สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๔ เมษายน ๒๕๕๕

วัฒนา เมืองสุข หารือเรื่องกระบวนการปรองดอง โดยเน้นย้ำว่ากระบวนการนี้มีข้อผิดพลาดในอดีต เช่น การยึดอำนาจของ พันธมิตรฯ ในปี 2548 และเรียกร้องให้มีการเยียวยาและดำเนินคดีอย่างถูกต้องตามหลักนิติธรรม นอกจากนี้ยังระบุว่ากระบวนการยุติธรรมไทยขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายของสหประชาชาติ และเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงกระบวนการยุติธรรมให้ถูกต้องตามหลักนิติธรรม

นายวัฒนา เมืองสุข กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอใช้โอกาสชี้แจงข้อซักถามของท่านสมาชิก โดยเฉพาะประเด็นในเรื่องของ กระบวนการปรองดองโดยหลักของความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน ซึ่งดูเหมือน ท่านสมาชิกพยายามจะบอกว่ากรรมาธิการเน้นเฉพาะบางเรื่อง ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ กระบวนการของความยุติธรรมเปลี่ยนผ่านซึ่งมี ๖ ขั้นตอนที่ท่านสมาชิกได้หยิบยก

กระบวนการแรก คือการดําเนินคดีอาญากับผู้ที่กระทําความผิด รัฐบาลนี้ ได้ทําแล้วโดยการไต่สวนหาสาเหตุการเสียชีวิต มีผู้รับผิดชอบทําไปแล้ว

กระบวนการที่ ๒ ก็คือการหาความจริง คอป. ได้ดําเนินการไปแล้ว และอยู่ใน ระหว่างการดําเนินงานของ คอป. สรุป

กระบวนการที่ ๓ คือการชดเชยเยียวยารัฐบาลนี้กําลังดําเนินการอยู่ มิได้ละเลยแต่อย่างใด

กระบวนการที่ ๔ เขาเรียกกระบวนการเปิดเผยความจริง ก็จะเปิดเผย ในเวลาที่เหมาะสมและสมควร อันนี้เป็นความเห็นทางวิชาการของผู้ที่ทําการปรองดอง คงต้องให้เขาทํา

กระบวนการที่ ๕ คือการปฏิรูปองค์กรหรือสถาบันที่นําไปสู่การละเมิด หลักสิทธิมนุษยชน เช่น กรณีของกรมราชทัณฑ์ที่เอาผู้ต้องหาในคดีที่ทําผิดจากการเมือง ไปขังรวมกับนักโทษคดีอาญา รัฐบาลนี้ก็ได้มีการปฏิรูปแล้วโดยการนําไปขังไว้ที่โรงเรียน พลตํารวจบางเขน มีการแยกชัดเจน ล้วนเกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ทั้งสิ้น

และสุดท้าย คือกระบวนการปรองดองที่ท่านพูด กระบวนการสานเสวนาต่าง ๆ เพราะฉะนั้น ๖ ขั้นตอนที่กล่าวมานี้ ขั้นตอนการเยียวยาคือขั้นตอนที่ ๓ ซึ่งถ้าท่านจะไปอ่าน รายงานของ คอป. ซึ่งเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นโดยรัฐบาลที่ผ่านมา เขาบอกว่าการเยียวยาต้องกระทํา เป็นเรื่องที่เร่งด่วนที่สุด และไม่ใช่เพียงตัวเงิน การคืนความถูกต้อง การคืนความชอบธรรม การดําเนินคดีอย่างถูกต้องนี่คือการเยียวยา ผมตอบคําถามท่านสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านนิพิฏฐ์ ดูเหมือนหลักนิติธรรมของท่านกับหลักนิติธรรมของผมจะเป็นคนละหลักกัน หลักนิติธรรมของผม ผมโคด (Code) มาจากสหประชาชาติ เป็นเอกสารที่เอส (S) ๒๐๐๔/๖๑๖ หลักนิติธรรมที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ ก็อ้างอิงมาจากหลักการของสหประชาชาติ นั่นคือหลักการที่หมายถึงหลักการปกครองที่ทุกคน สถาบัน ทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หรือเอกชน รวมทั้งตัวรัฐเองที่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายที่มีการประกาศให้สาธารณชนทราบ แปลว่ามันต้องมีกฎหมายก่อนครับ เขาถึงเรียกว่าหลักนิติธรรม ท่านที่เคารพครับ กระบวนการที่ท่านถามว่า ถ้าจะมีการยกเลิกผลการดําเนินการของ คตส. มันไม่ต้องล่วงเลยไปถึงกระบวนการของ จอมพล ถนอม หรือ จอมพล สฤษดิ์ ที่ท่านกล่าวอ้าง กระผมก็ย้อนกลับไปว่ากระบวนการ ดําเนินการเกี่ยวกับการปรองดองของคณะกรรมาธิการนี้ก็ดี ของกรรมการอื่นก็ดี ล้วนทําอยู่ ภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกันตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีที่ถูกเซ็นโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คอป. ได้กําหนดเหตุการณ์ความขัดแย้งเริ่มต้นตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ เป็นต้นมา โดยการเริ่มต้นจาก เหตุการณ์พันธมิตรเดินขบวนขับไล่รัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ แล้วก็นําไปสู่การยึดอํานาจ เพราะฉะนั้นสิ่งที่กรรมาธิการทําก็ทําไปตามกรอบที่ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีได้กําหนดขึ้น นั่นคือเหตุผลว่าทําไมยุติตรงนี้ ไม่เช่นนั้นมันไม่มีอํานาจ แล้วคดีทั้งหลายมันล่วงเลย มันขาดอายุความไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นตอบคําถามตรงนี้ได้นะครับ

ประการต่อมา กระผมไม่เคยกล่าวอ้างว่า คตส. ทําหน้าที่เป็นองค์กร พิพากษา ผมบอกว่าการทําหน้าที่ในด้านการสอบสวนของ คตส. ไม่ชอบด้วยหลักนิติธรรม เพราะเป็นการจัดตั้งองค์กรขึ้นมาซ้อนองค์กรที่มีอยู่แล้ว นั่นคือ ป.ป.ช. โดยที่มิได้มีเหตุผล พิเศษอื่นใดมารองรับ ไม่ชอบด้วยหลักการในการพิจารณาคดีอาญา รวมถึงกรณีของการยึดทรัพย์ ที่อาศัยมาตรา ๑๗ ที่ท่านอ้างธรรมนูญ ก็คงจะเป็นมาตรา ๑๗ เดียวกับสมาชิกท่านหนึ่ง ของพรรคท่าน ที่บอกว่าแม้แต่การยิงเป้าประหารชีวิตก็ชอบด้วยหลักกฎหมาย เพราะเป็น รัฐาธิปัตย์ในขณะนั้น แต่ตรงนี้ขัดสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจนครับ และกระผมกราบเรียนแล้วว่า หลักสิทธิมนุษยชนได้ถูกเขียนไว้ในกฎบัตรสหประชาชาติ เป็นหลักนิติธรรมหลักหนึ่งของ สหประชาชาติว่า กฎหมายต้องอยู่บนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชน นั่นคือหลักที่คนเขามอง ความเป็นคนด้วยกัน ท่านประธานครับ การอภัยด้วยการนิรโทษกรรม ท่านสมาชิกบอกว่า จะต้องมีการยอมรับ มีการขอโทษก่อน ไม่เป็นความจริงครับ หลักการนิรโทษกรรมที่เราได้ใช้ใน นิติประเพณีกับประเทศไทยบางครั้งก็เกิดขึ้นมาโดยรัฐ ให้อภัยกับพลเมืองของรัฐ เช่น การให้อภัยกับนิสิต นักศึกษาที่เข้าป่า ก็ไม่เคยร้องขอให้นิสิต นักศึกษามาขอโทษก่อน ถ้าท่านไม่เชื่อท่านลองไปถามสมาชิกหลายท่านที่ออกจากป่าว่าเขาเคยขอโทษไหมว่าเขาได้ทําผิด รัฐเห็นต่างหากว่าสิ่งที่รัฐไปดําเนินการกับพลเมืองของรัฐนั้นไม่ถูกต้อง ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม รัฐเห็นว่ารัฐมีส่วนร่วมที่ทําให้พลเมืองของรัฐเหล่านั้นเกิดความขัดแย้งด้วย รัฐจึงให้อภัย เพราะฉะนั้นหลักการในเรื่องของการนิรโทษกรรมกับเรื่องของการยกเลิกผลทางกฎหมายของ คตส. เป็นคนละเรื่องกัน คณะกรรมาธิการมิได้เน้นในเรื่องที่จะมุ่งไปช่วยเหลือใครคนใดคนหนึ่ง เรามุ่งเน้นการทําระบบที่ถูกต้อง ที่เราเรียกว่า กระบวนการยุติธรรม จะต้องอยู่บนพื้นฐาน ของหลักนิติธรรมโดยเคร่งครัด กระบวนยุติธรรมไทยก็เช่นกันครับ ผมกราบเรียนว่าหลักการ ที่เรามีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเพียงศาลเดียว ขัดต่อ กฎหมายระหว่างประเทศ ขัดต่อกฎหมายของยูเอ็น (UN) ชัดเจน ถ้าท่านจะภูมิใจกับ ความเป็นไทยของท่าน