สุรสาล ผาสุข หารือเรื่องการวิจัยของสถาบันพระปกเกล้า และการสร้างความปรองดองแห่งชาติ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการวิจัยและผลลัพธ์ที่ได้รับ และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการพิจารณาใช้ประโยชน์จากผลการวิจัยนี้ในการสร้างความปรองดองในชาติ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ก่อนที่กระผมจะได้ นําเรียนท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องของรายงานการปรองดองในครั้งนี้นั้น กระผมมีข้อคิดเห็น บางประการที่เกี่ยวกับเรื่องของงานวิจัยของสถาบันพระปกเกล้า งานวิจัยของสถาบันพระปกเกล้า ที่ทําออกมาฉบับนี้ในบทสรุปของผู้บริหารได้เขียนไว้ชัดเจนว่าเป็นการวิจัยที่มุ่งตอบคําถามของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้ร้องขอไปยังสถาบันพระปกเกล้าเพื่อที่จะทําการวิจัยเพื่อหาคําตอบว่า อะไรคือรากเหง้าของความขัดแย้งทางการเมืองที่เป็นอยู่ปัจจุบัน และมีปัจจัยหรือกระบวนการใดที่จะทําให้คนในสังคมสามารถกลับมาอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ เพราะฉะนั้นบทสรุปผู้บริหารที่เป็นบทนําตรงนี้เขียนไว้ชัดเจนนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ว่างานวิจัยนี้จัดทําขึ้นเพื่อค้นหาคําตอบที่คณะกรรมาธิการต้องการทราบว่ามีปัจจัยอะไรบ้าง ที่จะสามารถนําไปสู่การสร้างความปรองดองในชาติได้ การดําเนินการวิจัยนั้นเมื่อวานนี้ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านก็ได้อภิปรายไปแล้วว่าดําเนินการอย่างถูกต้องตามหลัก วิชาการตั้งแต่กระบวนการขั้นแรกจนถึงกระบวนการในขั้นสุดท้าย เพราะฉะนั้นผลลัพธ์ หรือผลของการวิจัยก็ย่อมเป็นสิ่งที่สามารถเชื่อถือได้และนําไปใช้อ้างอิงในเชิงวิชาการได้ด้วย เช่นเดียวกัน ส่วนคณะกรรมาธิการซึ่งทําการศึกษาในเรื่องของการสร้างความปรองดองนั้น ท่านจะได้หยิบประเด็นไหนไปใช้ประโยชน์ในการที่จะเป็นแนวทางในการสร้างความปรองดอง กระผมคิดว่าก็เป็นดุลยพินิจของคณะกรรมาธิการที่จะได้พิจารณาว่าผลของการวิจัยนั้น ส่วนใดตอนใดที่กรรมาธิการมองเห็นแล้วว่าเป็นประโยชน์ก็สามารถที่จะนําไปใช้เป็นส่วนหนึ่ง ของการศึกษาเรื่องการสร้างความปรองดองแห่งชาติได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตที่จะนําเรียนท่านประธานต่อไปว่าความพยายามของคณะกรรมาธิการที่จะได้ สร้างความปรองดองแห่งชาติขึ้นในวันนี้นั้น เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าไม่มีมูลเหตุ มูลเหตุของการ ที่ได้มีการพยายามหาทางที่จะสร้างความปรองดองขึ้นนั้นก็เกิดขึ้นจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ในบ้านเมืองเรา ซึ่งจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความขัดแย้งทางความคิด เป็นความขัดแย้ง ทางการเมืองของประชาชนที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปลายปี ๒๕๔๘ เป็นต้นมา แล้วก็นําไปสู่ ความรุนแรงเมื่อเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ ความขัดแย้งดังกล่าวนั้นได้สร้าง ความเสียหายและสร้างความสูญเสียโอกาสของประเทศไทย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และความมั่นคงของประเทศอย่างใหญ่หลวง ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่กระผม จะกราบเรียนท่านประธานต่อไปนี้ ต้องกราบเรียนกับท่านประธานว่ากระผมไม่มีเจตนาที่จะ พาดพิงถึงผู้ใด เพราะตระหนักดีว่าสิ่งที่กระผมกําลังจะอภิปรายอยู่นี้เป็นการอภิปราย ในเรื่องราวของการสร้างความปรองดอง เพราะฉะนั้นข้อความที่จะหยิบขึ้นมาอภิปรายนั้น จึงมิได้มุ่งหมายที่จะไปกระทบ หรือพาดพิงถึงผู้หนึ่งผู้ใดเป็นกรณีเฉพาะ ท่านประธานครับ ประเทศไทยของเรานั้นได้สูญเสียรายได้ซึ่งเกิดจากความขัดแย้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในทางด้านเศรษฐกิจเป็นจํานวนมากมายมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้น ที่สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง ซึ่งท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็ได้อภิปรายไปแล้ว บ้างว่าได้มีความเสียหายทางเศรษฐกิจโดยรวมนั้นถึงประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทด้วยกัน แต่ถ้าเรามองลงไปในรายละเอียดปลีกย่อย เราจะพบว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ ดังกล่าวนั้นกระทบถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) ซึ่งประมาณการกันว่ามีตัวเลขของความเสียหายอยู่ถึง ประมาณวันละ ๕๐๐ ล้านบาท หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่มีความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ ดังกล่าว ยกตัวอย่างเช่น ครัวการบินไทยก็ดี หรือการขนส่งทางอากาศ ตลอดจนบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) หน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้ได้สูญเสียรายได้ที่ควรจะได้ไป ไม่ใช่น้อย ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นนอกจากจะสร้างความเสียหาย ทางเศรษฐกิจเป็นจํานวนมากมายมหาศาลแล้ว ยังได้ส่งผลกระทบถึงการท่องเที่ยว ส่งผลให้การท่องเที่ยวชะลอตัวลงอย่างน้อย ๖ เดือน รายได้ที่ควรจะได้จากการท่องเที่ยว ลดลงกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหายยากที่จะเรียกความเชื่อมั่น จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้กลับมาโดยเร็วได้ ซึ่งผลกระทบจากการชะงักงันของ การท่องเที่ยวนั้นได้ก่อให้เกิดผลที่ตามมา ก็คือเป็นความซบเซาในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในภาคการท่องเที่ยว และความซบเซาในอสังหาริมทรัพย์ในเชิงพาณิชย์ เนื่องจากในระยะนั้น ต่างชาติเองก็ไม่มีความมั่นใจในสถานการณ์ในประเทศไทย จึงมีการทบทวนการเปิด สํานักงานของต่างชาติในประเทศไทยเป็นจํานวนมาก ท่านประธานที่เคารพครับ ความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปี ๒๕๔๘ ดังที่ได้กราบเรียนมานั้นยังคงดํารงอยู่มาจนถึงปัจจุบันนี้ นอกจากก่อให้เกิดความเสียหายในทางธุรกิจเป็นจํานวนมากแล้วยังได้ก่อความเสียหายให้กับ สังคมอย่างใหญ่หลวงด้วยเช่นเดียวกัน ได้เกิดความขัดแย้งร้าวลึกขึ้นในระหว่างประชาชน ลุกลามไปทั่วทั้งสังคม ทั้งในชุมชน ในหมู่บ้าน สถานที่ทํางาน เพื่อนบ้านข้างเคียงกัน ญาติพี่น้อง และที่เลวร้ายลงไปกว่านั้นความขัดแย้งร้าวลึกนี้ได้ลงไปสู่สังคมส่วนที่เล็กที่สุดของเราก็คือ สังคมที่เป็นครอบครัว ซึ่งกระผมเห็นว่าเป็นอันตรายต่อประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง แม้กระทั่ง ในระหว่างประชาชนที่อยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทยก็มีความขัดแย้งในลักษณะที่ร้าวลึก เช่นเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ความขัดแย้งและความเสียหายนี้ไม่เพียงอยู่ ภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังลุกลามไปยังประเทศเพื่อนบ้านของประเทศไทยด้วย ส่งผลให้ ประเทศไทยสูญเสียโอกาสทางด้านเศรษฐกิจที่จะพึงได้ในการค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้าน และส่งผลให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสทางด้านการเมืองระหว่างประเทศไปอีกด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ สําหรับความเสียหายที่เป็นความมั่นคงของประเทศนั้น ผลที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งดังกล่าวได้ก่อให้หลักนิติธรรมและความศักดิ์สิทธิ์ ถูกวิพากษ์วิจารณ์เกิดความสั่นคลอนอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่เป็น ความขัดแย้งรุนแรงที่เกิดมาไม่นานนี้นําไปสู่ความไม่มั่นคงของประเทศชาติ จนกระทั่ง หน่วยงานด้านความมั่นคงนั้นออกมาสรุปว่าสถานการณ์ในขณะนี้นั้น ถือได้ว่าเป็นภัย ต่อความมั่นคงของประเทศในระดับที่เป็นอันตรายสูงสุด ท่านประธานที่เคารพครับ จากรายงาน ของคณะกรรมาธิการซึ่งทุกท่านมีอยู่ในมือในขณะนี้ มีมุมมองของภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับ ด้านเศรษฐกิจที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง กระผมขออนุญาตที่จะนําบางประเด็นมากล่าวไว้ ในที่นี้เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบไปพร้อม ๆ กัน เพราะเข้าใจว่าพี่น้องประชาชน คนไทยนั้นอาจจะไม่มีรายงานฉบับนี้อยู่ในมือ ขออนุญาตเริ่มต้นจากความคิดเห็นของ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าไทยสั้น ๆ ว่าหอการค้าไทยและสภาหอการค้าไทยชี้แจงต่อ กรรมาธิการว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเราในขณะนี้นั้นได้ส่งผลให้เกิดการชะลอตัว ทางเศรษฐกิจ ในขณะที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยชี้ว่าความขัดแย้งได้ก่อให้เกิด การสูญเสียโอกาสที่จะใช้ความสามารถในการบริหารประเทศได้อย่างเต็มศักยภาพ เนื่องจาก รัฐบาลจะต้องใช้ศักยภาพและเวลาส่วนหนึ่งไปกับการบริหารความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ในบ้านเมือง อีกท่านหนึ่งที่พูดถึงการสูญเสียโอกาสของประเทศไทย อันเนื่องมาจากความขัดแย้งได้อย่างชัดเจน ก็คือท่านประธานเจโทร ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ เรื่องการค้า การลงทุนของนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นในประเทศไทย ท่านประธานเจโทรกล่าวว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบถึงการประกอบธุรกิจการค้าของนักลงทุนชาวญี่ปุ่น ในประเทศไทยอย่างใหญ่หลวง ในขณะนี้นั้นนักลงทุนญี่ปุ่นมองว่าประเทศไทยเป็นประเทศ ที่ต้องพิจารณาความเสี่ยงในทางการเมืองสูงสุด ซึ่งความคิดอย่างนี้กระผมถือว่าเป็นอันตราย ต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง สิ่งนี้จะส่งผลไปถึงการที่จะผลักดันให้ ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการจัดตั้งสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาคอีกด้วย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ความเสียหายและการสูญเสียโอกาสของประเทศไทยนั้นที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้ง ยังมีอีกมากมายหลายประการด้วยกันซึ่งเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งในภาคเศรษฐกิจ ภาคสังคม การเมืองและความมั่นคงของประเทศ ส่งผลให้ประเทศไทยของเราก้าวเดิน ไปข้างหน้าได้ช้ากว่าที่ควรจะเป็น สังคมอ่อนแอการเมืองไม่มั่นคง ถ้าเราไม่นําความปรองดอง กลับมาสู่สังคมไทยโดยเร็วก็อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงได้ ณ วันนี้ เมื่อชั่งน้ําหนักระหว่างการนําความปรองดองกลับคืนมาสู่ประเทศไทย กับการปล่อยให้ สถานการณ์ยังคงเป็นอยู่เช่นนี้ต่อไป อะไรที่จะมีน้ําหนักมากกว่ากัน กระผมคิดว่ากระผม คงไม่ต้องบอกเพราะว่าสถานการณ์ปัจจุบันนี้มีความชัดเจนปรากฏอยู่ในตัวมันเองอยู่แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้อภิปรายเมื่อคืนนี้ ขออนุญาตเอ่ยนาม คือท่าน ส.ส. ครูมานิตย์ ท่านกล่าวว่าปัจจัยสําคัญของการปรองดอง ปัจจัยหนึ่งอยู่ที่สมาชิกรัฐสภา ก็คือท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทั้ง ๒ สภาในขณะนี้ ที่จะตัดสินใจว่าความสําคัญของการที่จะเรียกคืนกลับมาซึ่งความปรองดองนั้นมีความสําคัญมาก น้อยขนาดไหน ในขณะนี้กองไฟที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรานั้นยังไม่ได้ดับลงไปสิ้น เพียงแต่ ราไฟลงมาเท่านั้น มีเชื้อปะทุที่พร้อมอยู่แล้ว เมื่อใดก็ตามที่ได้รับกระแสลมหรือมีแรงลมเข้ามา ก็พร้อมที่จะลุกโชติช่วงขึ้นมาใหม่ กราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่าน ขอได้โปรด ช่วยกันดับไฟกองนี้เพื่อที่จะคืนความสุข คืนรอยยิ้มให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย ด้วยการหันมา ร่วมกันพิจารณาแนวทางความปรองดองที่เหมาะสมให้เกิดขึ้นกับสังคมไทย ให้เกิดขึ้นกับ บ้านเมืองของเราเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนคนไทยครับ ขอบพระคุณครับ