สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๕ เมษายน ๒๕๕๕

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หารือเรื่องรายงานของกรรมาธิการและขอให้ท่านประธานสภาแจ้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยมี 3 ทางเลือก: ถอนรายงานกลับไปปรับปรุงใหม่, สภามีมติรับทราบ, หรือ สภามีมติให้ความเห็นชอบกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความขัดแย้งระหว่างสถาบันพระปกเกล้าและคณะกรรมาธิการวิสามัญ และเรียกร้องให้ไม่ให้ส่งรายงานฉบับนี้ไปยังรัฐบาล เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและความสับสนของประชาชน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ก็ขออนุญาตกราบเรียน กับท่านประธานครับ ที่ต้องกราบเรียนเพราะผมเป็นห่วงว่าหลังปิดการอภิปราย ทุกท่าน ซึ่งรวมทั้งพวกกระผมด้วยก็อาจจะไม่สามารถแสดงความเห็นใด ๆ ได้อีก เพราะฉะนั้น ก่อนปิดอภิปรายก็จะขอทราบจากท่านประธานว่าเราจะดำเนินการอะไรต่อไป อย่างไร สำหรับรายงานของกรรมาธิการที่นำเข้าสู่การพิจารณาใน ๒ วันนี้ ขอทราบว่าท่านจะทำ อย่างไรในประการที่ ๑ ประธานคณะกรรมาธิการจะถอนรายงานฉบับนี้กลับไปปรับปรุงใหม่ ให้พ้นจากข้อหารายงานเถื่อนหรือไม่ หรือท่านประธานจะขอให้สภามีมติรับทราบดังเช่นที่ เคยมีผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการหลายกรณี เมื่อศึกษาเสร็จนำกลับมาสู่สภา แล้วสภา มีมติรับทราบ หรือในประการที่ ๓ ท่านประธานจะขอให้สภามีมติให้ความเห็นชอบ กับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ซึ่งถ้าสภาให้ความเห็นชอบกับข้อสังเกตของกรรมาธิการ ก็จะมีผลให้เป็นการส่งรายงานของกรรมาธิการฉบับนี้ไปให้รัฐบาลตามข้อบังคับ ข้อ ๙๗ ซึ่งระบุไว้ในวรรคสามว่าในกรณีที่สภาเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ให้ประธานสภาส่งรายงานและข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นถ้าหากมีการขอมติ ว่าที่ประชุมนี้จะให้ความเห็นชอบกับข้อสังเกตของกรรมาธิการหรือไม่ ผลที่จะตามมา ก็คือการส่งรายงานฉบับนี้ซึ่งมีข้อกังขาหลายประการไปยังรัฐบาลนั่นเอง ตามข้อ ๙๗ หรือท่านประธานจะขอความเห็นชอบจากที่ประชุมสภาแห่งนี้ให้ให้ความเห็นชอบ ตามความเห็นของสถาบันพระปกเกล้า นั่นก็คือข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้านั้น มีข้อเสนอให้ดำเนินการ ๓ ประการ

ประการที่ ๑ ให้ที่ประชุมสภานี้รับทราบรายงานของกรรมาธิการไว้ชั้นหนึ่งก่อน แปลว่าให้รับทราบความก้าวหน้าในการดำเนินการของกรรมาธิการไว้ชั้นหนึ่งก่อน นั่นเป็นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ให้สภานี้มีมติให้ขยายเวลาให้กรรมาธิการกลับไปดำเนินการต่อ เป็นอย่างน้อยจนสิ้นสมัยประชุมสมัยหน้า คือประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน และ

ในประการที่ ๓ ระหว่างที่นำกลับไปดำเนินการนั้นให้สถาบันพระปกเกล้า ได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดให้มีการพูดคุยทั่วประเทศ ทั้งในระดับพรรคการเมือง นักการเมืองและระดับประชาชนทั่วไปเพื่อแสวงหาความเห็นร่วมและเพื่อนำไปสู่ การปรองดองต่อไป

ซึ่งกระผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานครับว่า ในส่วนของพวกกระผม พรรคประชาธิปัตย์เห็นด้วยกับแนวทางของสถาบันพระปกเกล้า ที่เห็นด้วยกับแนวทาง ของสถาบันพระปกเกล้าก็เพราะว่าเป็นแนวทางที่จะเริ่มต้นเดินหน้าไปสู่ความปรองดอง ที่แท้จริงได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป แต่พวกกระผมไม่เห็นด้วยกับการให้ความเห็นชอบ กับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ซึ่งจะมีผลเป็นการส่งรายงานฉบับนี้ไปยังรัฐบาล ที่เป็นอย่างนั้นมีเหตุผลอย่างน้อย ๓ ข้อ

ประการที่ ๑ ก็คือเนื่องจากรายงานของกรรมาธิการชุดนี้มีข้อเคลือบแคลงสงสัย ว่าเมื่อส่งไปยังรัฐบาล รัฐบาลอาจจะมีการหยิบยกบางประเด็น เช่น การยกเลิกคดีที่ผ่าน คตส. หรือการนำไปสู่การนิรโทษกรรมเพื่อประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่งและจะเป็นชนวน นำไปสู่ความขัดแย้งแตกแยกต่อไป

เหตุผลประการที่ ๒ ก็คือว่าหากสภานี้ให้ความเห็นชอบส่งรัฐบาล ก็จะเป็น การเริ่มต้นความขัดแย้งคู่ใหม่ อย่างน้อยที่สุดก็ระหว่างสถาบันพระปกเกล้ากับกรรมาธิการ หรือสถาบันพระปกเกล้ากับเสียงข้างมากที่อาจจะลงมติเห็นชอบให้ส่งรายงานฉบับนี้ไปยัง รัฐบาล และถ้าเป็นอย่างนั้นเราจะเริ่มต้นเดินหน้าไปสู่ความปรองดองได้อย่างไร เพราะว่า นับ ๑ ก็เกิดความขัดแย้งขึ้นแล้ว และสิ่งที่กระผมกราบเรียนที่จะเป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า สถาบันพระปกเกล้าได้ประกาศไว้ในแถลงการณ์ชัดเจน ว่าถ้ามีมติให้ส่งรัฐบาล สถาบัน พระปกเกล้าก็จะถอนรายงานผลการวิจัยออกไป ดังเช่นที่ระบุไว้ในรายงานแถลงการณ์ ของสถาบันพระปกเกล้าสั้น ๆ ครับในประเด็นที่ว่า หากสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบ กับรายงานและแจ้งคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป ดังข้อเสนอเดิม ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ อันจะนำไปสู่ความสับสนของประชาชนและนำไปสู่สงคราม ความปรองดอง อันเป็นการสถาปนาความยุติธรรมของผู้ชนะขึ้น ทั้งยังจะเป็นเหตุแห่งความขัดแย้ง และความรุนแรงนั้น สถาบันก็มีความเสียใจที่จะต้องขอรายงานการวิจัยดังกล่าวกลับมา ซึ่งนั่นก็คือการถอนผลงานการวิจัยออกจากรายงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ และ

ในประการที่ ๓ หากมีการถอนออกไป กรรมาธิการจะส่งอะไรไปให้รัฐบาลครับ ก็ในเมื่อเนื้อหาเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เป็นรายงานผลการวิจัยของสถาบันพระปกเกล้า ที่บรรจุอยู่ในรายงานฉบับนี้ เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลอย่างที่กระผมกราบเรียน กระผม จึงไม่เห็นด้วยกับการที่ถ้าสภานี้จะมีมติเห็นชอบให้ส่งรัฐบาล และหากประธานจะขอมติ ดังกล่าว ผมก็เชื่อว่าเสียงข้างมากจะเอาอย่างไรก็คงจะต้องเป็นไปตามนั้นอยู่แล้ว แต่ท่านประธานต้องไม่ลืมนะคร ับ การปรองดองไม่มีทางเกิดขึ้นได้จากการใช้เสียงข้างมาก บังคับเอา สิ่งที่จะได้ก็แค่อย่างที่สถาบันพระปกเกล้าได้ระบุไว้ คือความยุติธรรมของผู้ชนะ เท่านั้นครับ แต่อย่างไรก็ตามกระผมก็ยังหวังว่าที่สุดเสียงข้างมากและกรรมาธิการจะได้ฟังความเห็น ของสถาบันพระปกเกล้า ที่บอกว่าจะได้ฟังความเห็นของสถาบันพระปกเกล้าก็คือว่าหากเดิม เสียงข้างมากมีความเห็นว่าจะดำเนินการส่งรายงานของกรรมาธิการไปยังรัฐบาล และเห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้ และเห็นด้วยกับข้อสังเกตของรายงานฉบับนี้ เสียงข้างมาก ก็น่าจะได้พลิกกลับไปอ่านข้อสังเกตของกรรมาธิการฉบับนี้ ชุดนี้ โดยเฉพาะในข้อ ๕ ซึ่งระบุ ไว้ชัดเจนในข้อสังเกต ข้อ ๕ ของรายงานคณะกรรมาธิการที่ระบุว่าให้นำความเห็น ของสถาบันพระปกเกล้าไปดำเนินการให้เกิดรูปธรรมโดยเร็วที่สุด ถ้าเสียงข้างมากมีแนวโน้ม ความเชื่อว่าเห็นด้วยกับรายงานของกรรมาธิการและข้อสังเกตของกรรมาธิการก็ควรจะเห็นด้วย กับข้อสังเกตในข้อ ๕ ที่ระบุขีดเส้นใต้ว่า ให้นำความเห็นของสถาบันพระปกเกล้า ไปดำเนินการให้เกิดรูปธรรมโดยเร็วที่สุด เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเป็นสิ่งที่กระผมขออนุญาต กราบเรียนเน้นย้ำให้ท่านประธานได้รับทราบและขอให้ท่านประธานได้กรุณาให้ความชัดเจน กับที่ประชุมก่อนที่พวกกระผมจะได้พิจารณาดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไป รวมทั้ง ตัวท่านประธานคณะกรรมาธิการด้วยว่าท่านจะถอนรายงานฉบับนี้ออกไปหรือไม่ และเพื่อ พวกกระผมจะได้แสดงความเห็นสนับสนุนหรือคัดค้านแนวทางที่ท่านประธานและประธาน คณะกรรมาธิการจะได้นำเสนอเป็นทางเลือกให้กับที่ประชุมนี้ต่อไป ขอบคุณครับ