สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๕ เมษายน ๒๕๕๕

สนธิ บุญยรัตกลิน บอกเรื่องการทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการปรองดองในบ้านเมือง และขอให้รัฐบาลพิจารณาผลการวิจัยของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ

พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน พรรคมาตุภูมิ ประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณทั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็เพื่อนสมาชิกทุกท่าน ตีหนึ่งครึ่งครับ หลายท่านผมทราบดีนั่งหลับอยู่เยอะครับ บรรยากาศอาจจะทำให้ท่านง่วงหงาวหาวนอนบ้าง เล็กน้อย แต่คิดว่ามันเป็นเรื่องที่มีความสำคัญในวินาทีสุดท้าย ผมอยากเรียนครับว่า ในเรื่องของการทำการศึกษาวิจัยในเรื่องของการปรองดองในทุกขั้นตอนที่ทำมา ของคณะกรรมาธิการนั้นยืนยันกับท่านอีกครั้งหนึ่งครับว่าเราทำมาด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ เพื่อผลประโยชน์ในการปรองดองอย่างดียิ่ง ผมขออนุญาตย้อนนิดหนึ่งครับ เมื่อไม่กี่วันมานี้ ผมได้เดินไปที่ลานพระบรมรูปทรงม้าซึ่งเป็นงานกาชาด ฝนตกพอดีครับ กางร่มอยู่ เดินไป สุดท้ายไปหยุดอยู่ตรงหน้าพระบรมรูปทรงม้าครับ ด้วยความตกใจก็หุบร่มลงแล้วก็แหงนขึ้นไป เห็นพระพักตร์พระองค์ท่าน ตั้งแต่ผมเป็นเด็ก ๆ เป็นนักเรียน เคยปฏิญาณตนเสมอครับว่า จะสละเลือดเนื้อและชีวิตในการที่จะปกป้องแผ่นดิน ไปนึกถึงตรงนั้นก็เลยมีความรู้สึกครับว่า ณ วันนี้เราคนไทยทุกคนได้เคยนึกถึงพระองค์ท่านไหม ท่านได้ทำทุกอย่างให้กับบ้านเมืองเรา ให้มีความเจริญและมีความทันสมัย ผมมีความตั้งใจครับว่าจะทำอะไรก็ตาม มีเจตนาดี เพื่อบ้านเมืองทั้งสิ้น ผมมาทำหน้าที่ตรงนี้ทุกท่านทราบดีว่าผมนั้นทั้งเจ็บและเหนื่อยขนาดไหน แต่ไม่ท้อแท้ครับ วันที่ ๒๗ ที่ผ่านมานั้นทุกคนคงจำได้ว่าผมอยู่ในสภาวะใด เพื่อน ๆ บางท่าน บอกยิ้มเข้าไว้ ยิ้มครับ ท่านทราบไหมครับว่าทุกท่านสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้อาวุโสอย่างผมนั้น อีกครั้งหนึ่ง เราจะเป็นผู้ใหญ่ จะพูด จะคิด จะทำ ต้องตรองด้วยสมองให้หนัก ๆ ถ้าใช้ความคิดที่น้อยและพูดมาก ๆ คงไร้ประโยชน์ ความรักความสามัคคีไม่เกิดแน่นอน ผมเชื่อได้ว่าวันนี้สิ่งที่ผมจะอ่านต่อไปนี้มันมีเหตุมีผลครับ ท่านครับ คณะกรรมการมาสัมภาษณ์ผม ผมถามว่าท่านเคยไปทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องประชาชน ในเรื่องการปรองดองหรือความขัดแย้งหรือไม่ คณะกรรมการที่มาสัมภาษณ์บอกว่า ได้ทำสัมภาษณ์มาบอกว่า คนประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เศษ ๆ ที่มีความขัดแย้งกันอยู่ทั้ง ๒ ซีก คนอีกเกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นคนที่อยู่ตรงกลาง ท่านครับ สิ่งที่มันเป็นผลการวิจัยในวันนี้ ที่ผมจะกราบเรียนให้แล้วก็มอบให้ท่านประธานไปนี้ ผมเชื่อได้ว่าถ้าทางรัฐบาลนำสิ่งที่ทำ แล้วขัดแย้งกับความเห็นของประชาชนทั้งชาติ ท่านไม่ต้องกังวลครับ ในฟิลิปปินส์มันเคยมี เรื่องกรีน เรฟโวลูชั่น (Green revolution) หรือฟลาวเวอร์ เรฟโวลูชั่น (Flower revolution) คือการปฏิวัติโดยประชาชน ฉะนั้นสิ่งที่ผมจะให้ประธานนี้มันเป็นผลการวิจัย ขอให้ทุกท่านสบายใจ ถ้ารัฐบาลคิดจะทำอะไรโดยไม่ไตร่ตรอง โดยไม่ฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือข้อสังเกตของใครก็ตามที่ส่งไป ผมว่ารัฐบาลก็หนักใจ ฉะนั้นสิ่งที่ผม จะมอบให้กับท่านประธานในวันนี้เป็นรายงานที่เสนอโดยคณะกรรมาธิการ เพียงแต่เพิ่มเติมว่า ข้อเสนอแนะในแถลงการณ์ของเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้านั้นขอให้แนบไปศึกษาด้วย ในคำลงท้ายที่ผมส่งไปให้กับทางด้านของสภาก็คือ ขอได้โปรดแจ้งไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป ผมขออนุญาตแก้ข้อความนี้ว่า จะดำเนินการอย่างไรแล้วแต่ พิจารณา แต่อย่างไรก็ตามมันก็ต้องเดินไปตามทางและวิถีทางของมัน ด้วยความปรารถนาดีครับ ท่านสมาชิกทุกท่านผมยืนยันครับว่าเอกสารฉบับนี้จะไปอย่างไรก็แล้วแต่เป็นผลดี กับบ้านเมือง เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกทางด้านขวามือผมนี้ยืนยันครับว่าท่านทักษิณไม่ได้อยู่ ในเงื่อนไขอันนี้ ท่านบอกแล้วว่าท่านผิดท่านต้องรับผิดที่พูดตรงนี้ และท่านวัฒนาก็พูดอย่างนั้น ฉะนั้นไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นในผลการวิจัย ถ้ามันมาลงในข้อโละทั้งหมด ผมเชื่อว่าเกิดเงื่อนไข ฉะนั้นก็ขอให้ทุกท่านสบายใจครับ ผมคิดว่าสิ่งที่ผมจะนำเรียน กับทางด้านสภานั้นน่าจะมีเหตุมีผล แล้วก็เป็นสิ่งที่เราได้ไตร่ตรองกันมาแล้ว ผมยืนยันครับว่า คณะทำงานทั้ง ๓๘ ท่านเราทำมากันด้วยเหตุด้วยผลทั้งสิ้น สิ่งที่ทางคณะกรรมาธิการ ๙ ท่านที่ลาออกนั้น ลาออกภายหลังที่ทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว ผมยืนยันครับว่าเอกสารฉบับนี้ ไม่เถื่อน ขอให้มั่นใจตรงนี้ครับ ขอให้ทุกคนสบายใจได้ สิ่งที่ผมวิเคราะห์ สิ่งที่ผมเรียน เมื่อครู่นี้จะเป็นเหตุเป็นผลให้ทุกท่านสบายใจครับ ขอบคุณท่าน แล้วก็ขอขอบคุณ ท่านสมาชิกทุกท่าน ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธาน แล้วก็เห็นใจท่านประธานครับ คงเหนื่อยครับ ขอบคุณครับ