สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๕ เมษายน ๒๕๕๕

อาคม เอ่งฉ้วน หารือเรื่องการปรองดองในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความแตกแยกทางความคิดและพฤติกรรมที่ยังคงไม่ปรองดอง และขอให้เวทีประเทศไทยช่วยส่งเสริมการปรองดองและออกแบบภาพอนาคตของประชาธิปไตยไทย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการดำเนินการของสภาเกี่ยวกับปัญหาการเมือง โดยมีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับการรีบร้อนในการดำเนินการ และการไม่ฟังคำแนะนำจากสถาบันพระปกเกล้า และการไม่คำนึงถึงปัญหาที่ประชาชนมีต่อการเปลี่ยนแปลงของค่าครองชีพ และการผลิตสินค้าเกษตร อาคม เอ่งฉ้วน ยังหารือเรื่องทุจริตคดโกง โดยอ้างถึงกรณีขายที่ดินรัชดาภิเษกในปี 2546 และการประเด็นของนายทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกพิพากษาจำคุก 2 ปี นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปฏิวัติของอดีตและอ้างว่าอดีตประธานาธิบดีมี "วิญญาณ ๒" และไม่สามารถแก้ปัญหาประเทศได้

นายอาคม เอ่งฉ้วน บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณครับที่ให้โอกาส คิดว่าจะใช้เวลาไม่มากครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่าในสภานี้ มีหลายคนตั้งตัวเป็นครูคนอื่น พยายามจะสอนโน่นสอนนี่ แต่ว่าผมแสดงความคิดเห็นครับ ไม่ประสงค์จะเป็นครูใคร คนที่อยากเป็นครูให้ไปสอนที่โรงเรียน นปช. โน่น เขาเปิดรับสมัครครูอยู่ ผมอยากจะเริ่มต้นด้วยการปรองดองท่านประธานครับ เราต้องพูดความจริง ผมคิดว่าถ้าเรา ไม่พูดความจริงการปรองดองไม่มีทางสำเร็จ ผิดต้องว่าผิด แต่ว่าผิดแล้วรับผิด อย่างนี้อภัยกันได้ แล้วก็ปรองดองกันทีหลัง ผมอยากจะให้ท่านประธานและผู้ฟังทางบ้านที่สนใจในเรื่องราว ของการเมืองได้รับทราบว่าญัตติปรองดองนี้ที่จริงมันมีคนคิดมาแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ครับ ถ้าท่านประธานจะจำได้ มีโฆษกออกมาแถลงคือท่านโฆษกของท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านก็เจตนาจะให้บ้านเมืองมีการปรองดอง โฆษกของท่านมาแถลงเมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๔ ท่านแถลงว่าถ้าจะปรองดองประเทศไทยต้องทำ ๒ อย่าง ๑. ให้ล้ม คตส. ๒. ให้คืนเงิน ที่ยึดไป ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท นี่เป็นข้อเท็จจริง แต่ต่อมาก็หลังจากนั้นเล็กน้อยครับ วันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๔ พรรคของท่าน พรรคเพื่อไทยออกมาแถลง มีเอกสาร อยู่ในรายงานหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๔ พรรคเพื่อไทยแถลงชัดว่า ประเทศไทยถึงเวลาแล้วที่จะต้องปรองดอง ๑. ต้องแก้รัฐธรรมนูญ ๒. ต้องล้ม คตส. ท่านประธานครับ ทีนี้มาถึงท่านประธานสนธิที่ผมเคารพนั่งอยู่ เพราะว่าคุยกับท่านบ่อย ท่านประธานปรองดอง เราจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมในรายงานของท่านประธานมีการล้ม คตส. อยู่ด้วย ผมดีใจมากถ้าเกิดมาเป็น พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน เพราะว่าท่านสามารถปฏิวัติ ประเทศไทยได้ ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๑ ท่านใช้กำลังทหารปฏิวัติ วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ซึ่งทุกคนก็ไม่พอใจท่าน แต่ว่าวันนี้ผมถือว่าท่านสามารถปฏิวัติได้อีกครั้งหนึ่งโดยใช้สภาปฏิวัติ คือใช้เสียงข้างมากลากปรองดองได้สำเร็จ นี่เป็นความภูมิใจหนึ่งที่ผมคิดว่าหลายคน ทำไม่ได้อย่างท่าน แต่ว่าจะดีหรือไม่ดีท่านต้องคิดเอาเอง ท่านประธานครับ ผมอยากจะ กราบเรียนด้วยความจริงว่าความจริงคือความจริง คนไทยให้อภัยกันได้ แต่ต้องบอกว่า ความจริงจะมาบิดเบือนไม่ได้ เราจะปิดฟ้าด้วยฝ่ามือไม่ได้หรอกท่านประธาน ผมคิดว่า สังคมไทยคนเขากำลังติดตามกันอยู่ ส่วนคะแนนที่จะมาอ้างกันอยู่ตลอดเวลาว่า เลือกตั้งได้มา ๑๕ ล้านเสียง ถ้าเขาอ้างว่าแล้วอีก ๔๕ ล้านเสียงที่ไม่เลือกล่ะไม่ฟังเขาบ้างหรือ ถ้าคิดแต่ว่า ๑๕ ล้านเสียงเป็นเสียงข้างมาก แล้ว ๔๕ ล้านเสียงที่เป็นพลเมืองไทย หรืออาจจะ ๕๐ ล้านเสียงที่เป็นพลเมืองไทยล่ะ อย่างนี้ผมคิดว่าเขาก็อ้างได้ ผมอยากจะ กราบเรียนอันหนึ่ง ท่านประธานครับ ตรงนี้ครับสำคัญมากแล้วผมคิดว่าถ้าใครฟังตรงนี้เข้าใจแล้ว การปรองดองในประเทศไทยเกิดขึ้นได้ ท่านประธานครับ ในรายงานนี้เขาพูดไว้ชัดเลยว่า ถ้าจะปรองดองแล้วให้ทำอย่างนี้ ๑. ถ้าจะปรองดองต้องผ่านกระบวนการพูดคุย เห็นไหมครับ การพูดคุยนี้มันมีอยู่ ๒ ระดับ

ระดับแรกคือเอาพวกที่เป็นนักการเมืองที่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงมาพูดคุยกัน เพราะว่าการขัดแย้งในขณะนี้ในประเทศไทยก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นความขัดแย้งกันทางความคิด แล้วในที่สุดมันก็เป็นการขัดแย้งในทางการเมืองด้วย

ระดับที่ ๒ อันนี้สำคัญมากครับท่านประธานครับ ระดับประชาชนในพื้นที่ ในลักษณะของเวทีประเทศไทย เพราะฉะนั้นที่ผมพูดอยู่นี้เจตนาของผมก็คือว่าต้องให้ เวทีประเทศไทยที่ฟังวิทยุถ่ายทอดทีวีของสภาอยู่นี้ ช่อง ๑๑ นี่ได้รู้ว่าขณะนี้ประเทศไทย ในสภาของท่านเขากำลังพูดเรื่องการปรองดองแล้วท่านจะเห็นเป็นอย่างไร เวทีประเทศไทย รายงานของสถาบันพระปกเกล้าเขาบอกว่า ซึ่งจะทำให้สังคมได้ร่วมกันแสวงหาทางออก ต่อความขัดแย้งทางการเมืองปัจจุบันและออกแบบภาพอนาคตของประชาธิปไตยไทย ตลอดจนกติกาทางการเมืองที่ยอมรับได้ร่วมกัน และไม่ควรหักหาญ ท่านประธานครับ และไม่ควรหักหาญดำเนินการใดไปก่อน จะได้รับความเห็นชอบร่วมกันในสังคม ชัดเจนครับ

เพราะฉะนั้นที่ผมจะพูดต่อไปนี้ก็คือว่าผมอยากจะกราบเรียนครับว่าประเทศไทย ของเรา รากเหง้า รายงานบอกว่ามีรากเหง้า มีความแตกแยกที่เป็นรากเหง้า อันแรก ก็คือแตกแยกทางความคิด ขณะนี้มันยังปรองดองไม่ได้ เพราะว่าคนที่มีความแตกแยกกัน ในทางความคิดยังมีพฤติกรรมเหมือนเดิม ยังมีพฤติกรรมเดิม เขาถามว่าดูได้จากอย่างไร ดูได้จากบางพวกบางกลุ่มออกมาข่มขู่แสดงพลังในการที่จะดำเนินการตามที่ตัวเองต้องการ เช่น กรณีออกมาข่มขู่ว่าพวกเราบาดเจ็บ พวกเราเสียหาย ต้องเยียวยา ๗.๕ ล้านบาท อย่างนี้มันจะปรองดองกันได้อย่างไร หรือยังมีกรณีเปิดหมู่บ้านมวลชน หรือที่เราเรียกกันว่า หมู่บ้านเสื้อแดง ยังมีการจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูงในเว็บต่าง ๆ เต็มไปหมด ตรงนี้เป็นเหตุผล ๓ ข้อใหญ่ที่ประเทศไทยยังหาโอกาสปรองดองยาก ท่านประธานครับ นี่คือที่มาของรากเหง้า ของความขัดแย้ง

ทีนี้ผมอยากจะกราบเรียนเหตุผลต่อท่านประธานว่าผมมีเหตุผลอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ที่ทำไมพวกผมลุกขึ้นมาแต่ละคนนี่ดูเสมือนว่าไม่เห็นด้วยกับพวกท่าน มีเหตุผลครับ ท่านประธานครับ ข้อแรกรีบร้อนเกินไป รีบร้อน เร่งรีบ รวบรัด เมื่อครู่ สถาบันพระปกเกล้าก็บอกแล้วว่ามันต้องมีเวทีประเทศไทย คนไทยยังไม่เข้าใจ เวลานี้ การขัดแย้งมันใช้เวลาแค่นี้ไม่พอหรอก ท่านกรรมาธิการที่เคารพครับ พวกท่านทำงาน ใช้เวลา ผมว่าแม้ว่าจะบอกว่ามีเวลา ๑๐๐ กว่าวัน จาก ๑๘๐ วัน มาเหลือ ๑๒๐ วัน ท่านต้องยอมรับว่าท่านไม่ใช่เทวดานะครับ ท่านไม่ใช่เทวดาที่จะมาทำเรื่องปรองดอง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศชาติได้เสร็จภายใน ๑๒๐ วัน ไม่ได้หรอกครับ เพราะฉะนั้น รีบร้อนเกินไป ที่ผมกล่าวอย่างนี้ก็เพราะว่าแม้กระทั่งอาจารย์คณิต ณ นคร ซึ่งเป็นประธาน คอป. พี่น้องประชาชนจะได้เข้าใจว่า คอป. คืออะไร คอป. คือคณะกรรมการอิสระ ตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ เห็นไหมครับ เพื่อการปรองดองแห่งชาติ คณะกรรมการชุดนี้เป็นชุดที่ท่านอภิสิทธิ์ตั้งมา ท่านยังบอกกับสภาชุดนี้ กับท่านสมศักดิ์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่าอย่าเพิ่งรีบร้อนเอาเรื่องปรองดองเข้ามา เพราะว่าเวลานี้ ความรู้สึกของคนในชาติยังยุติไม่ได้ในเรื่องของความขัดแย้ง ต้องให้เวลาไปมากกว่านี้ แต่วันนั้นเราไม่พอ เราไม่ฟัง ผมใช้คำว่าเราดันทุรังเลยนะครับ เราดันทุรังในที่สุดเราก็เอา ญัตติปรองดองเข้ามา ท่านประธานก็รู้ว่าในเวลานี้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ทุกคนก็ให้กำลังใจ ชนะมาท่วมท้น ท่านกระชากค่าครองชีพ แต่กระชากไปกระชากมามันจะกระชากขึ้น เสียมากกว่า เราก็ให้กำลังใจครับ เวลานี้สินค้าเกษตรตกต่ำไปหมด แล้วน้ำนี่ไม่รู้จะเอาอยู่ ไม่อยู่ เดี๋ยวน้ำท่วมอีก เพราะฉะนั้นมันมีเรื่องอื่น ๆ อีกที่ประชาชนเป็นทุกข์ เรากลับ เอาเรื่องปรองดองเข้ามา แต่ทำอย่างไรได้ครับในเมื่อสภาต้องการ ที่ผมใช้คำว่าดันทุรัง เพราะฉะนั้นเรื่องแรกผมจึงบอกว่าผมไม่เห็นด้วยในตอนแรกก็เพราะว่าเร่งรีบ รีบร้อน รวบรัด

ท่านประธานครับ ที่จริงท่านสนธิผมก็เคารพท่าน แต่ว่าถ้าผมจะวิจารณ์ท่านบ้าง ผมวิจารณ์ต่อหน้าครับ ในสภานี้เขาให้พูดความจริงและพูดต่อหน้า ถ้าผมพูดละลาบละล้วงท่าน หรือล่วงเกินท่านท่านก็ลุกขึ้นมาซัดผมได้ เพราะว่าท่านก็อยู่ในสภาท่านก็มีปาก ตอนที่ ท่านสนธิแก้ปัญหาความขัดแย้งของประเทศ ท่านยอมรับนะครับ ผมภูมิใจมากขณะนั้น ประเทศไทยมีความแตกแยกไปหมด ท่านบอกว่าข้อหนึ่งที่ท่านจำเป็นจะต้องเขามาจัดการ ประเทศไทยนี้ด้วยการปฏิวัติเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ข้อ ๑ ที่ต้องปฏิวัติเพราะว่า คนไทยแตกแยกจะฆ่ากันตายแล้ว แต่หลายคนมาบอกผมแล้วผมไม่เชื่อ บอกว่าที่ท่านเข้ามาปฏิวัตินี่ เพราะว่าท่านถูกปลดจากผู้บัญชาการทหารบก อันนี้ไม่รู้จริงไม่จริง แต่เขาว่านะครับ แต่ผมไม่เชื่อ

เรื่องที่ ๒ ท่านบอกว่ามันมีการทุจริตคดโกงกันไปเยอะ ทีนี้หลายคนก็บอกว่า อาจจะกล่าวหาลอย ๆ ทุจริตคดโกงทำไมไม่จับใส่คุกละครับ ท่านประธานครับ ผมจำได้ ผมอยู่ในสภานี้มา ๓๐ ปี ผมเคยพูดเรื่องนี้ในสภา มีการซื้อขายที่ดินที่รัชดาภิเษก ซื้อขายกัน เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๔๖ ที่ดินแปลงนี้ ๓๓ ไร่ เป็นที่ดินของกองทุนฟื้นฟู ยึดมาจากบริษัทเงินทุนเอราวัณทรัสต์ มูลค่า ๒,๐๐๐ ล้านบาท พอยึดมาเสร็จก็เปิดประมูล ครั้งที่ ๑ ใช้อี-ออกชั่น (e-Auction) ตั้งราคากลางไว้ ๘๗๐ ล้านบาท เลิกประมูล ทีนี้ เปิดประมูลใหม่ครั้งที่ ๒ ใช้ซองครับ เปิดประมูลใหม่ครั้งที่ ๒ ใช้ซอง ลดราคากลางลงมา มีท่านสุภาพสตรีท่านหนึ่งประมูลได้ในราคา ๗๗๒ ล้านบาท ๗๗๒ ล้านบาทก็ไม่น่า จะมีปัญหาอะไร แต่ปรากฏว่าถ้าเราไปดูบริษัทที่มาประมูลเป็นตัวเปรียบเทียบในสัญญา ที่ยื่นประมูลแล้ว เช่น บริษัทแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ประมูล ๗๓๐ ล้านบาท ต่อมา ก็ได้ใบอนุญาตตั้งธนาคาร หรือบริษัทแสนสิริ จำกัด อันนี้ก็เป็นที่รู้กันอยู่เร็ว ๆ นี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานก็จะเห็นว่าเมื่อมีการซื้อที่ดินไป มันทุจริตหรือเปล่า เขาบอกว่า ผิดกฎหมาย ป.ป.ช. เมื่อมีการปฏิวัติเรื่องนี้ก็นำไปสู่คณะกรรมการ คตส. คณะกรรมการ คตส. บอกว่ากระทำไม่ได้ เพราะว่าคนที่ไปซื้อเป็นภรรยาของเจ้าหน้าที่ของรัฐ และบังเอิญคนนั้น นามสกุล ชินวัตร ในที่สุดท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณก็โดนศาลฎีกาพิพากษาจำคุก ๒ ปี นี่คือหลักฐาน บางคนบอกว่าไม่ผิดกฎหมาย ท่านทักษิณไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ท่านทำในสิ่งที่ กฎหมายห้าม ท่านประธานครับ กฎหมายเขาห้ามฆ่าคน กฎหมายเขาห้ามฆ่าคนแล้วถ้า คนที่ไปฆ่าคนตายนี่ผิดไหมครับ กฎหมายเขาห้ามโกง แต่เราไปโกงผิดไหมครับ อันนี้ ก็เหมือนกันในที่สุดวันนี้ท่านก็โดนพิพากษา ๒ ปี เพราะว่าท่านเป็นคู่สมรสของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐไปเป็นคู่สมรสกับคนที่ไปประมูลงานจากรัฐบาล นี่คือสิ่งที่ท่านสนธิบอกว่า มีการทุจริตมากมาย ในขณะนั้นเขาบอกว่าโกงกันทั้งโคตร หรือว่าโคตรโกง พูดกัน เป็นสำนวน แต่จริง ๆ มันมีการโกงกันจริงหรือไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล ท่านประธานครับ เรื่องสถาบันก็มีการพูดกัน

เรื่องที่ ๔ มีการแทรกแซง ส.ส. ส.ว. องค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ กกต. ในที่สุดท่านก็แก้ปัญหาด้วยการปฏิวัติ แต่การปฏิวัติของท่านไม่สำเร็จครั้งนั้น ไม่สำเร็จ เพราะว่ามันเหมือนกับท่านมีวิญญาณ ๒ วิญญาณ วิญญาณแรกท่านทำการปฏิวัติ วิญญาณที่ ๒ ท่านก็มาอ้างการปรองดอง วันนี้ที่ผมบอกว่าท่านเป็นคน๒ มาตรฐาน ครั้งแรกท่านทำการปฏิวัติแก้ปัญหาประเทศไม่ได้ ในที่สุดคนที่ถูกปฏิวัติเขาก็ไม่พอใจ วันนี้ท่านมาทำการปรองดอง ผมอยากจะกราบเรียนว่าปี ๒๕๔๙ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แต่ท่านประธานครับ ปี ๒๕๕๕ ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป อันนี้น่าคิดนะครับ ท่านประธาน

ท่านประธานครับ ข้อที่ ๒ ที่ผมคิดว่าการปรองดองในวันนี้เราอย่ารีบทำเลย เพราะถ้าทำจะก่อให้เกิดปัญหาความแตกแยกของคนในชาติ เพราะว่าเราต้องดำเนินการ อย่างที่สถาบันพระปกเกล้าเสนอ คือต้องเปิดเวทีประเทศไทยและให้คู่กรณีเขาได้คุยกัน เสียก่อน การนิรโทษกรรมในทางเลือกที่จะมุ่งเน้นไปที่ผู้ถูกดำเนินคดีในส่วนของการกระทำ ที่มีลักษณะเกี่ยวเนื่องกับความขัดแย้งทางการเมือง อันนี้เราอภัยได้ ถ้าเขามาชุมนุม แล้วเขาถูกจับ ถูกดำเนินคดี อย่างนี้ผมคิดว่าเขาให้อภัย แต่การผิดทางอาญานี่ครับผมคิดว่า ให้อภัยไม่ได้และไม่ควรให้อภัย และถ้าให้อภัยผมคิดว่าประชาชนจะไม่พอใจ และในที่สุด จะเกิดความยุ่งยาก อย่างกรณีการเผาทำลายศาลากลางอย่างนี้ครับ เราจะไปยกเว้นความผิดให้ได้หรือ การเผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์อย่างนี้ไม่ได้ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้เป็นความจริงที่เราจะต้อง บอกกับพี่น้องประชาชน ความจริงของบ้านเมืองอย่ามาอ้างเรื่องความยุติธรรมเปลี่ยนผ่าน ผมคิดว่าเราต้องดำเนินการให้มันเป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตย ถ้าขัดต่อหลักนิติธรรม และความเป็นประชาธิปไตยต้องหลีกเลี่ยง เราอย่าสร้างความยุติธรรมของผู้ชนะในแง่ที่ ผู้มีอำนาจรัฐเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดโดยที่ไม่ฟังความคิดเห็นต่าง อันนี้เป็นสาระสำคัญที่ผม อยากจะกราบเรียน ท่านประธานคงจะจำได้ มีทฤษฎีหนึ่งที่บอกว่าผลไม้พิษ ผลไม้พิษ ก็ต้องย่อมทำให้เกิดมาจากผลไม้ก็ต้องเป็นพิษ ร่างญัตตินี้ก็เหมือนกัน เข้าสภาในขณะที่มีพิษ เพราะฉะนั้นจึงผิดปกติ เสียงข้างมากในขณะนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากว่าเสียงข้างมาก ทำให้สภานี้ถูกมองไปในแง่ว่าคล้าย ๆ กึ่ง ๆ ว่าจะเป็นเผด็จการ ที่จริงยอมรับว่าเป็นเสียงข้างมาก แต่เสียงข้างมากก็ต้องมีเหตุผลด้วย ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๓ หักดิบอีกแล้ว เปิดประชุมรัฐสภา เอาเสียงข้างมากขอญัตติว่าในสมัยประชุมนี้ซึ่งเป็นสมัยสามัญนิติบัญญัติสามารถนำเรื่องอื่น ๆ โดยเฉพาะเรื่องปรองดองเข้ามาพิจารณาได้ วันนี้ผลไม้พิษก็เลยทำพิษ ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าการปรองดองนี่ครับ มันมาจากผลไม้พิษ จากเผด็จการของรัฐสภา ดังนั้น เรากำลังพิจารณาเรื่องที่มาจากต้นเหตุที่เป็นพิษ ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่า ตั้งแต่ปี ๒๕๒๖ จนถึงปัจจุบัน ผมกับท่านประธานก็เป็น ส.ส. มาไล่เลี่ยกัน เห็นอะไรมาเยอะ ในสภานี้ เงินซื้อเสียงข้างมากได้ ท่านประธานก็รู้เงินซื้อเสียงข้างมากได้ แต่เงิน ซื้อความถูกต้องชอบธรรมไม่ได้ ท่านประธานครับ ผมยืนยันว่าตลอดระยะเวลา ๒๙ ปี ที่ผมอยู่ในสภานี้ เงินซื้อนักการเมืองไม่ได้ แต่เงินเช่าโสเภณีการเมืองได้ครับ ชั่วครั้งชั่วคราว เชื่อผมเถอะครับ ผมอยู่ในนี้มาเกือบ ๓๐ ปี ท่านพุทธทาสสอนว่าประชาธิปไตยคือประโยชน์ ของประชาชนส่วนใหญ่ ท่านเน้นคำว่าประโยชน์ ประชาธิปไตยคือประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ประชาธิปไตยคือประชาชนเป็นใหญ่ ที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้ท่านประธานครับ ท่านประธานก็รู้จักผมดีว่าผมไม่ค่อยได้ลุกขึ้นบ่อยมากนัก เพราะขณะนี้นักพูดมันเยอะ แต่ว่าการพูดในสภานี่ ผมคิดว่ามันมีความหมายต่อคนในชาติ เพราะว่าระบบนี้เป็นระบบที่ คนในชาติคาดหวัง คนในชาติวันที่เขาไปลงคะแนนให้กับเรานี่ เขาไม่มีค่าตอบแทนเลย เขาเหนื่อย เขาเดินไป เขาไปลงคะแนน เพราะเขาหวังว่าจะได้มีตัวแทนไปทำหน้าที่แทนเขา ในสภา ที่เขาเรียกว่าอำนาจนิติบัญญัติ แต่วันนี้ถ้าในสภานี้เราไม่ใช้เหตุใช้ผล เราคิดจะหักหาญกัน ด้วยอะไรก็ตามเพื่อผลตอบแทนของคนบางคน ผมคิดว่าวันหนึ่งที่เราต้องพ้นสภาพ จากการเป็นนักการเมืองประชาชนจะสาปแช่ง ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ