กุสุมาลวตี ชี้ความจำเป็นนิรโทษกรรมเพื่อปรองดอง-เสนอแก้ รธน. 50

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๕ เมษายน ๒๕๕๕

กุสุมาลวตี ศิริโกมุท หารือเรื่องความปรองดองแห่งชาติและหลักนิติธรรม โดยเรียกร้องให้อภัยและเยียวยาผู้บริสุทธิ์ที่ถูกกระทำผิดโดยรัฐ พร้อมทั้งเสนอให้ยุติความขัดแย้งผ่านสันติวิธี แก้ไขรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ เพื่อคืนสิทธิความเป็นธรรม และชี้ให้เห็นถึงข้อโต้แย้งและความจำเป็นในการนิรโทษกรรมเพื่อปรองดอง

นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ดิฉันได้ศึกษารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้าง ความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร รวมถึงรายงานการวิจัยการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ของสถาบันพระปกเกล้าซึ่งตัวดิฉันเองก็เป็นศิษย์เก่าในสถาบันนี้ แล้วก็ได้เห็นว่า นักวิจัยหลาย ๆ คนก็เป็นผู้ที่มีความตรงไปตรงมา ในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎร เป็นคนไทยคนหนึ่งก็อยากจะฝากถึงเพื่อนสมาชิกว่าถ้าหากเรารู้จักถอย รู้จักยอม รู้จักให้อภัย แล้วก็ยอมรับในสิ่งที่เราไม่เห็นด้วย ความแตกแยกรอยร้าวในสังคมไทยก็คงจะไม่เกิดขึ้น เราเป็นชาวพุทธนะคะ ถ้าหากเรามีธรรมะของพรหมก็เรียกว่า พรหมวิหาร ๔ นั้นก็คือมีความเมตตา มีความกรุณา มีมุทิตา และอุเบกขา ทางพระนั้นเคยบอกดิฉันว่า ถ้าเราจะยกระดับจิตใจของตัวเราเองนั้นเราจะต้องมีมุทิตาจิตแม้กระทั่งศัตรู แม้กระทั่งคนที่ทำร้ายเราได้ ท่านประธานคะ ความมีอคติ ความเกลียดชัง การสร้างปีศาจขึ้นในใจ แล้วไล่ล่าปีศาจนั้นเกิดขึ้นฉันใด มันก็ไม่สามารถที่จะสร้างความปรองดองเกิดขึ้นได้ฉันนั้น ในฐานะที่ดิฉันเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่ไม่ได้ผลประโยชน์ จากการขัดแย้ง เพราะเรามาจากประชาชนที่มีฉันทามติให้เป็นเสียงข้างมากทุกครั้ง ที่มีการเลือกตั้ง จากพรรคไทยรักไทย มาพรรคพลังประชาชน แล้วก็พรรคเพื่อไทยนะคะ แต่ใครคะ และอะไรคะ ที่ได้ผลประโยชน์จากการขัดแย้งทุกครั้งและไม่อยากให้มี ความปรองดองเกิดขึ้น ความเจ็บปวดของหลาย ๆ คนที่ถามดิฉันว่าทำไมต้องมีการปรองดอง ทำไมไม่ให้คนที่เป็นผู้กระทำ เป็นผู้สั่งการให้คนถูกทำร้าย ทำให้คนต้องบาดเจ็บ ทำให้ คนต้องตายได้รับโทษ แต่ญาติและผู้สูญเสีย ผู้เสียหายก็ยังรู้จักคำว่าอภัยค่ะ ลดราวาศอก ขอให้เขาได้รับการเยียวยาและยอมรับการปรองดองซึ่งเป็นการเสียสละเพื่อประเทศชาติ เห็นกับบ้านเมืองนะคะ ดิฉันอยู่ที่จังหวัดมหาสารคามค่ะท่านประธาน มีนักโทษที่ถูกกล่าวหาว่าเผาศาลากลาง ซึ่งในข้อเท็จจริงนั้นศาลากลางจังหวัดมหาสารคามไม่ได้ถูกเผาเลย แล้วนักโทษ ๙ คนอยู่ในคุก แล้ว ณ วันนี้ถูกตัดสินจำคุก ๕ ปี ซึ่งเขาเหล่านั้นไม่ได้เป็นผู้กระทำนะคะ เพียงแต่ อยู่ข้างถนนเฉย ๆ แล้วในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎร ดิฉันได้ไปประกันผู้ต้องหาถึง ๒ ครั้งค่ะ แล้วก็ยังไม่ได้รับการประกันตัวเลย ถามว่าคนเหล่านั้นมีความผิดขนาดไหน เขาไม่ได้ฆ่าคนตาย เขาไม่ได้ทำร้ายอะไรเลยนะคะ เพราะฉะนั้นนั่นเป็นการกระทำที่เลือดเย็นต่อผู้บริสุทธิ์ค่ะ ท่านประธาน รวมถึงการถูกกระทำที่ไม่ถูกต้อง ดิฉันอยากจะขออนุญาตท่านประธานค่ะ ขออ่านรายงานการศึกษาของสถาบันพระปกเกล้าในหน้า ๑๒๙ ว่า การนำหลักนิติธรรม ให้กลับคืนมา ว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยที่ผ่านมานั้น เกิดคำถาม ต่อหลักนิติธรรม เนื่องจากว่ามีความขัดแย้งต่าง ๆ โดยใช้สถาบันต่าง ๆ ในกระบวนการยุติธรรม เพื่อกำจัดฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองอันเป็นการทำลายความเชื่อมั่นหลักนิติธรรม ฝ่ายที่ ไม่ยอมรับการรัฐประหารมองว่าผลพวงของการทำรัฐประหารทั้งหมดเป็นสิ่งที่ไม่ชอบ ตามหลักนิติธรรม เนื่องจากภายหลังมีการรัฐประหารมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐก็คือ คตส. เกิดขึ้นโดยคำสั่งของคณะรัฐประหาร ประกอบด้วยบุคคลที่เป็นผู้ให้สัมภาษณ์ กลุ่มนี้เห็นว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ของ พันตำรวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งขัดต่อหลักนิติธรรมนะคะท่านประธาน การถูกยึดทรัพย์ การถูกยึดอำนาจ การถูกยึดความชอบธรรม เป็นความเจ็บปวด การถูกทำร้าย ย่ำยีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพคะ สิ่งที่ทำได้ก็คือ ขอให้อโหสิ ล้างโทสะ ให้อภัยแก่เหล่าชนผู้ยากไร้ในปัญญาค่ะ

ท่านประธานที่เคารพคะ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งดิฉันขอให้กำลังใจท่าน พลเอก สนธิ ซึ่งท่านได้เดินมาถูกต้องแล้วค่ะ ท่านประธานคะ การที่สภาผู้แทนราษฎรจะได้รับทราบข้อสังเกต ข้อเสนอแนะในรายงานนี้เพื่อเสนอ ต่อรัฐบาล คณะรัฐมนตรีในการที่จะนำไปปฏิบัติต่อไปนั้นเป็นการเริ่มต้นทางออกให้สังคมค่ะ ท่านประธาน การพูดคุยขอให้พูดถึงอนาคต ไม่ควรพูดถึงอดีต และต้องการให้เกิดสันติสุข ในประเทศ เพื่อให้สังคมไทยเดินหน้าได้ ดิฉันอยากจะเห็นประเทศไทยเป็นผู้ชนะ ไม่มี การขัดแย้งกัน ซึ่งไม่มีผู้ชนะค่ะ ขอให้ยุติความแตกแยกในสังคม ปฏิเสธการใช้ความรุนแรง ในการแก้ไขปัญหาทางการเมือง ดิฉันเห็นด้วยค่ะ ในการที่ใช้สันติวิธีในการเจรจา เพื่อหาทางออกร่วมกัน ดิฉันไม่เคยเห็นด้วยกับการรัฐประหาร และเห็นว่ากฎหมาย รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ จะต้องมีการแก้ไข แล้วควรที่จะตั้งคณะกรรมการค้นหาความจริง ให้เหมาะสมกับทุกบริบทของความขัดแย้ง การชดเชยนั้นเป็นสิ่งสำคัญในกระบวนการ สร้างความปรองดองอย่างแท้จริง คือการชดเชยค่ะ หากรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเมิด สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ควรจะทำให้กลับสู่สภาพเดิม ได้แก่ การคืนทรัพย์สิน การคืนสิทธิทางกฎหมายทางการแพ่งของบุคคลค่ะ การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน การฟื้นฟูสุขภาพ ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิตให้กลับคืนสภาพเดิม ซึ่งอยู่บนฐานความคิด ของความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านและอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างที่สร้างความไว้วางใจ และคืนความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มคนที่เคยขัดแย้งกัน นำไปสู่ความปรองดองให้อยู่ด้วยกัน อย่างสันติ

ท่านประธานคะ ประการสุดท้ายที่ดิฉันอยากจะฝากค่ะ ดิฉันได้เห็น แถลงการณ์ของสถาบันพระปกเกล้าในการรายงานวิจัยการสร้างความปรองดองแห่งชาติ หน้า ๓ ข้อ ๒ เขียนบอกไว้ว่า ขอร้องให้พรรคฝ่ายค้านและคนไทยทุกกลุ่มที่ต้องการ เห็นบ้านเมืองก้าวไปข้างหน้าด้วยความปรองดองโดยมีภราดรภาพต่อกัน ให้ความร่วมมือ ในการพูดคุยหาทางออกร่วมกันในทำนองสุนทรียสนทนาค่ะ หรือการเสวนาที่สร้างสรรค์ เพื่อยุติข้อขัดแย้งที่ยืดเยื้อยาวนานให้สิ้นสุดลงค่ะท่านประธาน

แล้วท้ายที่สุดสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้การปรองดองนั้นมีคุณค่า ก็คือ การนิรโทษกรรมค่ะ การนิรโทษกรรมนั้นเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนจากความแตกต่าง ของแต่ละฝ่ายที่ยึดมั่นอยู่ในจุดยืนของตนเองค่ะ กลุ่มที่ไม่ต้องการให้มีการนิรโทษกรรม เพราะว่าตัวเองไม่ได้เดือดร้อนค่ะ แต่กลุ่มที่เห็นว่าควรจะมีการนิรโทษกรรมก็โดยให้เหตุผลว่า การนิรโทษกรรมจะเป็นแนวทางที่ทำให้ปัญหาความขัดแย้งยุติลงได้โดยหากย้อนกลับไปมอง กระบวนการในอดีตของประเทศไทยซึ่งมักจะมีการนำการนิรโทษกรรมเกิดขึ้นทุกครั้ง เมื่อมีความขัดแย้งทางการเมืองค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ