สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเสนอญัตติด่วนเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ เพื่อยุติความขัดแย้งและความรุนแรงในประเทศ และเสนอรายงานผลการพิจารณาเรื่องสร้างความปรองดองในสังคมไทย
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร กระผม พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๘ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ และครั้งที่ ๑๙ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ได้พิจารณาญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ (พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นผู้เสนอ) และญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองของคนในชาติ (นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็นผู้เสนอ) และลงมติแต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้าง ความปรองดองแห่งชาติ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๔๑ และข้อ ๔๒ ท่านประธานครับ จากเหตุการณ์ความไม่สงบและความรุนแรงในประเทศ ที่ผ่านมาจนนําไปสู่ความสูญเสียอย่างประมาณค่ามิได้ต่อสังคมไทยและประเทศไทย ทําให้สังคมไทยที่เคยเป็นสังคมแห่งความรัก ความสามัคคี และมีเมตตาธรรม อันเป็นคุณธรรมประจําชาติมาช้านานกลายเป็นสังคมแห่งความหวาดระแวง มีแต่การเอาชนะ สังคมมีแต่ความรุนแรง ซึ่งเป็นอันตรายต่อเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และความมั่นคง ของประเทศ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่าภัยอันตรายยิ่งกว่าความเป็นชาติ ดังนั้น สภาผู้แทนราษฎร ได้ตระหนักถึงภยันตรายอันเนื่องมาจากความขัดแย้งดังกล่าว จึงได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อดําเนินการพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ เนื่องจาก เห็นว่าปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้สั่งสมมานานจนเกิดความร้าวลึกในสังคมไทยเรา และยากเกินกว่าที่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหาโดยลําพังได้ ด้วยเหตุผลประการสําคัญ คือเป็นความขัดแย้งทางความคิดที่ทุกฝ่ายล้วนมีเจตนาดีต่อชาติ บ้านเมืองทั้งสิ้น ประกอบกับได้เกิดเหตุการณ์สําคัญที่จะมีผลกระทบต่ออนาคตทางเศรษฐกิจ ของประเทศ ได้แก่ การเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง การเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสําคัญในประเทศเพื่อนบ้านและการเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ ในโลกตะวันตกที่เป็นคู่ค้าและนักลงทุนรายสําคัญของประเทศทําให้ประเทศไทยจําเป็นต้อง มีการปรองดอง ฟื้นความสงบสุขและความเชื่อมั่นของคนไทยในชาติ รวมทั้งนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศให้กลับคืนมาเพื่อสร้างความมั่นคง และเพิ่มอํานาจการแข่งขันของประเทศ เนื่องจากเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าการแก้ไขปัญหา วิกฤติทางเศรษฐกิจ การรักษาความมั่นคงแห่งรัฐ และการพัฒนาประเทศไม่อาจดําเนินการ ไปได้ ท่ามกลางความขัดแย้งและความแตกแยกในสังคมเช่นนี้ ท่านประธานครับ จากการศึกษาของคณะกรรมาธิการพบว่าความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ได้สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และความมั่นคงของประเทศในระดับ สูงสุด ทําให้ประเทศชาติขาดความมั่นคง การสูญเสียอํานาจการแข่งขันทางเศรษฐกิจ อย่างรุนแรง จําเป็นที่ประเทศไทยจะต้องเข้าสู่กระบวนการปรองดองโดยเร็วที่สุด ในขณะที่ ทุกภาคส่วนของสังคมต่างก็ต้องการให้ประเทศไทยยุติความขัดแย้งโดยเร็วเพื่อสร้าง กระบวนการปรองดองอย่างยั่งยืนต่อไปเช่นกัน ปัจจัยสําคัญที่นําพาประเทศชาติก้าวข้าม ความขัดแย้งครั้งนี้ไปสู่การปรองดอง คือการใช้หลักเมตตาธรรมด้วยการให้อภัยซึ่งกันและกัน แต่จะต้องอยู่บนพื้นฐานของหลักนิติธรรมเพื่อการคืนความถูกต้องและความชอบธรรมให้กับ ทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองอันเป็นไปตามนิติประเพณี ที่ประเทศไทยและนานาประเทศใช้เป็นเครื่องมือในการยุติความขัดแย้งจึงจะทําให้เกิด การยอมรับจากทุกฝ่าย และนําไปสู่ความปรองดองได้ในที่สุด แนวทางดังกล่าวคือแนวทาง ที่คณะกรรมาธิการชุดนี้จะใช้ในการสร้างความปรองดองแห่งชาติ คณะกรรมาธิการ จึงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายได้ร่วมกันสร้างบรรยากาศแห่งความปรองดอง ระมัดระวังที่จะไม่ให้ กระทําการใด ๆ ที่อาจกระทบกระเทือนถึงบรรยากาศการปรองดองของประเทศ ทุกฝ่ายในสังคม จะต้องร่วมมือกันบริหารความขัดแย้งให้อยู่ในกรอบของสันติวิธี เคารพในความเห็นต่าง และไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา การยุติความขัดแย้งและสร้างความปรองดอง ทําให้เกิดขึ้นจึงเป็นเรื่องเร่งด่วน และเป็นปัญหาของทุกคนในสังคมที่ล้วนมีบทบาทสําคัญ ในการนําพาประเทศไทยไปสู่ความปรองดองด้วยกันทั้งสิ้น เพื่อให้สังคมไทยได้กลับคืน สู่สังคมแห่งการรักสงบ มีความเอื้ออาทรต่อกัน รู้รักสามัคคี และเป็นสังคมที่มีเมตตาธรรม ที่พร้อมจะให้อภัยซึ่งกันและกัน อันเป็นคุณธรรมประจําชาติมาช้านาน เพื่อความผาสุก และความเจริญของชาติบ้านเมือง อันเป็นที่ปรารถนาของคนทุกคนในชาติต่อไป
บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวเสร็จแล้ว จึงขอเสนอรายงานผลการพิจารณาพร้อมข้อเสนอแนะและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ และคณะอนุกรรมาธิการมาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาในการสร้างความปรองดอง ให้เกิดขึ้น โดยมุ่งหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากสภาผู้แทนราษฎรร่วมกันพิจารณา หาแนวทางในการสร้างความปรองดองในสังคมไทยให้เกิดขึ้นเพื่อเสนอเป็นแนวทาง ในการสร้างความปรองดองต่อไป รายละเอียดปรากฏตามรายงานที่ได้แจกให้กับสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกท่านแล้ว ขอบคุณครับ