย่างยิ่ง ก่อนหน้านั้นมาเป็นอย่างไรผมคงไม่กล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการจัดหาระบบที่พร้อมมูลทันสมัย รวมถึงระบบที่มีอยู่แล้วนี่ จะได้รับการดูแล ได้รับการซ่อมบำรุงอย่างดีนี่ระบบงบประมาณที่ผ่านมาก็อาจจะเป็นปัญหา และอุปสรรคต่อเรื่องดังกล่าว แต่ ณ วันนี้ผมกราบเรียนว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ให้ ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว แล้วก็ในส่วนของกระทรวงไอซีทีและกระทรวงอื่น ๆ นะครับ ผมต้องกราบเรียนตั้งแต่ต้นเลยว่าไม่มีเพียงกระทรวงไอซีทีนะครับ ยังมีเครื่องไม้เครื่องมือ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหลายกระทรวง ที่จะประมวลผลเอาข้อมูลดังกล่าวเข้ามาสู่ การวิเคราะห์และประเมินในเรื่องของภัยพิบัติ จะได้รับการดูแลและปรับปรุง และทำให้ ระบบภาพรวมที่เรียกว่าซิงเกิล คอมแมน (Single command) นี่สามารถดำเนินการได้อย่าง ถูกต้อง รวดเร็ว แล้วก็มีเวลาเพียงพอสำหรับพี่น้องประชาชนในการที่จะได้รับการเตือนภัย และป้องกันระวังภัยได้ทันท่วงทีครับ

สุดท้ายนี้ครับ กราบขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดภูเก็ต รวมไปถึงท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตจังหวัดอันดามัน แล้วก็ทุก ๆ ที่นะครับ ผมเชื่อว่าหน้าที่ของพวกเรานั้นเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนย่อมที่จะให้ความสำคัญ กับเรื่องของความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนก็คงไม่ต่างกันนะครับ วันนี้รัฐบาลก็จะ ทำหน้าที่ตรงนี้ให้เต็มที่ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติจะทำหน้าที่ของเราเป็นยามเฝ้าระวังเหตุร้าย อันอาจจะเกิดกับพี่น้องประชาชน ๓๖๕ วัน ทุก ๆ วัน ๒๔ ชั่วโมงครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ