ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องการสร้างความปรองดองแห่งชาติ โดยเสนอแนวทางการสร้างความปรองดอง ๕ ประการ ตามรายงานของคณะกรรมาธิการ และเห็นด้วยกับแนวทางการสร้างความปรองดองของสถาบันพระปกเกล้า และเรียกร้องให้หน่วยงานที่มีอํานาจหน้าที่พิจารณาและดำเนินการตามผลการศึกษา เพื่อลดข้อขัดแย้ง และให้ความเห็นอย่างชัดเจน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดน่าน กระผมต้อง ขออนุญาตท่านประธานที่จะได้แสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาหาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติที่จะนํารายงานมาเสนอ ต่อสภา แล้วก็ต่อข้อคิดเห็นของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลาย ๆ ท่านนะครับ
ประเด็นแรกสุดครับ การดําเนินการในชั้นนี้ก็คงเป็นไปตามข้อบังคับของ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรของเรา ข้อ ๙๖ ต้องกราบเรียนอย่างนั้นนะครับ เพราะว่า เมื่อกรรมาธิการดําเนินการตามที่สภามอบหมายเสร็จแล้วก็ให้นํามารายงานต่อสภา ก็ขั้นตอนการนํารายงานต่อสภาก็เป็นเรื่องที่สภาก็ได้ปฏิบัติกันตลอดมานะครับว่าสมาชิก กับกรรมาธิการจะมีความเห็นอย่างไรต่อผลการศึกษาของกรรมาธิการ ต่อข้อสังเกต ข้อเสนอแนะของกรรมาธิการ นั่นก็เป็นเรื่องที่สมาชิกก็จะแสดงความคิดเห็น จะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย จะเสนอแนวทางที่แตกต่างจากกรรมาธิการก็เป็นสิทธิของสมาชิกเพื่อให้งาน ที่สภามอบหมายไปนะครับว่าแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติที่ท่านไปศึกษามานี่ สภาเราเห็นเป็นอย่างไร ผมก็คิดว่าสมาชิกมีความหลากหลายมากครับที่จะเห็น อาจจะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย เห็นต่างจากตรงนี้ จะเป็นไปตามข้อสังเกต ข้อเสนอแนะหรือไม่ ตรงนั้นก็เป็น ขั้นตอนที่ ๒ ท่านประธานครับ รายงานให้สภารับทราบแล้วส่วนสภาจะมีความเห็นเป็น อย่างไร มีอยู่ประการหนึ่งที่เป็นข้อกังวลท่านประธานครับก็คือการปฏิบัติตาม ข้อ ๙๗ กรณีถ้ากรรมาธิการมีข้อสังเกต มีข้อเสนอแนะ ที่จะต้องส่งไปยังองค์กรต่าง ๆ ไม่ว่าจะ เป็นศาล คณะรัฐมนตรี หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ดําเนินการตามข้อสังเกต อันนั้น ละครับจะเป็นความเห็นของสภาแห่งนี้ว่าจะมีมติอย่างไร จะให้ส่งไปไหม ถ้าให้ส่งไป ส่งอย่างไร ผมว่าตรงนั้นเป็นหน้าที่ของพวกเราที่ต้องมาให้ความเห็นกันตรงนี้ ผลสรุปจะเป็น อย่างไรก็ฟังความทุกด้านนะครับ ผมก็เชื่อว่าก็จะเป็นการทํางานในบทของฝ่ายนิติบัญญัติ ที่มุ่งที่จะใช้สถาบันของเราคือสถาบันนิติบัญญัติในการแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติ ผมเองกราบเรียนท่านประธาน ผมไม่ลงเนื้อในที่จะเป็นรายละเอียดนะครับ แต่เท่าที่ผม สังเกตในข้อสังเกต ข้อเสนอแนะที่จะเป็นประเด็นที่พวกเราจะต้องให้ความเห็นแล้วลงมติกัน ว่าจะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของคณะกรรมาธิการชุดนี้แบ่งเป็น ๒ ส่วน
ส่วนหนึ่งที่อ้างอิงเอาความเห็นของกรรมาธิการ อ้างอิงผลงานการวิจัยของ สถาบันพระปกเกล้ามาใช้ประกอบเป็นรายงาน เป็นข้อสังเกต เป็นข้อเสนอแนะ
ส่วนอันที่ ๒ เป็นเรื่องของภาคใต้ แยกกันชัดเจนนะครับ ภาคใต้มีความ ชัดเจนในข้อสังเกต ข้อเสนอแนะที่จะนําสู่การปฏิบัติ แต่ว่าเรื่องของแนวทางการสร้างความ ปรองดองที่เสนอมาอยู่ ๕ ประการ ตามรายงานของคณะกรรมาธิการ ผมตรวจสอบแล้วอ่าน ผมกราบเรียนท่านประธานว่าหลายรอบ แล้วจะพยายามทําความเข้าใจให้ลึกซึ้งที่สุด ท่านประธานครับ ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ ไม่มีข้อเสนอแนะหรือข้อสังเกตใด ๆ เลยที่จะเป็น ผลอันผูกพันให้เกิดนําสู่การปฏิบัติที่ขัดหรือแย้งกับข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้าที่ท่านใช้ เป็นเอกสารประกอบอยู่ในชุดนี้ เพราะถ้อยคําที่ท่านใช้เองนี่ท่านใช้เพียงแต่บอกว่า
ข้อที่ ๑ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายตระหนัก เรามาสร้างบรรยากาศของความปรองดอง บนพื้นฐานของความที่จะแก้ไขความขัดแย้งอยู่ในกรอบสันติวิธี สรุปได้อย่างนี้นะครับ ข้อ ๑ บรรยากาศของความปรองดอง แน่นอนครับ ก็โยงไปที่รายงาน รายงานบอกว่าต้องไป สานเสวนา ต้องทําประชาเสวนาต่าง ๆ ทั้งระดับบน ระดับล่างอะไรก็ว่าไป ก็นําไปสู่การปฏิบัติ นั่นคือข้อสังเกตเป็นอย่างนี้นะครับ
ข้อที่ ๒ ผมยกตัวอย่างว่าหน่วยงานที่ใช้อํานาจรัฐต้องอยู่บนพื้นฐานของ หลักนิติธรรม การเยียวยาต้องทั่วถึงเป็นธรรม ไม่สร้างข้อขัดแย้งเพิ่ม นี่คือเป็นข้อสังเกต ของกรรมาธิการ
ข้อที่ ๓ เป็นการแก้ไขกติกาหลักของประเทศให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ไม่มีเจตนาแอบแฝงเพื่อลดข้อขัดแย้ง หมายถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องอยู่บนพื้นฐาน ที่ทุกฝ่ายเห็นชอบ ข้อสังเกตเป็นอย่างนี้ครับ แล้วที่สําคัญบอกว่าเห็นด้วยกับแนวทางการ สร้างความปรองดองที่เสนอโดยสถาบันพระปกเกล้าที่จะนําเอามาตรการระยะสั้นมา เพื่อยุติความรุนแรงก็มีข้อเสนอในระยะสั้นทําอะไร มาตรการระยะยาวเพื่อแสวงหาทางออก ร่วมกันในการที่จะสร้างบรรยากาศและสร้างประชาธิปไตยอันจะนําไปสู่การสร้างเป้าหมาย ชาติร่วมกันในการจะลดปัญหาต่าง ๆ ที่ท่านศึกษามาแล้วว่าเหตุของความขัดแย้งคืออะไร
แล้วสุดท้ายที่ผมพอจะสรุปได้ท่านประธานครับ เรียกร้องให้หน่วยงาน หรือองค์กรที่มีอํานาจหน้าที่ซึ่งเห็นด้วยกับผลการศึกษาของกรรมาธิการที่จะนําเอาความเห็น ของสถาบันพระปกเกล้าไปพิจารณาดําเนินการให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุดเพื่อลดข้อขัดแย้ง ไม่มีอะไรที่จะบ่งบอกว่าจะให้ใครไปทําอะไร ชัดเจน ผมยังกราบเรียนท่านประธานครับ ด้วยความเห็นอย่างนี้ ผมยังบอกว่ากรรมาธิการยังไม่กล้าที่จะบอกอะไรเลย เพียงแต่ให้สภา เรามาดูว่าองค์กรหรือหน่วยงานที่มีความรับผิดชอบคือใครที่จะมีอํานาจไปดําเนินการ เช่นสภาสถาบันพระปกเกล้าบอกว่าการสร้างบรรยากาศความปรองดองที่ดีต้องมีการ สานเสวนาทั้งระดับบนคือฐานการเมืองข้างบน แล้วก็พี่น้องประชาชนให้มีบรรยากาศและ มีข้อสรุป ยกตัวอย่างนี้ตรงนี้แล้วใครจะไปทํา จริงอยู่ครับ ข้อเสนอแนะของทางสภาสถาบัน พระปกเกล้า ผลจากการประชุมเมื่อวานนี้บอกว่ากรรมาธิการชุดนี้ควรจะไปทํา ตรงนี้ละครับ ก็เป็นข้อแลกเปลี่ยนว่าทําดีหรือไม่ดี กรรมาธิการชุดนี้ไปทําดีหรือไม่ดี แม้จะมีสถาบัน พระปกเกล้าเข้ามาร่วมทํานี่นะครับ อํานาจหน้าที่ใช่หรือไม่ งบประมาณมาจากไหน ทําแล้ว ต้องทําอย่างไรต่อ อันนั้นเป็นความเห็นของสภาเราที่จะมอบหมาย ผมอาจจะมีความเห็นต่าง ผมอาจจะบอกว่ากรรมาธิการชุดนี้ไม่ต้องทํา ท่านจบแค่นี้ ผมสนับสนุนแนวทางของสถาบัน พระปกเกล้าที่ไปสานเสวนาโดยตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นไปทําภายใต้การมีส่วนร่วมทุกฝ่าย อย่างนี้ก็เป็นไปได้ครับ นั่นคือความเห็น เพราะฉะนั้นประเด็นข้อห่วงใยที่จะมีใครนําเอา ผลงานของสถาบันไปใช้โดยไม่ผ่านกระบวนการเหล่านี้นี่ก็ถือว่าไม่ชอบธรรมครับ ผมก็เชื่อว่า ไม่มีใครจะขโมยเอาบางส่วนไปทําอย่างแน่นอน เพราะนี่คือมติสภาของเราที่จะออกไป ถ้ามติสภาของเราออกไปในทํานองเหล่านี้ เป็นประโยชน์อย่างนี้ไม่ได้เพียงแต่รับทราบไว้ ขั้นหนึ่งครับ ข้อความเห็น ข้อเสนอแนะของสมาชิกก็จะเป็นประโยชน์ กับสร้างบรรยากาศของความ ปรองดอง สร้างแนวทางของการปรองดองได้ด้วย เราต้องใช้สภาของเราให้เป็นประโยชน์ ผมก็เชื่อว่าสมาชิกล้วนแต่มีประสบการณ์ ล้วนแต่มีความปรารถนาดีต่อประเทศชาติ บ้านเมือง เพราะฉะนั้นเราเปิดโอกาสให้เขานําเสนอรับฟังความคิดเห็นครับ ผลสรุปสุดท้าย แนวทางต่าง ๆ ที่แต่ละฝ่ายเสนอมาก็จะเป็นความเห็นของสภา แล้วเป็นบทสรุปที่นําไป ทําต่อ แม้กระทั่งท่านประธานครับ สรุปแล้วหากทุกฝ่ายบอกว่าอยากจะให้กรรมาธิการชุดนี้ ทํางานต่อ ถ้าเป็นมติรวมก็เป็นไปได้ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นไปตามที่สภาจะได้เห็น บนพื้นฐานของการทํางานที่เป็นไปเป็นจริงนะครับ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ท่านประธาน เบื้องต้นผมเอาข้อกังวลของหลายท่านเข้ามาอยู่ในขั้นตอนของการทํางาน ในสภาเรา จะได้ดูให้เห็นเป็นขั้นตอนไป ถ้าเห็นเป็นขั้นตอนอย่างนี้ผมก็ไม่หวั่นเกรงว่า สภาของเราจะไปบิดเบือน ไปบิดพลิ้วในสิ่งที่คณะวิจัยของสถาบันพระปกเกล้าได้เสนอมา ที่อยู่ในเล่มนี้นะครับ เราก็ฟังกรรมาธิการ เราก็ฟังเพื่อนสมาชิก ประเด็นที่เกิดประโยชน์ที่สุด คือข้อสรุปที่เราจะนําเสนอ ที่เป็นมติสภา ส่วนจะมอบให้ใครไปดําเนินการอย่างไร นั่นคือ ความเห็นสภา ผมก็อยากฟังเหมือนกันครับว่าเสียงส่วนใหญ่ของผู้ที่มีประสบการณ์จะเป็น อย่างไร กราบขอบคุณท่านประธานครับ