สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๕ เมษายน ๒๕๕๕

วิรุฬห์ พื้นแสน หารือเรื่องปัญหาชายแดนภาคใต้ โดยเน้นย้ำว่าปัญหานี้เป็นปัญหาของประเทศทั้งหมด และต้องการความร่วมมือจากภาครัฐและประชาชนในการแก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ปัญหาสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การศึกษา ความเป็นธรรม และการเยียวยา โดยเน้นย้ำว่าการแก้ปัญหาด้วยการใช้กำลังเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องใช้ความสันติมาประกอบในการแก้ไขปัญหา

พลตำรวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน กรรมาธิการ

กระผม พลตำรวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ประธานคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ ก่อนอื่นผมขอเรียนว่า ทางสภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการ สร้างความปรองดองแห่งชาติขึ้นมาพิจารณา การพิจารณาคราวนี้เป็นพิจารณาว่าครั้งแรกนั้น เป็นการพิจารณาเป็นเรื่องเหตุการณ์ในพื้นที่ กทม. และเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดอื่น ๆ ซึ่งไม่รวมถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทาง การสร้างความปรองดองแห่งชาติได้พิจารณากันแล้วเห็นว่าปัญหาพื้นที่ภาคใต้นั้นเป็นปัญหา สำคัญอย่างยิ่งที่เราจะต้องแก้ปัญหาและหาแนวทางในการปรองดองและแก้ไขเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น จึงได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อศึกษาในเรื่องปัญหาเหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมขอเรียนให้ทราบว่า ในการตั้งคณะอนุกรรมาธิการนั้นมีด้วยกัน ๑๐ คน ส่วนใหญ่คณะอนุกรรมาธิการในการพิจารณาเป็น ส.ส.ที่มาจากพื้นที่ภาคใต้ และเจ้าหน้าที่จากสภาความมั่นคง จากพื้นที่กองทัพภาค ๔ จากพื้นที่ของ ศอ.บต. และขณะเดียวกันได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาเป็นคณะกรรมาธิการและที่ปรึกษา ผมขอยกตัวอย่างเช่น ท่านศาสตราจารย์ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี จาก มอ. ปัตตานี ท่านโคทม อารียา และ พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ จากสถาบันพระปกเกล้า ผมขอเรียนว่าในบรรยากาศ ของคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้นั้น ผมคิดว่าเป็นบรรยากาศที่ปรองดอง แล้วก็ปรึกษาหารือในการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ผมขอเรียนให้ทราบว่าเรื่องปัญหาในพื้นที่ภาคใต้นั้นเป็นเรื่องที่ยาวนานมาเป็นร้อยปีแล้วครับ แล้วก็มีเหตุการณ์ที่รุนแรงบ้าง เพิ่มขึ้นบ้าง แล้วก็มีการรุนแรงมาตั้งแต่เดือนมกราคม ปี ๒๕๔๗ จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเราพิจารณาปรากฏว่ามีการสูญเสียเกิดขึ้น มีผู้คนล้มตายไปประมาณ ๕,๐๐๐ คนเศษ แล้วก็บาดเจ็บไปประมาณ ๙,๐๐๐ คน คณะกรรมาธิการพิจารณาว่าเหตุการณ์ความไม่สงบ ในพื้นที่ภาคใต้นั้นเกิดมาจากอะไร ปัญหาสำคัญที่สุดที่เป็นใจกลางในการแก้ปัญหานั้น เกิดจากปัญหาในขบวนการแยกดินแดน แล้วก็มีเงื่อนไขอื่น ๆ จากยาเสพติด จากค้า น้ำมันเถื่อนบ้าง ค้าของเถื่อนบ้าง มาเสริมการปฏิบัติการในการก่อความไม่สงบในพื้นที่ คณะกรรมาธิการได้มาปรึกษาหารือกันว่าจะแก้ปัญหาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้อย่างไร คณะกรรมาธิการก็ปรึกษากันว่าปัญหาพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และ ๔ อำเภอในจังหวัดสงขลา เป็นปัญหาที่เกิดขึ้น ใน ๓ จังหวัด ๔ อำเภอ แต่เรามาพิจารณาโดยรอบคอบแล้วว่าปัญหาใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นไม่ใช่เป็นปัญหาท้องถิ่นครับ เป็นปัญหาของประเทศ ถ้าแก้ปัญหา ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้ ให้เกิดความสำเร็จก็แก้ปัญหาในด้ามขวานของเราไม่บรรลุผล และจะกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของประเทศ และการวินิจฉัยการแก้ปัญหาเราน่ะ แก้อย่างไร ขั้นต้นมีการเสนอเข้ามาที่ประชุมคณะกรรมาธิการว่าเราจะพิจารณากันนี้ เราจะไม่มีพรรคการเมือง เราไม่มีฝ่ายค้าน เราไม่มีฝ่ายรัฐบาล แต่พวกเราจะมาช่วยกันคิด แก้ปัญหาของประเทศ และความสำเร็จที่เกิดขึ้นนั้นต้องร่วมมือจากทางรัฐบาล ภาครัฐ และของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ สำคัญที่สุดก็คือว่าคนไทยทั้งประเทศจะเข้าใจปัญหา ของพื้นที่ภาคใต้อย่างไร เพื่อร่วมกันแก้ปัญหา และข้อสำคัญที่สุดในการแก้ปัญหาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องร่วมมือกัน

เอาละครับ ก่อนอื่นเพื่อจะไม่ให้เสียเวลา สิ่งที่เราเสนอก็คือการแก้ปัญหา เรื่องการศึกษาเป็นเรื่องแรกสำหรับแก้ระยะยาว ให้จัดการการศึกษาให้ถูกต้องตามอัตลักษณ์ และความเหมาะสมกับคนในพื้นที่ และสำคัญที่สุดให้ประชาชนตรงนั้นสามารถมีงานทำ มีรายได้

เรื่องที่ ๒ เรื่องที่เราจะมาพิจารณาก็คือเรื่องความเป็นธรรม เป็นปัญหาสำคัญครับ การใช้กฎหมายในพื้นที่ การรักษาความสงบในพื้นที่ กระบวนการสอบสวน กระบวนการ พิจารณาคดี ต้องได้รับความรวดเร็วและเป็นธรรม เป็นสิ่งที่แก้ไขเป็นเบื้องต้น และการที่จะทำงานให้เกิดความสำเร็จนั้นคณะกรรมาธิการหรือคณะอนุกรรมาธิการบอกว่า จะแก้ปัญหาด้วยการใช้กำลังเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องแก้ด้วยเอาความสันติมาประกอบ การแก้ปัญหาด้วย และขอให้มีการพูดคุยกันกับกลุ่มชนต่าง ๆ ที่เกิดความไม่เข้าใจกัน ต้องมีการพูดคุยกันครับ แต่กระบวนการพูดคุยกันนั้นทางฝ่ายนักวิชาการเขาบอกว่า ไม่ใช่การเจรจา แต่การพบปะกันทำอย่างไรถึงจะทำให้เกิดความสงบในพื้นที่ การแก้ปัญหา ของคนในพื้นที่

แล้วต่อมาสิ่งหนึ่งที่จะตามมาก็คือเรื่องเยียวยา ทางคณะกรรมาธิการได้เสนอ เข้ามาในรายงานก็คือว่าสาระสำคัญการเยียวยานั้นประเด็นสำคัญก็คือว่าถ้าหากการเยียวยา คนที่เกิดเหตุการณ์ใน กทม. หรือในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ