สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๔ เมษายน ๒๕๕๕

พายัพ ปั้นเกตุ หารือเรื่องความหวังของความปรองดองในสภาผู้แทนราษฎรที่จะนำไปสู่ความสุขของประชาชน และการก้าวเดินไปข้างหน้าของประเทศไทย พายัพ ปั้นเกตุ เสนอการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการกระทำของคตส. โดยการนิรโทษกรรมและความไม่ชอบธรรมขององค์กร และดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมตามปกติ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ประเทศหยุดความแตกแยกและความบาดหมาง เพื่อนำประเทศไทยไปสู่ความก้าวหน้า

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย บรรยากาศ ตอนเช้า ๆ อย่างนี้ดูแล้วน่าจะเป็นบรรยากาศของความปรองดองครับท่านประธาน เพราะว่า ทุกคนได้ตื่นหมดแล้วรวมทั้งท่านประธานคณะกรรมาธิการปรองดองของผมก็ตื่นแต่เช้าเพื่อจะ มารับฟังข้อเสนอแนะจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ณ ที่นี้ พี่น้องประชาชนก็สนใจครับ ท่านประธานครับว่าบรรยากาศของความปรองดองของสภาผู้แทนราษฎรนั้นจะไปในทิศทางไหน ประเทศชาติจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง ความหวังของมวลประชาชนที่เฝ้ารอคอยว่าความปรองดอง จะนําไปสู่ความสุขของประชาชน ประเทศชาติจะมีโอกาสได้พัฒนาและเดินต่อไปข้างหน้าอีก นั่นคือบรรยากาศและความหวังของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เราปฏิเสธไม่ได้ครับ ท่านประธานว่าความขัดแย้งย่อมเกิดขึ้นกับบุคคลทุกหมู่เหล่า ไม่ว่าใครก็ตามที่อยู่ในมุมหนึ่งมุมใดของโลกก็ได้รับผลกระทบกับความเห็นที่แตกต่างกัน เช่นกัน แต่ว่าท่ามกลางความเห็นที่แตกต่างนั้นก็ต้องทําอย่างไรให้คนที่มีความเห็นแตกต่างนั้น สามารถอยู่ร่วมกันได้ในสังคม เพราะเราไม่สามารถจะทําให้คนที่มีความเห็นต่างกันนั้น แยกย้ายไปอยู่ที่อื่นได้โดยไม่เจอหน้ากัน ไม่ต่างอะไรกับคนไทยหรอกครับท่านประธานที่เคารพ วันนี้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศต่างรอความหวังว่าจะให้การปรองดองนี้นําไปสู่ การก้าวเดินไปข้างหน้าของประเทศไทย ไม่ใช่การก้าวเดินของคนใดคนหนึ่งในผืนแผ่นดินนี้ แต่เป็นการก้าวเดินของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศพร้อม ๆ กันที่จะนําพาประเทศไปสู่ ความรุ่งเรืองต่อไปในวันข้างหน้า ความเจ็บปวดรวดร้าวครับท่านประธานครับ เกิดขึ้นกับ พี่น้องประชาชนคนไทยซ้ําแล้วซ้ําเล่า เราผ่านความเจ็บปวดมามากและประชาชนก็ได้รับ การสูญเสียมามาก ประเทศชาติก็สูญเสียมามากเช่นเดียวกัน ถ้าแม้วันนี้คนไทยยังคงดํารง ซึ่งความทิฐิ ไม่ยอมลดราวาศอกซึ่งกันและกัน ผมก็เชื่อว่าความปรองดองนั้นเกิดขึ้นยาก ผมต้องขอบพระคุณท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ซึ่งวันหนึ่งท่านมีความเห็นแตกต่างกับผม นั้นค่อนข้างมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไปท่านเห็นประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้งมากกว่า ประโยชน์ส่วนตัว ท่านก็หันมาดําเนินเรื่องของการปรองดองเพื่อให้ประเทศชาตินั้นเดินได้ ก็ขอบพระคุณท่าน และเชื่อว่าใครก็ตามที่อยู่ในประเทศไทยนี้ดําเนินเรื่องความขัดแย้ง หรือต้องการจะก่อไฟความขัดแย้งให้เกิดขึ้นหรือจะสุมไฟความขัดแย้งให้รุนแรงเพิ่มขึ้น เป็นเรื่องที่ไม่ควรทําทั้งสิ้น เพราะว่าสิ่งที่ทํานั้นไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรกับประเทศชาติเลย แม้แต่น้อย มีแต่จะทําให้ประเทศชาติและประชาชนเดินสู่เหวนรกเพิ่มขึ้น ท่านประธาน ที่เคารพครับ นี่คือความหวังจริง ๆ ของประเทศชาติที่ชื่อว่าประเทศไทยและวันนี้ผมต้อง กราบเรียนท่านประธานครับว่ารายงานของสถาบันพระปกเกล้านั้นถึงแม้ว่าไม่ใช่เป็นรายงาน เพียงชิ้นเดียวในโลกนี้ และไม่ใช่รายงานเพียงชิ้นเดียวในประเทศไทยที่มีความสําคัญที่สุด แต่ว่าเนื้อหาสาระต่างหากที่เห็นว่าน่าหยิบยกขึ้นมาพูดตรงนี้ขยายความนําไปสู่การแก้ไข ปัญหา ยังมีรายงานในสภาแห่งนี้หลายรายงานครับท่านประธานครับซึ่งพูดถึงเรื่องข้อเท็จจริง ในสภาแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นรายงานเรื่องของการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีการสลาย การชุมนุม เมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๕๒ วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓ และวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เป็นรายงานลับที่อยู่ในสภาแห่งนี้ ไม่มีใครหยิบยกขึ้นมาพูดแต่ว่าในสภาแห่งนี้ได้มี การตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ได้มีหนังสือออกมาเรียบร้อย บางคนก็ได้อ่านแต่ส่วนใหญ่ไม่ได้อ่าน เป็นเรื่องจริงที่เราหนีความจริงไปไม่พ้นดังที่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าท่านบอกว่าสัจจัง เว อมตา วาจา ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย เรื่องนี้ต้องพูดความจริงท่านประธานครับ เราหนีความจริงไปไม่ได้ว่า เราเปิดในโลกแห่งความเป็นจริง ต้องพูดเรื่องความเป็นจริง เรารู้ว่าเมื่อเหตุการณ์ความเห็น แตกต่างกัน รัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจากประชาชนกําลังเป็นความหวังของประชาชน เมื่อปี ๒๕๔๔-๒๕๔๙ประชาชนกําลังรอความหวังว่าประเทศชาติจะเดินหน้าต่อไปได้ แต่ปรากฏว่าความเห็นต่างในบ้านนี้เมืองนี้เมื่อเห็นว่ารัฐบาลนี้ รัฐบาลที่ผ่านมาเป็นรัฐบาลที่มี เสียงข้างมาก มากจนเกินไปว่าอย่างนั้นเถอะจนนําไปสู่ความเห็นว่าถ้ามากอย่างนี้มันจะไม่ดี เป็นเรื่องที่เป็นเผด็จการรัฐสภา ซึ่งไม่มีใครบัญญัติไว้ในกฎหมายประชาธิปไตยหรือกฎหมาย รัฐธรรมนูญใด ๆ ละครับในโลกนี้ว่าเสียงข้างมากเป็นเสียงเผด็จการ มีแต่เขาส่งเสริมว่า คนที่มีเสียงข้างมากได้เสียงข้างมากคือผู้ที่ยอมรับจากประชาชนมากที่สุดเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ว่าบ้านนี้เมืองนี้ไม่ได้คิดอย่างนั้น โดยเฉพาะคนบางคนท่านประธาน กลับเห็นว่าคนที่ได้ เสียงข้างมากนั้น พรรคที่ได้เสียงข้างมากนั้นเป็นเรื่องที่ปล่อยไปไม่ได้ ละเว้นไม่ได้ ต้องดําเนินการจัดการทันที การปฏิวัติจึงเกิดขึ้น เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ นี่เพราะ ความเห็นต่าง ความเห็นแตกต่างจริง ๆ ส่วนว่าใครจะเป็นมาอย่างไร ใครจะอยู่เบื้องหน้า เบื้องหลังนั้นเป็นเรื่องที่เรารู้ข้อเท็จจริงกันในประเทศไทย ท่านประธานครับ ความจริงนั้น หนีความจริงไปไม่พ้นจริง ๆ เมื่อมีการปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้น ล้มล้างรัฐบาลประชาธิปไตย ก็มีการตั้งหน่วยงานอิสระขึ้นมาหลายหน่วยงาน แล้วหน่วยงานต่าง ๆ เหล่านั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นกฎหมาย เป็นหน่วยงานองค์กรเฉพาะกาลที่ตั้งขึ้นมาเพื่อดําเนินการกับกลุ่มการเมือง หรือพรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใดให้สิ้นสลายไป ดําเนินทุกวิธีทางที่จะจัดการกับ ตัวบุคคลที่มีอํานาจจากระบอบประชาธิปไตยนั้นให้ลดทอนอํานาจลง แล้วไม่ให้มีอํานาจ ในบ้านนี้เมืองนี้ ทั้งที่เขามาจากกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ถูกต้องซึ่งเขาไม่ได้ร่าง ท่านประธานครับ รายงานของคณะกรรมาธิการปรองดองผมได้อ่านแล้ว อ่านหมด อ่านละเอียด อ่านหลายฉบับ น่ายินดีครับที่ท่านพยายามที่จะทําให้บรรยากาศแห่งความปรองดองของประเทศนั้น ไปในแนวทางที่ดีขึ้น แต่ว่ารายงานของสถาบันพระปกเกล้า ท่านประธานครับ ที่อยู่ในมือ ผมนี้ท่านประธานคงได้อ่านแล้ว เขาบอกว่า ในการที่จะทําให้การปรองดองในประเทศนี้ เกิดขึ้น อย่างน้อยที่สุดเรื่องระยะสั้นเฉพาะหน้านี่ต้องเร่งดําเนินการก่อน อะไรครับ ท่านประธานครับ ระยะสั้น ท่านประธานอ่านแล้วใช่ไหมครับ ผมอ่านให้ประธานฟังเรื่องสั้น ๆ ก็แล้วกัน ขออนุญาตท่านประธาน ข้อเสนอระยะสั้นของสถาบันพระปกเกล้านี่มีด้วยกัน ๔ ประเด็น เขาบอกว่า

๑. การจัดการกับความจริงของเหตุการณ์รุนแรงที่นํามาสู่ความสูญเสีย นั่นหมายความว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็ต้องจัดการไปตามข้อเท็จจริงว่าอะไรคือความจริง อะไร คือเรื่องซ่อนเร้น อะไรคือเบื้องหน้า เบื้องหลังที่อยู่ด้วยทั้งหมด แต่ไม่ได้จะนําความจริงมาสู่ ความขัดแย้ง แต่รู้ความจริงว่ามันเกิดอะไรขึ้นในบ้านนี้เมืองนี้ ซึ่งสถาบันพระปกเกล้าได้เขียน รายงานไว้ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมให้มีบทบาทของ คอป. ดําเนินการค้นหาความจริงแล้วให้ เสร็จสิ้นภายใน ๖ เดือนก็ตาม หรือการเปิดเผยข้อมูลข้อเท็จจริงก็ตาม เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ถูกนําเสนอโดยนักวิชาการซึ่งสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ให้การรับรองสนับสนุนคือ สถาบันพระปกเกล้า เพราะคนต่างหวังเป็นที่พึ่งทั้งนั้นละครับ ยกเว้นอาจจะมีคนบางคน ที่หลงลืมตัวไปบ้าง ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ เพราะว่าแต่ละคนต่างเป็นมนุษย์ด้วยกันทั้งนั้น ความรู้สึกรัก โลภ โกรธ หลง รับผิดชอบชั่วดีอาจมีบ้าง แต่ว่าข้อเสนอต่าง ๆ เหล่านี้เมื่อนําไปสู่ เป็นรายงานก็น่านํามาพูดเรื่องนี้เหมือนกัน

ท่านประธานครับ ข้อที่ ๒ ตามรายงานสถาบันพระปกเกล้าบอกว่า ๑. รู้ความจริง ๒. คือให้อภัย ผ่านกระบวนการนิรโทษกรรมคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมือง มีทางเลือกให้เลือกว่ามีการออก พ.ร.บ. นิรโทษกรรม เลือกไม่เลือก เสนอมาเลย ข้อที่ ๒ ออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ทั้ง ๒ ทางเลือกนี้นะครับ เป็นแนวทางหนึ่งที่ระบุไว้ในรายงาน แต่ว่าเรื่องที่น่าสนใจสิครับ ท่านประธานที่เคารพ คือที่มาขององค์กรอิสระ ซึ่งมาทําหน้าที่ ในการตรวจสอบการกระทําที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ เรียกย่อ ๆ ว่า คตส. ท่านประธาน จําได้ไหม ตั้งหน่วยงานนี้ขึ้นมาเพื่อตรวจสอบว่าใครบ้างที่ทําให้เกิดความเสียหายกับรัฐ แต่เรื่อง อย่างนี้ท่านประธานครับ เรารู้อยู่แล้วว่า คตส. หรือหน่วยงานซึ่งชาวบ้านอาจจะมองฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจ คตส. ย่อมาจากว่าคณะกรรมการ ตรวจสอบการกระทําที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐทุก ๆ เรื่อง ท่านประธานครับ ตามข้อ ๓ คือการเสริมสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินคดี กับผู้ถูกกล่าวหาจากกระบวนการตรวจสอบของ คตส. โดยมีข้อเสนอไว้ข้อหนึ่ง ระบุไว้ ในส่วนที่ ๓.๒ สถาบันพระปกเกล้าเสนอให้มีการเพิกถอนผลทางกฎหมายที่ดําเนินการ โดย คตส. ทั้งหมดและให้ดําเนินการตามกระบวนการยุติธรรมตามปกติโดยให้ถือว่า คดีดังกล่าวไม่หมดอายุความ มันเป็นอย่างนั้นได้อย่างไรท่านประธาน มันเป็นอย่างนั้นได้ ก็เพราะว่าที่มาของ คตส. มาโดยไม่ชอบธรรม มาโดยการปฏิวัติรัฐประหารนะครับ และเป็น การตัดรอนอํานาจของรัฐบาลประชาธิปไตยสมัยคนที่ในสภาแห่งนี้รู้จักกันดีทั้งประเทศ

ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ความชอบธรรมในการมี คตส. นั้น ต้องกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่ากระบวนการตามกฎหมายนั้นเราต้องว่าไปเรื่องของกระบวนการ ทางกฎหมายในประเทศไทย ซึ่งเมื่อมีคดีความเกิดขึ้นก็ต้องไปร้องที่พนักงานสอบสวน เมื่อมีการสอบสวนเสร็จก็ต้องไปที่อัยการ อัยการเสร็จไปที่ศาล ศาลก็มีศาลชั้นต้น ศาลชั้นกลาง ศาลอุทธรณ์ กระบวนการยุติธรรมอย่างนี้ต่างหากที่คนไทยทั้งประเทศต้องการ เพราะฉะนั้น ความชอบธรรมของคณะกรรมการ คตส. จึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและไม่ชอบธรรมครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้ามองไปที่ตัวบุคคลว่าคณะกรรมการ คตส. นั้น ประกอบด้วยใครบ้าง ยิ่งมองลึก ยิ่งเจ็บปวด ยิ่งมองพอเห็นหน้า ยิ่งใจหาย ยิ่งได้ยินเสียง แทบจะอ้วก ท่านประธานครับ ชื่อแต่ละคนผมไม่อ่านหรอกเพราะเรารู้อยู่แล้วว่าแต่ละคนนั้น เป็นใครบ้าง บางคนกําลังได้รับกรรมอยู่ในขณะนี้กําลังถูกถอดถอน จําได้ไหมเป็นนักกฎหมาย อีกคนหนึ่งขึ้นเวที ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลนะครับ ชื่อกล้าต่อท้ายจําไม่ได้นะครับ คนสุดท้าย ก็มีครับ สุภาพสตรี นามสกุล เมณฑกา ท่านประธานที่เคารพครับ บุคคลเหล่านี้พูดตามความจริง คนไทยก็รู้กันทั้งประเทศว่าอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลประชาธิปไตย เอ่ยชื่อเลยก็ได้เพราะบางคน บอกว่าถ้าไม่เอ่ยเสียเลยเดี๋ยวไม่ขลัง พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร อย่างไรครับ อยู่ฝ่ายตรงข้ามกันเลย ขึ้นเวทีฝ่ายตรงข้าม ไปที่ไหนก็บรรยาย ไปที่ไหนก็พูด กล่าวร้ายโจมตีตลอด นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับเมื่อ คตส. มาไม่ชอบ ตัวบุคคลไม่ชอบ กระบวนการไม่ชอบ เราจะปล่อยให้กระบวนการเหล่านี้เป็นกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย ต่อไปได้อย่างไร เราต้องคืนความเป็นธรรมให้กับทุก ๆ คนในประเทศนี้ดังที่เราพูดกันอยู่เสมอ ท่านประธานครับว่าผลไม้พิษเป็นอย่างไร มันเกิดขึ้นจากรากเหง้า รากเป็นพิษ ต้นมันเป็นพิษ ดอกเป็นพิษ มันส่งผลให้เป็นพิษ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับเราจะปล่อยให้องค์กรที่มา โดยมิชอบธรรม เราจะปล่อยให้คณะบุคคลที่ตั้งกฎหมาย ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญที่เราตั้งไว้ ทั้งหมดนี้ไม่ว่าจะกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ มาตรา ๕ มาตรา ๓๐ (๓) เป็นการเลือก ปฏิบัติทั้งสิ้น ไม่มีที่ไหนตั้งกฎหมายขึ้นมาโดยเฉพาะขึ้นมาใหม่เพื่อดําเนินการกับบุคคลหนึ่ง บุคคลใดโดยเฉพาะ มันไม่มีในประเทศไทย แต่มันเกิดขึ้นในการตั้ง คตส. ครับ ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียนท่านด้วยความเคารพเป็นอันสุดท้ายครับว่า ท่านประธานจําได้ต้องขอโทษท่าน ต้องกราบขออภัยท่านประธานคณะกรรมาธิการปรองดองด้วยความเคารพ ท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ท่านมีบาดแผลทางใจ ผมมีบาดแผลทางใจกับท่าน ปฏิเสธไม่ได้เลย ท่านจําได้ไหม แผนบันได ๔ ขั้น จําได้ไหม ถ้าจําไม่ได้ฟังทางนี้จะเล่าให้ฟัง ท่านประธานครับ แผนบันได ๔ ขั้นเขียนเอาไว้อย่างไร

๑. ยุบพรรคใหญ่ จําได้ไหม ยุบพรรคใหญ่แล้วพรรคอะไร

๒. กระจายพรรคเล็ก ยุบเสร็จแล้วให้พรรคแตกกระจาย

๓. ตั้งพรรคใหม่

๔. ตรวจสอบ ยึดทรัพย์โดยการตั้ง คตส.

ท่านประธานที่เคารพ พอได้แล้วครับ ประเทศไทย หยุดได้แล้วครับ ความแตกแยก หยุดเถอะครับ ความบาดหมางซึ่งกันและกันในประเทศนี้ เรามานําพาประเทศ ไปสู่ภาวะแห่งความปรองดองเถอะครับ ไม่ต้องลืมความเจ็บปวด ไม่ต้องลืมข้อเท็จจริง แต่เรารู้ สิ่งเหล่านี้เพื่อเป็นอุทาหรณ์ เพื่อเป็นบทเรียนของประเทศ แล้วนําประเทศไทยไปสู่ ความก้าวหน้า นําประเทศไทยเดินหน้าต่อไปให้ได้เถอะครับ ขอขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ