ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม หารือเรื่องความปรองดองในชาติ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยอมรับความจริงและให้อภัยกัน เพื่อให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย วันนี้ก็นั่งรอเรื่องของ ความปรองดองมานาน แล้วท้ายที่สุดพอเข้ามาสู่วันนี้เราก็เถียงกันไม่รู้ว่ามันจะผ่านหรือไม่ผ่าน มันจะได้ปรองดองหรือไม่ปรองดอง ผมยังชอบวลีเด็ดของท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ท่าน พลเอก สนธิ ที่ท่านพูดไว้ เมื่อคืนวันที่ ๒๗ ว่าความแตกแยกมันเกิดจากตรงนี้ละครับ มันไม่ได้เกิดจากข้างนอกเลย แล้วมันก็ค่อย ๆ ขยาย ๆ ออกไป ผมเดินไปกินข้าวแต่ละครั้ง ผมคิดอยู่ว่าพวกเรากินข้าว หม้อเดียวกัน ทําอย่างไรเราถึงจะมาเห็นแก่ภาพส่วนรวม เห็นแก่บ้านแก่เมือง เห็นแก่ ประเทศชาตินี้ วันนี้ท่านเชื่อเถอะครับ ถ้าเอาแต่กฎหมายมาพูดเรื่องของการปรองดอง มันไม่ผ่านหรอกครับ ผมมันก็โชคดี ผมอ่านกฎหมายไม่ออก ผมบอกกฎหมายไม่เป็น เพราะผมมาจากครู อาจารย์ก็ยังไม่ถึงเลยครับ แต่ท่านประธานครับ ถ้าจะมาพูดถึงเรื่อง ปรองดองวันนี้ปัญหามันเกิดมาจากการปฏิวัติเมื่อ ๑๙ กันยายน ปี ๒๕๔๙ แล้วพอปฏิวัติ ในวันนั้นแล้วคนที่ได้ผลประโยชน์หลังจากวันนั้นก็ยิ้มแย้มแจ่มใสกันไป วันนี้คนที่นําปฏิวัติ ท่านมาเข้าสู่กระบวนการของประชาธิปไตย คือนั่งในสภานี้ละ แล้วท่านก็เห็นแล้วว่าบ้านเมืองมัน ไปไม่ได้จริง ๆ มันถึงทางตัน แล้วท่านกับผมก็ไม่ได้สนิท ผมก็ไม่เคยพูดกับท่าน แต่ผมเห็นจาก การอภิปรายในวันนั้นทําให้ผมเห็นอะไรหลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองแห่งนี้ ในฐานะที่ผม ไม่ค่อยมีความรู้หรอกครับ คนที่ได้ประโยชน์ก็เริ่มเห็น คนที่ทําให้มีการปฏิวัติก็เริ่มรู้ แต่บ้านเมืองมันไปไม่ได้จริง ๆ เราต้องยอมรับสิครับ หรืออยากเห็นมันอยู่ในบรรยากาศอย่างนี้ เพราะถ้ามันอยู่ในบรรยากาศอย่างนี้บางทีส้มมันก็หล่น ฝนมันก็อาจจะได้ตกผิดฤดูก็ได้ แต่ถ้าปล่อยให้บ้านเมืองอยู่ปกติ ปล่อยให้บ้านเมืองดีอยู่อย่างนี้บางคนมันเสียผลประโยชน์ ถ้าเป็นบ้านผมเขาเรียกว่าลูกอีช่างบ่าง คือพวกอีช่างยุ เพื่อให้ครอบครัวเขาแตกกัน แล้วตัวเองจะได้ผลประโยชน์ แต่ถ้าปล่อยให้เขาอยู่ดีมีสุขตัวเองตายครับ เพราะหากินก็ไม่เป็น ทําอะไรก็ไม่ได้ บรรยากาศผมดูในวันนี้เอาข้อกฎหมายมาพูดมันไม่จบหรอกครับ ถ้าพูดต้องพูด ตั้งแต่เริ่มการปฏิวัติ ๓-๕ ข้อ วันนี้ประสบผลสําเร็จอย่างไรไป ผมไม่อยากรื้อขอนหาตะเข็บ หรือหาแมลงป่อง แต่ผมอยากเห็นบ้านเมืองมันไปได้ ผมดูจากนักธุรกิจ นักเศรษฐกิจ หรือใครต่อใครพูดว่าบ้านเมืองนี้เขาจะอยู่ได้ด้วยเหตุผลอยู่ ๒-๓ ประการ ๑. น้ําต้องไม่ท่วมหนัก ๒. บ้านเมืองต้องเลิกความขัดแย้งกัน ความขัดแย้งคนที่ลําบากก็คือ ตาสี ตาสา ยายมี ยายมา ลุงแจ่ม ป้าช้อย ที่อยู่บ้านนอกนะครับ เขายิ่งจนไปข้างหน้า เพราะเศรษฐกิจมันไปไม่ได้ บ้านเมืองมันเดินไปข้างหน้าไม่ได้ แต่ถ้าความขัดแย้งมันหมดไปบ้านเมืองมันก็ดีขึ้น แล้ววันนี้ รายงานชิ้นนี้ผมยังไม่รู้เลยว่ามันจะผ่านสภาหรือไม่ผ่าน แต่ที่มาของรายงานชิ้นนี้สภาแห่งนี้ ให้พวกท่านทั้งหลายที่ไปทํา ใครจะอยู่หรือใครจะลาออกมันก็เป็นสิทธิส่วนตัวของท่าน แต่พวกผมได้มอบ ได้ยกมือให้ท่านไปแล้ว แล้วในวันที่ ๒๗ มีนาคม ที่ผ่านมาท่านเห็นไหมครับ ก็รัฐสภาแห่งนี้ไม่ใช่สภา วุฒิสมาชิกร่วมกับผู้แทนราษฎรก็โหวตเสียง บอกว่ารีบทําเสีย เพราะเขาเห็นแล้วว่าบ้านเมืองมันไปไม่ได้ แต่หลายคนก็โทษว่าพวกวุฒิสภา หรือวุฒิสมาชิก ที่ยกมือให้ในวันนั้นรับอานิสงส์บ้าง รับผลประโยชน์บ้าง รับโน่นบ้าง รับนี่บ้าง ถ้าไม่ใช่พวกกูแล้ว มันผิดตลอด แล้วมันจะไปได้หรือครับ ถอดหัวใจกันมาสิครับ ยอมรับความจริง ผมยังชอบ บทกวีของครูเทพ เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีเลยครับ ท่านเขียนไว้อย่างไรท่าน ท่านเป็น ประธานสภาคนแรกเลยนะครับ ท่านบอกว่ารู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ไม่ได้ใช้ในสนามฟุตบอล อย่างเดียวนะครับ ในฐานะที่ผมเป็นครู ใช้ได้ตั้งแต่ในครอบครัว ถ้ารู้จักความพ่ายแพ้ รู้จัก ความชนะ แล้วรู้จักคําว่า ให้อภัย นี่มันสุดยอดของคน คนเราถ้ารู้จักการให้ รู้จักการอภัยถือว่า เป็นมนุษย์ที่ยิ่งใหญ่ แต่วันที่อยากชนะคะคานเขาเอาแต่เรื่องกฎหมาย เอาแต่เรื่องระเบียบ เรื่องข้อบังคับมาว่ากัน มันเดินไปไม่ได้หรอกครับ วันนี้ท่านประธานยอมรับแล้วครับ ท่านประธานผมไม่ทราบว่าเป็นวิศวะหรือเป็นนักกฎหมายผมก็ไม่เคยอ่านประวัติท่านเท่าไรนัก มีอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาอย่าให้ผมบอกชื่อเลย ท่านออกมายอมรับครับ อย่างหน้าตาเฉยเมย วันที่ท่านดํารงตําแหน่งวันนั้นเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม หรือว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมผมจําไม่ได้ ท่านบอกว่าในคุกนี่มีแพะอยู่ไม่ต่ํากว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ที่ติดคุก บูชายันต์ นี่หมายถึงว่ากระบวนการยุติธรรมในเมืองไทยชัดเจนใช่ไหม ผมนี่ไม่ได้ดูถูก กระบวนการยุติธรรมว่าตัดสินไม่ยุติธรรม แต่แม่นยําไหม แม่นยําไหมครับ เยอะแยะเลย แล้วก็หลายคดีวันนี้ที่กระทรวงยุติธรรมออกมายอมรับเหมือนคดีอะไรผมจําไม่ได้ที่มีชื่อเป็น ภาษาอังกฤษคดีของผู้หญิง เขาออกมายอมรับชัดเจนว่าผิดพลาด วันนี้เหมือนกันหน้าชื่นอกตรม แต่งตั้ง คตส. ผมไม่เถียง คตส. แต่ดูบุคลากรภายในสิครับ แต่ละคนเป็นอย่างไรบ้าง วันนั้น ผมเชื่อแน่ว่าถ้าท่าน พลเอก สนธิ รู้ว่าพวกนี้เป็นอย่างนี้ผมว่าท่านไม่แต่งเข้าไปหรอกครับ ก็ตั้งหน้าตั้งตาครับ เดินหน้าอย่างเดียว เดินหน้าฆ่าลูกเดียว บางคนเป็น ๔-๕ คณะ คนคนเดียวประธาน ผมเป็นกรรมาธิการ ๒ คณะ ผมวิ่งประชุมผมเบื่อจะตายแล้ว แล้วประชุมไม่ทัน นี่ ๕ คณะ ๕ อย่างในวันนั้น เงินเดือนอย่างละ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท แล้วออกมาให้สัมภาษณ์นอนละเมอถึงทักษิณ บางคนละเมอมาตั้งแต่ ปี ๒๕๔๙ ปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ๖-๗ ปีแล้วครับ บางคนละเมออยู่แต่ทักษิณ เห็นแต่กรอบด้านหน้านี่ก็ตกใจแล้วครับ ผมก็ไม่รู้ว่านิรโทษกรรม ตอนนี้มันจะเกิดขึ้นได้ แล้วทักษิณจะได้อานิสงส์หรือเปล่า แล้วผมก็ไม่ยอมหรอกครับ ก็คนชื่อทักษิณ ชินวัตร นําพิสูจน์กันจริง ๆ ในกระบวนการศาลยุติธรรม ผมไม่มีความรู้เรื่องศาล นะครับ แล้วท่านได้รับเอกสิทธิ์ ผมไม่ยอมหรอกครับ แต่วันนี้กระบวนการการปฏิวัติมันเริ่มจาก การปฏิวัตินี่คือการผิดกฎหมายตั้งแต่เริ่มต้น แล้วหัวหน้าคณะปฏิวัติในวันนั้นมาแต่งตั้ง องค์กรต่าง ๆ นั่นคือมันผิดกฎหมายอยู่แล้ว เพราะที่มาของขบวนการปฏิวัติมันมีที่มาไม่ชอบ อย่าไปยกตัวอย่างประเทศอังกฤษ ประเทศสหรัฐอเมริกาสิครับ ผมอ่านหนังสือทุกวัน ไม่เคย ได้ยินว่าประเทศอังกฤษปฏิวัติ ประเทศสหรัฐอเมริกาปฏิวัติ เราชอบยกตัวอย่างมาครึ่งเดียว จากต่างประเทศที่เขามีอารยธรรมเจริญแล้ว เราไม่เคยยกมาทั้งหมดหรอกครับ แล้วก็อย่าไป ยกในเมืองไทยในสัดส่วนที่เราได้เปรียบ แต่พอสัดส่วนเราไม่ได้เปรียบแล้วก็ไปอีกรูปแบบหนึ่ง ยกตัวอย่างสถาบันพระปกเกล้า มีคนตําหนิเยาะเย้ยผม เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ท่านประธาน ผมลุกขึ้นอภิปรายตรงนี้เลยครับ ผมบอกว่าผมโชคดี วันที่สถาบันพระปกเกล้าเข้ามารายงานว่า ผมนี่ไม่ได้เป็นลูกศิษย์สถาบันพระปกเกล้า คนนั้นก็ชมเชยสรรเสริญ แต่ผมบอกว่า ผมไม่เชื่อมั่น เพราะวันนั้นเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าผมไม่ต้องเอ่ยชื่อ ออกมา วิพากษ์วิจารณ์กลุ่มนิติราษฎร์ ผมบอกว่าไม่น่าจะถูก ท่านไม่ได้บอกออกมาในนามตัวบุคคล เพราะวันนี้ท่านมีตําแหน่ง เหมือนผมไปที่ไหนผมไม่สามารถพูดเฉพาะคําว่า นายครูมานิตย์ได้ เขาต้องบอกว่า ส.ส. ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ แล้วออกมาวิพากษ์วิจารณ์ผมบอกว่าผมนี่โชคดี หลายคนแล้วสรรเสริญเยินยอ แต่วันนี้เป็นอย่างไรครับ ก็ไปตําหนิติเตียนจน สถาบันพระปกเกล้าท่านเลขาธิการออกมาจัดแถวใหม่ นั่งประชุมกันใหม่ แล้วออกมานี่ ออกมาให้สัมภาษณ์ที่เพื่อนสมาชิกผมอ่านไป ผมไม่ต้องเอ่ยชื่อพวกเราก็รู้จักกัน ผมติดใจในตัวนี้ แล้วท่านประธานไปนั่งอยู่วันนั้นได้เห็นเขาบันทึกไหม ได้เซ็นไหมในฐานะท่านประธาน เป็นประธานในที่นั่งประชุม ผมสนใจในสงครามความปรองดอง ผมแปลไม่ถูกจริง ๆ ประธาน มันแบบไหนครับ ความปรองดองที่ยิ่งใหญ่หรือครับ หรือมันความปรองดอง ที่นําประเทศไปสู่หายนะ ผมไม่เข้าใจตรงนี้ ผมจะถามปีหน้าคํานี้ประธานถ้าสภาไม่เกิดวิกฤติ อะไรขึ้นมาก่อน ผมจะถามเลขาธิการผมกลัวท่านไม่มาอีก ส่งอาจารย์วุฒิสารมาอีก ผมชอบนะ อาจารย์วุฒิสาร ผมว่าท่านเป็นผู้ใหญ่ ท่านออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเรื่องของการวิจัยมันต้องมี คนได้เปรียบและเสียเปรียบ มันแน่นอนเพราะบ้านเมืองทุกคนมันยอมรับนี่ ว่าวันนี้บ้านเมือง มันมีปัญหา ถ้ามันไม่มีปัญหาคนมันไม่ตายที่ราชประสงค์ ถ้ามันไม่มีปัญหาคนไม่ตายที่ผ่านฟ้า ถ้าไม่มีปัญหานักข่าวญี่ปุ่นมันไม่มาตาย ที่มันมาตายเพราะประเทศมันมีปัญหา ที่เขาเผาศาลากลางก็เพราะมันมีปัญหา อยู่ ๆ ใครจะคิดเผาศาลากลางล่ะ เพราะปัญหามันไม่เกิด ปิดสนามบินอย่างนี้มันได้อะไร ไปปิด นึกว่าสวนสาธารณะหรือครับสนามบิน ปิดทําเนียบรัฐบาลไปปลูกข้าวอย่างนี้ เพราะฉะนั้น เราต้องยอมรับว่าบ้านเมืองมันมีปัญหา ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีชวน ไปจังหวัดเชียงใหม่ โดนเขาไล่ โดนเขาโห่ฮาปาร์ตี้ บางทีซึ่งผมไม่เห็นด้วย ในกระบวนการ หลักประชาธิปไตยทําอย่างนี้ไม่ถูก ท่านเฉลิมไปจังหวัดกระบี่หนีอุตลุด ก็ยอมรับว่า มันมีปัญหาแล้วมันผลพวงจากอะไรละครับ มันผลพวงจากต้นไม้เป็นพิษ ลูกมันก็ต้องเป็นพิษสิครับ เพราะปฏิวัติมา หรืออยากเอากระบวนการปฏิวัติกอดไว้ ผลพวงคณะปฏิวัติเอามากอดไว้ครับ เพื่อประโยชน์ ไม่คิดบ้างหรือครับ ไม่ย้อนหลังบ้าง ไปยุบพรรคเขา เคยมีกฎหมายที่ไหน ไปย้อนหลังให้โทษเขา ผมไม่ใช่นักกฎหมายครับ ผมครูบ้านนอก พันธุ์แท้ แต่อ่านกฎหมายแล้ว ก็ไม่เคยเห็นกฎหมายฉบับไหนเขียนย้อนหลังแล้วให้โทษ เขามีแต่เขียนย้อนหลังแล้วให้คุณ ตามหลักอย่างนั้นนะครับ เพราะผมถามลูกผม ลูกผมเรียนจบกฎหมายอยู่ ๒ คนครับ ท่านประธาน ยุบไม่พออีก ล้างพรรคเขาอีกครับ เอาจนลงทุนมหาศาลแล้วมาได้คําตอบจาก ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ในวันที่ ๒๗ มีนาคม ท่านบอกว่าอย่างไรครับ ทุกคนรู้ว่าผมรักกัน ไปถามใครก็ได้ว่า ผมรักกัน แต่ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง แห่งชาติไม่เคยบอกเลยว่ารักยิ่งลักษณ์ รักทักษิณ รักครูมานิตย์ ผมเคยไปเจอท่าน ผมไม่เคย รู้จักกับท่านสนิทเป็นการส่วนตัว ได้แต่ยกมือไหว้ท่านในฐานะท่านเป็นผู้ใหญ่ของบ้านของเมือง ถึงท่านจะเคยเป็นคนปฏิวัติ แต่วันนี้ท่านบอกว่าการปฏิวัติไม่ดี ผมเชื่อ เพราะท่านมารับหน้าที่ เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง แห่งชาติ ถ้าท่านไม่รับหน้าเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทาง การสร้างความปรองดองแห่งชาติ ผมยังสงสัยอยู่ พอท่านรับหน้าที่ผมรู้ คนเราวันหนึ่ง เวลาหนึ่ง คิดอย่างหนึ่ง วันหนึ่ง เวลาหนึ่ง คิดอย่างหนึ่ง ผมชื่นชมครับ เมื่อก่อนผมเห็นหน้าท่าน ในโทรทัศน์ ผมหนีเลย วันนี้ผมเดินแซวท่าน ท่านครับ ท่านโชคดีนะ วันก่อนคนเกลียดท่าน วันนี้กลายเป็นเห็นใจท่าน วันก่อนคนที่รักท่านวิ่งมาจะรุมกระทืบท่าน ไม่แรง เอาเรื่องจริงมาพูดกัน ผมเป็นคนพูดเรื่องจริงครับ วันนี้มันก็เลยพิสูจน์ให้เห็น ท่านพูดประโยคไว้เยอะแยะ ท่านบอกว่าลืมอดีต เอาปัจจุบัน เอาอนาคต ผมเห็นด้วย ถ้าผมไม่ลืมอดีต ผมยิ่งโกรธท่าน เพราะท่านเอาประเทศมาเดิมพันในการปฏิวัติแล้วคนได้ดิบได้ดีกันเยอะแยะ แต่ผมไม่อยากพูดว่า ใครบ้างหรือจะเป็นทางราชการ ทางการเมือง ทางนักธุรกิจ นั่นอีกเรื่องหนึ่ง แต่คนที่สูญเสีย ผลประโยชน์กับการปฏิวัติก็มีเยอะ บางคนก็สลายไปเลย หัวหน้าพรรคการเมือง อย่างพรรคชาติไทยวันนี้ มีไหมครับ พรรคชาติไทย ผมขึ้นหน้า เมื่อก่อนผ่านสี่แยก พรรคชาติไทย วันนี้มีไหมครับ พรรคชาติพัฒนามีไหมครับ พรรคมัชฌิมามีไหมครับ ก็โดนหมด ผลพวงทั้งนั้น แต่จะลงทุนให้ใครผมไม่อยากพูด เพราะว่าข้อเท็จจริงมันไม่ปรากฏ แต่มันเห็นแต่ว่าคนโดนทําลายเยอะแยะกับขบวนการเหล่านี้ ลงทุนกันอย่างมหาศาลแล้ว ประเทศมันเดินไปได้ไหมครับวันนี้ มันเดินไปไม่ได้ วันนี้กลับมาเถอะครับ มาเห็นคําว่า ให้อภัย นี่ละครับ มีคุณธรรม มีเมตตาธรรม ช่วยกัน ดูแลกัน ผมคิดว่าบ้านเมืองมันเป็นไปได้ ถ้าการเมืองเราคิดว่าวันนี้ไม่ยอมรับกติกาประชาธิปไตยกัน ไม่ยอมรับในกระบวนการเหล่านี้ มันเดินไปไม่ได้หรอกครับ จะอาศัยแต่โอกาส อาศัยแต่จังหวะมันไม่ได้ แล้วก็ฝาก สถาบันพระปกเกล้าด้วย วันนี้ต้องเข้มแข็งสิ นี่เขาให้เกียรติคุณ กรรมาธิการตั้ง ๓๘ คน ลงมติให้คุณเป็นคนทําวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็มี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็มี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็มีเยอะแยะ แต่เขาเลือกคุณ เพราะเขาถือว่าคุณนั้นเป็น สถาบันวิชาการของสภาแห่งนี้ที่ตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๕๔๑ แล้วก็มีประธานไปนั่งเป็นประธานอยู่ แล้วก็แวดล้อมไปด้วยคนที่เป็นทางการเมือง แล้วก็เอางบจากนี้ไป แล้ววันนี้มาพูดว่า เอกสิทธิ์ ๆ เอกสิทธิ์ออกสิครับ อย่าเอางบประมาณแผ่นดินสิครับ ไปตั้งเป็นเอกชนสิครับ แล้วทําไปเลย แต่วันนี้พวกผมต้องมานั่งดู ต้องอภิปราย ต้องช่วยสนับสนุนงบประมาณ แม้กระทั่งว่าเข้ามา รายงานพวกผมว่าวิจัย ฉะนั้นวันนี้ขอฝากเป็นประโยคสุดท้าย ท่านประธานครับ จะผ่าน หรือไม่ผ่านสภาแห่งนี้อีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าวันนี้ก่อนที่จะถึงผลนั้นผมอยากเห็น เมตตาธรรม คุณธรรม มัชฌิมาปฏิปทา ผมไม่อยากเห็นว่ากระบวนการการปรองดองเอาแต่จบกฎหมาย มาว่ากัน ไม่อย่างนั้นแล้วมันเดินไปไม่ได้ครับ เห็นแก่ประชาชนตาดํา ๆ เถอะครับ พวกเรา ไม่เป็นอะไรหรอกครับ เราเป็นนักการเมือง แต่ว่าเศรษฐกิจ สังคมไปถึงการเมือง บ้านเมือง มันเดินไปไม่ได้นะครับ ผมก็อยากฝากว่าให้ทุกคนวันนี้ให้สมกับที่ว่าเรากินข้าวหม้อเดียวกัน ถ้าตรงนี้ปรองดองกันได้ข้างนอกไม่มีอะไรหรอกครับ ไม่มีอะไรจริง ๆ ลองไปถามดูเถอะครับ ไปถามจังหวัดสุรินทร์บ้านผมไม่มีอะไรหรอกครับ เขาอยากเห็นการปรองดอง เขาอยากให้ ทุกอย่างมันลืมไปเสีย แล้วเรากลับมา เราคนไทยทั้งนั้น ร้องเพลงชาติตอนเช้า ๘ โมง ก็ต้อง จอดรถ ต้องยืนตรง เรารักพ่อคนเดียวกันคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันนี้ถ้าเรา ไม่ช่วยกันแล้วใครจะช่วยละครับให้บ้านเมืองมันสงบที่จะเกิดจากการปรองดอง ผมขอกราบ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ