รังสิมา รอดรัศมี แสดงความไม่เห็นด้วยกับการที่ประธานสภาบรรจุวาระเกี่ยวกับการปรองดอง เนื่องจากประชาชนกำลังเผชิญกับปัญหาที่รุนแรง และเรียกร้องการความเป็นกลางของประธานสภา พร้อมขอประธานสภาและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ออกมาพูดถึงเหตุผลในการปฏิวัติ และการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
ดิฉันลืมขานชื่อ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม คือที่ดิฉันไม่เคารพท่านประธาน ๒ ท่านที่ลงไปนี่ โดยเฉพาะท่านประธานสมศักดิ์ คือดิฉัน ไม่เห็นด้วยเลยกับการที่ท่านประธานบรรจุวาระอันนี้ คือไม่ใช่ว่าดิฉันไม่อยากปรองดองนะคะ ดิฉันก็อยากจะปรองดอง แต่บางทีดิฉันก็ไม่ได้ปรองดองหรอกค่ะ ถามท่านประธานสนธิได้นะคะ เหตุที่ดิฉันไม่อยากจะให้เอาวาระเกี่ยวกับการปรองดองเข้ามานี่ เพราะว่าขณะนี้ พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดวิกฤติขนาดนี้ ประชาชน ล้มตายบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก แล้วก็ข้าวของแพง แพงทั้งแผ่นดินเลย อย่างที่ท่านอาคม ได้อภิปรายไปแล้วว่ากระชากให้ราคาต่ำลง แต่ตอนนี้มันกระชากราคาเพิ่มขึ้น
และอีกประการหนึ่งก็คือ น้ำมันนี่ก็แพงขึ้นทุกวันเลย เมื่อคืนนี้ดิฉัน จะวิ่งไปเติมก็เติมไม่ทัน เพราะมันเลยเวลาไปแล้ว วันนี้ก็ขึ้น ขึ้นเรื่อยไป
อีกประการหนึ่ง สินค้าการเกษตรก็ขายไม่ออก ประชาชนก็ร้องเรียนมาที่ ดิฉัน มะพร้าวสมัยพรรคประชาธิปัตย์ราคาตั้ง ๑๐ กว่าบาท แต่ตอนนี้เหลือลูกละ ๖ บาท แถมมะพร้าวอ่อนยังไม่มีคนไปตัดเลย บาทเดียวก็ไม่มีคนตัด สมัยพรรคประชาธิปัตย์ ก็ ๑๒ บาท เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าพี่น้องประชาชนเดือดร้อน คนตกงานมาก โรงงาน ก็ย้ายหนีไปอยู่ประเทศอื่นแล้วเพราะเขาไม่เชื่อใจอย่างไรคะ ไม่เชื่อใจรัฐบาลว่าเอาอยู่ เอาอยู่ แล้วก็เอาไม่อยู่ แล้วมันก็เป็นปัญหา ค่าแรง ๓๐๐ บาท ประชาชนร้านเล็ก ๆ ข้าวผัด ราดหน้าอะไร คนงานล้างชามวันละ ๓๐๐ บาท เขาอยู่ไม่ได้นะคะ เขาเจ๊งค่ะ เพราะฉะนั้น อันนี้ดิฉันจึงอยากจะเรียนท่านประธานว่าทำไมเรื่องที่ประชาชนเดือดร้อนทำไมไม่เอาเข้าวาระก่อน ไปเอาอันนี้เข้ามา
อีกประการหนึ่งคือการที่จะปรองดองได้ดิฉันคิดว่าอยู่ที่ประธานด้วย ถ้าประธานคนนี้ดิฉันจึงจะยอมปรองดอง เดี๋ยวท่านก็ไปโดนเขาด่าอีก เพราะว่าดิฉันชมท่านมาก ท่านก็ต้องไปโดนฝ่ายรัฐบาลด่าท่าน อย่าไปด่าท่านเลย คนเป็นประมุขต้องเป็นแบบนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีนะคะ แต่ว่าที่ดิฉันบอกว่าดิฉันไม่เห็นด้วยเพราะว่าถ้าท่านประธานวินิจฉัย ไม่เป็นกลาง แล้วก็คอยปิดไมค์ ปิดไมค์ไม่ให้พูดมันจะปรองดองมันเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น ประธานอย่าปิดไมค์นะคะ
อีกอันหนึ่งคือเรื่องการรวบรัด เร่งรีบ การที่ให้คณะกรรมาธิการไปทำงาน แล้วก็ให้ทางสถาบันพระปกเกล้าไปวิจัยให้ระยะเวลา ทีแรกให้ ๓๐ วัน ก็มาขยายเวลาเป็น ๑๘๐ วัน ดิฉันคิดว่าอันนี้ทำเพื่อประชาชนจริงหรือเปล่า หรือทำเพื่อทักษิณ ทักษิณอยากได้อะไร ท่านทำตามหมดเลย ทำตามคำสั่งทุกอย่างเลย บ้านเมืองเกิดวิกฤติมา ๕-๖ ปีแล้ว แต่คุณจะมาทำแค่ ๓๐ วัน ทำแค่ ๑๘๐ วัน มันแก้ปัญหาไม่ได้หรอกค่ะ
ประธานคนต่อไปที่ดิฉันจะต้องเอ่ยถึง ท่านเปิดหน้าหน่อยค่ะ ท่านอย่าปิดหน้า ดิฉันจะได้เห็นหน้าท่านนะคะ คือท่านประธานคณะกรรมาธิการ ดิฉันก็ทะเลาะกับท่าน ทุกอาทิตย์ที่ดิฉันไปประชุม ท่านก็คงจะทราบดี แต่ดิฉันก็ชื่นชมว่าท่านเป็นคนที่นิ่งมากเลย พูดเท่าไร ว่าเท่าไร ท่านก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย แต่วันนี้ดิฉันอยากจะมาบอก กับพี่น้องประชาชนว่าที่บ้านเมืองมันเกิดวิกฤติขณะนี้มันอยู่ที่ท่าน ถ้าท่านไม่ปฏิวัติ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ บ้านเมืองไม่เป็นแบบนี้ นี่ปฏิวัติแล้วไม่ทำอะไรอย่างไร วันนั้นดิฉันทุบโต๊ะ ดิฉันลืมไป ว่าทำไมปล่อยให้บ้านเมืองมันเกิดวิกฤติมาถึงทุกวันนี้ ประชาชนต้องล้มตายมาทุกวันนี้ ก็เพราะท่านนั่นละ เพราะท่านไม่เด็ดขาดเหมือนที่ท่านพิเชษฐพูดเมื่อคืนนี้ ที่บอกว่า เยี่ยวไม่สุด ขี้ไม่สุดอะไรนี่ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าการที่ท่านไม่ทำอะไรเลย แล้วทำให้ เหตุการณ์มันเกิดการขัดแย้ง แตกแยก ทำให้ประชาชนล้มตาย แล้วก็เสียงบประมาณแผ่นดิน ก็เพราะท่านอีกนั่นละ ที่เสียงบประมาณแผ่นดินเพราะอะไร ต้องเอามาชดเชยเยียวยาให้กับ พวกที่ล้มตาย ที่ดิฉันบอกอย่างไรว่าตายนี่ก็เกิดปัญหาอีก คนก็มาร้องเรียนดิฉัน ทำไมทหาร ตำรวจไปปกป้องประเทศ ทำไมไม่ได้ ๗,๗๕๐,๐๐๐ บาท ครูจูหลิงได้เท่าไร ทหาร ตำรวจ ครู ได้ไม่กี่บาท แต่คนไปเผาบ้านเผาเมืองได้ตั้ง ๗,๗๕๐,๐๐๐ บาท ดิฉันยังพูดเล่น กับท่านบุญยอดเมื่อครู่นี้ว่าดีนะเพิ่งจะนึกได้ คุณพงษ์ศักดิ์ ศรีละมุล แกนนำเสื้อแดง ไปปราศรัยด่าดิฉันที่จังหวัดอุดรธานี ดิฉันไปแจ้งความเรียกค่าเสียหาย ๑๐๐ ล้านบาท พอเสร็จยังไม่ทันไรเลยไปปราศรัยด่าดิฉันที่จังหวัดสมุทรสงครามอีก หาว่าดิฉัน มีผัวเป็นคนโน้นคนนี้ ดิฉันเลยมานึกได้ ๗,๗๕๐,๐๐๐ บาท ดีเลย ถ้าคุณพงษ์ศักดิ์บอกว่า ดิฉันมีผัวเป็นสิบ เป็นร้อยอะไรนี่ ต่อไปมีประท้วงที่ไหนดิฉันจะให้ผัวคนนี้ไปประท้วงจังหวัดนี้ ผัวคนนี้ไปประท้วงจังหวัดนี้ พอตายรวมกัน สมมุติตาย ๑๐ คน ดิฉันเป็นเมียได้ค่าชดเชยเยียวยา ๑๐ คน ได้ตั้ง ๗๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นยกมาเลยค่ะเท่าไร ดิฉันรับอยู่แล้ว แล้วเวลา มีประท้วงที่ไหนดิฉันให้ไปจะได้ค่าชดเชยเยียวยา ดิฉันจะได้อยู่สุขสบายอย่างไรคะ เพราะฉะนั้นท่านสนธิคะท่านต้องตอบนะคะ ท่านอย่านั่งยิ้ม ยิ้มอย่างเดียว อมยิ้มทั้งวันเลย ดิฉันยังมานั่งคิดเลยว่าท่านไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยนะ คือใจเย็นมากเลย ใครจะว่าก็ยิ้ม ใช้ความเย็นของท่านมันเชือดเฉือนหัวใจคนอื่นเขานะคะ เพราะว่ามันทำให้คนอื่นยิ่งอึดอัด เพราะท่านไม่พูดเลย ท่านต้องพูดสิคะทำไมท่านถึงปฏิวัติ ปฏิวัติเพราะอะไร ท่านไม่ยอมปริปาก บอกตายแล้วจะพูด ตายแล้วจะบอก ไม่ต้องรอตายค่ะ พูดเลย วันนี้ดิฉันอยากให้ท่านลุกขึ้น อย่างสง่างาม ท่านเป็นชายชาติทหารทำผิดต้องกล้ารับ ไม่ใช่ว่าทำผิดอะไรแล้วก็ไม่กล้ารับ แล้วให้คนอื่นเขาต้องมารับทุกข์ ต้องมากัด ถอนนะคะไม่ได้กัดกัน คือว่าประชาชน ฝากดิฉันมาดิฉันฝังอยู่ในหัวว่าคุณจะปรองดองกันนี่คุณกัดกันเองประชาชนเขาไม่ได้รับรู้เลย เพราะฉะนั้นดิฉันถอนคำว่ากัดนะคะท่านประธาน คือดิฉันมองว่าท่านทำให้ประชาชน เขายิ่งเครียดหนักเข้าไปใหญ่เลย ท่านยิ้มอยู่อย่างนี้ ไม่เดือดร้อน ทุกข์ร้อนอะไรเลย ไม่ตอบ แล้วยังไปทิ้งปริศนาไว้อีก ท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก็รู้ดีว่าผมรักท่าน พูดอย่างนี้ คนอื่นเขาถึงได้ไปตีความหมายว่าปฏิวัติเพราะว่าหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์รู้เห็นด้วยหรือเปล่า หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติ ดิฉันยังเคยพูดเล่นเลยว่าท่านปฏิวัติ ดิฉันชอบท่านมากเลย ถูกใจที่ปฏิวัติ แต่พอปฏิวัติมาแล้วดิฉันเครียดมากเลย เพราะไม่ทำอะไรเลย ท่านบอกว่าถ้าเห็นด้วยกับปฏิวัติต้องลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ เพราะฉะนั้นท่านพูดอย่างนี้ทำให้หัวหน้าพรรคดิฉันเสียหาย ท่านต้องลุกขึ้นมาตอบว่า ที่ท่านปฏิวัติ ปฏิวัติเพราะอะไร แล้วเหตุผล ๔ ข้อของท่าน ท่านทำได้สำเร็จไหม ดิฉัน ยังไม่เห็นอะไรเลย ท่านบอกว่าสงสารประเทศชาติ เห็นประเทศไทยแล้วอยากจะร้องไห้ ถูกแทะจนเหลือแต่กระดูก ท่านจำคำนี้ได้ไหมเมื่อปี ๒๕๔๙ นี่เพิ่ง ๖ ปีเองนะ ดิฉันคิดว่า ท่านยังไม่อัลไซเมอร์ (Alzheimer) หรอก เพราะว่าดูยังแข็งแรงอยู่ ทีนี้ดิฉันก็มาดูว่า การทุจริตท่านได้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว แทรกแซงองค์กรอิสระ หมิ่นสถาบันสูงสุด ของประเทศ แล้วก็ความแตกแยกขัดแย้งกันของชาติ อันนี้ท่านได้ให้เหตุผลอันนี้จริงหรือไม่ ดิฉันเห็นด้วยกับ เสธ.หนั่น พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ ที่บอกให้ท่านออกมาพูดเลยว่า ใครอยู่เบื้องหลังท่านหรือเปล่า ไม่อย่างนั้นคนก็จะคิดว่าเป็นท่านป๋าเปรมหรือเปล่า ทำให้คนเกลียดชังท่าน ท่านบอกมาด้วยลูกผู้ชาย ถ้าดิฉันเป็นท่าน ดิฉันเป็นลูกผู้หญิงก็จริง พูดคำไหนคำนั้น พูดบอกว่าพูด ทำบอกว่าทำ ไม่ใช่ทำแล้วก็นั่งยิ้ม ไม่ได้นะคะ เพราะฉะนั้น ดิฉันก็อยากจะเรียนท่านประธานว่าดิฉันไม่เห็นด้วยเลยกับที่ท่านเอารายงานนี้มา เพราะรายงานนี้เป็นรายงานเถื่อนที่ดิฉันได้พูดไว้คราวที่แล้วว่ารายงานนี้เอาไปแก้กัน ไม่ผ่านการรับรองจากกรรมาธิการ แล้วก็มีหนังสือไป อยู่ ๆ ก็ยกเลิกจากท่านเลขานุการชวลิต บอกว่ารายงานนี้แก้ไม่ได้ แต่พออยู่ ๆ มันแก้เข้ามาในสภาได้อย่างไรก็ไม่รู้ อันนี้ท่านประธาน ต้องรู้ดีว่าไปแก้ ไปทำอะไรบ้าง แล้วท่านก็ไม่พูดอีก ปล่อยให้เขาทำอะไรปู้ยี่ปู้ยำอย่างไร ท่านก็เฉยอย่างเดียวเลย อย่างนี้ไม่ได้นะคะ เพราะฉะนั้นบ้านเมืองมันเกิดวิกฤติก็จากท่าน และที่รับไม่ได้อีกอย่างหนึ่งที่ดิฉันพูดกับท่าน ดิฉันถามทางหน่วยงานวิจัยว่าคนที่ มาให้สัมภาษณ์ ๔๖ คน เอาคนไปสัมภาษณ์ ๔ คน คณะวิจัย ๔ คน แต่พอไปสัมภาษณ์ทักษิณ ไป ๒ คน ๒ คนนั่นใครรู้ไหมคะ ๒ คนกับท่านวัฒนา เมืองสุข ดิฉันบอกว่าไปกับท่านวัฒนานี่น่ากลัว ถ้าไปกับรังสิมาไม่น่ากลัวเลยค่ะ เพราะว่าดิฉัน เป็นฝ่ายตรงข้ามถูกไหมคะ มันก็ยังเป็นพยานได้ แต่นี่ไปกับคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับ คตส. คตส. ก็ตัดสินแล้วว่าท่านมีความผิดในการทุจริต แต่ว่าไปกัน ๒ คน อย่างนี้มันก็เลยทำให้ ความเชื่อมั่นมันไม่น่าเชื่อถือพูดกันง่าย ๆ ๔๖ คน ไปสัมภาษณ์ ๔ คน แต่พอไปท่านทักษิณ ไปคนเดียวแล้วอ้างบอกว่าไม่มีงบประมาณ ก็อยากจะเรียนกับท่านประธานว่าทำไม รัฐบาลให้เขาทำงานทำไมไม่อนุมัติงบประมาณไปให้เขา ยังไปเจียดงบประมาณ จากสถาบันพระปกเกล้าอีก เขายิ่งมีน้อยอยู่แล้วทางด้านวิชาการ ควรที่จะให้งบประมาณเขาไปทำ แล้วก็ไปเร่งรีบเขาให้เขาทำให้เร็ว ให้เขาทำให้ทันกับเวลา ๓๐ วัน วิจัยที่ไหน ๓๐ วันทำเสร็จ มันเป็นไปไม่ได้ แล้วก็ต้องมาขอขยายเวลาเป็น ๑๘๐ วัน เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะ กราบเรียนว่าที่ท่านวัฒนาอภิปรายที่ดิฉันฟัง ดิฉันก็รับไม่ค่อยได้ เพราะว่าท่านวัฒนานั่งอยู่ ติดกับท่านประธาน ท่านวัฒนาบอกเหตุการณ์เลวร้ายของบ้านเมืองทั้งหมดมันเกิดจาก การปฏิวัติของท่านประธานสนธิ แล้วก็รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มันไม่เป็นประชาธิปไตย เป็นรัฐธรรมนูญโจร เกิดความแตกแยกในแผ่นดิน เกิดจากรัฐธรรมนูญฉบับที่ท่านร่างมา ปฏิวัติ แล้วก็องค์กรอิสระต่าง ๆ ก็ไม่ชอบธรรมทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น คตส. ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ กกต. เมื่อครู่ดิฉันฟังท่านจตุพรได้พูดบอกพรรคเพื่อไทย พรรคไทยรักไทย เดี๋ยวถูกยุบ เดี๋ยวถูกยุบ ถ้าพรรคไหนทำผิดถูกยุบท่านจะมาโวยวายอะไร แล้วมาบอก พรรคประชาธิปัตย์ทำอะไรก็ถูกไปหมด มันเส้นใหญ่ คราวที่แล้ว ส.ว. จันทบุรี ดิฉัน โต้ไปทีหนึ่งแล้ว บอกพรรคประชาธิปัตย์เส้นใหญ่ทำอะไรก็ไม่ผิด ก็เขาไม่ผิดเขาไม่ได้ทำผิด แล้วคุณจะมาให้เขาโดนยุบได้อย่างไร ศาลเขาก็ตัดสินว่าไม่ผิดเมื่อคนไม่ทำผิด แต่เมื่อคุณทำผิด คุณโกงการเลือกตั้ง คุณทุจริต คุณส่งพรรคเล็กไปลง คุณก็ต้องโดนยุบพรรค ถ้าคุณไม่ทำผิด คุณไม่ต้องกลัวเลยค่ะ เขาจะออกมาอย่างไรก็แล้วแต่กฎหมายคุณก็ไม่ต้องไปกลัว แต่ว่าอันนี้ เหมือนกับถ้าศาลตัดสินอะไรที่ท่านให้ถูกท่านก็บอกว่าศาลตัดสินยุติธรรม แต่ถ้าศาล ตัดสินอะไรที่ไม่ถูกศาลไม่ยุติธรรม ศาลนี่เหมือนกับว่าทั้งขึ้นทั้งล่อง ดิฉันเห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์แพ้ไม่เคยเกเรอะไรเลยนะคะ แพ้ก็เป็นฝ่ายค้านไม่เป็นอะไร ก็เป็น ตัวแทนประชาชนได้ ดิฉันก็ไม่เดือดร้อนเลยจะเป็นฝ่ายค้านหรือเป็นฝ่ายรัฐบาล เป็นปากเป็นเสียงให้พี่น้องประชาชนดิฉันก็ภูมิใจแล้ว แต่ว่าขนาดพรรคประชาธิปัตย์แพ้ ไปไหนยังไปไม่ได้เลย ท่านลองคิดดูดิฉันอภิปรายในสภา ยื่นกระทู้ถามสด โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ นายกรัฐมนตรี บอกเฉลิมเมาในสภาวันนั้น โน่นเสื้อแดงยกคนไปจังหวัดสมุทรสงคราม ไปถึงหน้าพรรคประชาธิปัตย์ของดิฉันเลย ไปบุกพรรคดิฉันเลยที่จังหวัดสมุทรสงคราม ไปปราศรัยที่ดอนหอยหลอดด่าดิฉัน ถึงได้บอกไปเมื่อครู่นี้ยกผัวจังหวัดสมุทรสงคราม ให้ดิฉันหมดเลย ดิฉันถึงได้บอกว่าดีใจ คนละ ๗,๗๕๐,๐๐๐ บาท ดิฉันยินดีเลย เพราะฉะนั้น ใครไม่เห็นด้วยก็ไปด่าเขา แล้วก็ไปทำร้ายเขา อย่างนี้มันจะปรองดองได้อย่างไร ใครไม่เห็นด้วย คุณไปทำร้ายเขาอย่างนี้ใครมันจะทนได้ ดิฉันคิดว่าการที่เรามาปรองดองกันในสภา ในสภามันยังไม่ปรองดองเลย เห็นไหมทะเลาะกันตลอดเวลาเลย แล้วเวลาก็เหมือนกัน คุณจะมากำหนด เมื่อจะปรองดองมันก็ต้องให้พูดกัน อย่างที่ท่านจุติพูดน่ะถูกแล้ว เพราะมันเก็บกดมานาน มันต้องมาระบายเพื่อที่จะได้พูดให้ได้รู้กันว่าเขาอึดอัดอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะให้ว่ารัฐบาลจะต้องหยุดที่เราตกลงกันไว้ คือหัวหน้าพรรคต่าง ๆ ได้ตกลงแล้วว่าหมู่บ้านเสื้อแดงคุณต้องหยุด คุณต้องไม่เปิด จังหวัดพะเยาก็เปิดไม่ใช่หรือ จังหวัดพะเยาท่านประธานเปิดหมู่บ้านเสื้อแดง ท่านประธานต้องหยุดค่ะมันถึงจะ ปรองดองได้ ดิฉันจึงบอกไม่เคารพท่านประธาน แต่ดิฉันเคารพท่าน เลยบอกท่านว่าอย่าเปิดนะคะหมู่บ้านเสื้อแดงที่จังหวัดพะเยา มัลลิกา ที่จังหวัดพะเยาท่านก็อย่าไปบุกเขา ก็มันเป็นประชาธิปไตย พรรคของท่านไปภาคใต้เห็นไหมคะ คนภาคใต้เขาไม่มีมาไล่เลยเขายังมาต้อนรับนายกรัฐมนตรีด้วยซ้ำไปที่ไปตรวจเหตุการณ์ ที่ตึกโดนระเบิดที่อำเภอหาดใหญ่ ไม่ใช่จังหวัดหาดใหญ่นะคะ จังหวัดสงขลาค่ะ ก็อยากจะ เรียนว่าข้าราชการก็เช่นกันท่านอย่าไปรังแกเขา อย่าไปโยกย้ายเขานอกฤดูกาล ใครไม่เห็นด้วยกับท่านท่านอย่าไปแกล้งเขามันจะได้ปรองดองได้ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งคือ รัฐบาลก็ต้องทำ อย่าหน้าอย่างอย่าหลังอย่าง ปากพูดว่าปรองดองข้างหลังคอยแทงคนอื่นเขา อย่างนี้ใช้ไม่ได้นะคะ คือปรองดองก็ต้องปรองดองจริง ๆ ไม่ใช่ปากปรองดอง ข้างหลัง แอบไปขึ้นเวทีด่าดิฉัน ส.ส. ในสภาตั้งหลายคน ทำไมไม่ด่าในสภาล่ะ เรามีเวทีให้เล่น เล่นในสภาสิ ไม่ใช่ไปเล่นในเวทีที่ดอนหอยหลอดแล้วมาด่าดิฉันบนเวทีที่ดอนหอยหลอด ท่านจตุพรก็ไป ก็เป็น ส.ส. ทำไมไม่ด่าในนี้ไปใช้เวทีข้างนอก ทีมีเวทีให้เล่นไม่เล่น อยากจะให้ ท่านมาปฏิวัติอีกหรือคะจะได้ไม่มีเวทีให้เล่นใช่ไหม เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะเรียนนะคะว่า ประชาชนเขาไม่เห็นด้วยหรอกกับที่เรามาปรองดองกัน ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าต้องว่ากัน ไปตามกฎหมาย ใครทำผิดก็ต้องว่าผิด อย่างเช่นท่านทักษิณผิดแล้วก็กลับมารับโทษเสีย ไม่ใช่เขาไม่ให้กลับนะคะ เขาให้กลับแต่ท่านทักษิณไม่กลับเอง กลัวติดคุก ดิฉันก็เลยมานั่งคิด คุกเขาเอาไว้สำหรับคนที่ศาลตัดสินว่าทำผิด ไม่ใช่คนรวยไม่ติดคุก คนจนติดคุก ไม่อย่างนั้น ต่อไปคุกจะขังเฉพาะคนจน คุกไม่ได้เก็บไว้ขังหมานะคะ ใครทำผิดก็ต้องติดคุกค่ะ ดิฉัน จึงอยากจะกราบเรียนว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำไมทำงานช้า ดิฉันภาวนาจุดธูปหมดไม่รู้กี่กำแล้ว ช่วยทำงานเร็ว ๆ หน่อยสิคะบ้านเมืองจะได้ปรองดอง คนที่คิดไม่ดีกับบ้านเมืองกับแผ่นดิน ก็ขอให้มีอันเป็นไป ขึ้นเครื่องบินก็ขอให้เครื่องบินตกตายไปเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ