สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๔ เมษายน ๒๕๕๕

อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา โดยมีความคิดเห็นว่าไม่ควรให้นักกีฬามีส่วนร่วมในการควบคุมการใช้สารต้องห้าม แต่ควรให้มีส่วนร่วมในการกําหนดกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารต้องห้ามนั้น

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้สงวนคําแปรญัตติไว้ในมาตรา ๕ ซึ่งเป็นประเด็นที่ ๒ ของการสงวนความเห็นไว้ ในกฎหมายฉบับนี้ ในมาตรา ๕ เป็นเรื่องขององค์ประกอบของคณะกรรมการควบคุม การใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา มาตรานี้มีความสําคัญมาก เนื่องจากว่าจะเป็นมาตรา ที่กําหนดชี้เป็นชี้ตาย แล้วก็ชี้ถึงความสําเร็จของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ว่าจะเป็นจริง ตามเจตนารมณ์ที่พวกเราได้วาดหวังไว้หรือไม่ ในมาตรา ๕ ระบุว่าให้มีคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธาน มีปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นรองประธาน คนที่หนึ่ง มีประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นรองประธาน คนที่สอง มีกรรมการโดยตําแหน่งประกอบด้วย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข อัยการสูงสุด และประธานฝ่ายแพทย์ของคณะกรรมการโอลิมปิก แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สุดท้ายก็คือคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งรัฐมนตรี แต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา จํานวนไม่เกิน ๓ คน และให้ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ผู้อํานวยการเป็นผู้ช่วยเลขานุการ จะเห็นว่าองค์ประกอบของคณะกรรมการทั้งหมดนี้ ไม่มีนักกีฬาอยู่ด้วย ทําไมผมถึงหยิบเรื่องประเด็นของคณะกรรมการไม่มีนักกีฬาขึ้นมา สาเหตุก็เนื่องจากว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะมาควบคุมการใช้สารต้องห้าม ในนักกีฬา คนที่จะใช้สารต้องห้ามนี้ที่มีบทบาทแล้วก็มีส่วนได้เสียสําคัญที่สุดก็คือนักกีฬา แต่เราจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเหมือนกับตั้งคนไว้ฝ่ายเดียวไว้ตรวจสอบ ไว้ควบคุม ไว้วางกฎระเบียบต่าง ๆ ทุกอย่าง ซึ่งแม้กระทั่งการไปตั้งคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง คณะกรรมการเฉพาะเรื่องก็มีกรรมการการแพทย์ กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์อะไรต่าง ๆ นี่ ซึ่งเป็นอํานาจของคณะกรรมการชุดนี้ ปรากฏว่าไม่มีนักกีฬามีส่วนร่วมอยู่ในคณะกรรมการเหล่านั้นเลย ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่าเราจะกีดกันไม่ให้นักกีฬาเข้ามามีส่วนร่วมในการทําให้กฎหมายฉบับนี้ มีผลต่อการบังคับใช้อย่างสมบูรณ์หรืออย่างไร ทําไมเราถึงไม่ให้โอกาสกับนักกีฬาเข้าไปมีส่วนร่วม ในการกําหนดกฎกติกาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารต้องห้าม เพราะไม่มีใครรู้ดีว่า การใช้สารต้องห้ามนั้นมีผลอย่างไรต่อการแข่งขันกีฬาดีเท่ากับนักกีฬา ดูตามองค์ประกอบ ท่านประธานครับ แล้วผมไม่เชื่อหรอกครับว่าปลัดกระทรวงศึกษาธิการจะรู้ดีกว่านักกีฬา ไม่เชื่อว่าปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือแม้กระทั่งประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศในพระบรมราชูปถัมภ์ก็ตาม ไม่รู้หรอกครับว่านักกีฬาตกอยู่ภายใต้ภาวะอะไร อย่างไร เมื่อจะต้องแข่งขัน เมื่อจะต้องก้าวไปสู่ ชัยชนะในการแข่งขันในแต่ละสถานการณ์ ทําไมเราไม่ให้โอกาสกับนักกีฬา ทําไมไม่ให้เขาได้ เข้ามามีส่วนร่วมในการกําหนดความเป็นไปในเรื่องของการใช้สารต้องห้าม เพราะเชื่อมั่นเหลือเกิน ถ้าเรามีตัวแทนนักกีฬาเข้าไปบางส่วนมันจะทําให้การกําหนดกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ออกมา หรือการตัดสินความต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารต้องห้ามนั้น มีความรอบคอบ มีความรอบด้านมากขึ้น ในมาตรา ๕ นี้ ผมจึงได้แปรญัตติเป็นอย่างนี้นะครับ ผมไม่ได้ ต้องการที่ให้นักกีฬาเข้ามาครอบหรือมีบทบาทเหนือต่อคณะกรรมการชุดนี้ล่ะครับ เพียงแต่ต้องการให้เข้ามามีส่วนร่วมเท่านั้นเอง และส่วนร่วมที่ผมแปรญัตติเข้าไปก็คือว่า ให้ไปอยู่ในส่วนของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน (๕) ของมาตรา ๕ นะครับ ก็คือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการควบคุม การใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา จํานวน ๓ คนนั้น ผมให้เปลี่ยนเป็น กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากนักกีฬา จํานวน ๒ คน และผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการควบคุม การใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา จํานวน ๓ คน ก็คือแบ่งกันไปเพียงแค่ ๒ คน แล้วถามว่า นักกีฬาที่จะเข้ามาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒินี้มาอย่างไร ก็เป็นอํานาจของรัฐมนตรี ตามกฎหมายฉบับนี้ที่จะแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอยู่แล้ว ไม่ได้มีความสลับซับซ้อนอะไรเลย และแน่นอนรัฐมนตรีจะตั้งใครเข้ามาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนี่ก็ไม่ได้ตั้งโดยไม่ดู ตาม้าตาเรือ ไม่ดูประวัติความเป็นมา ไม่ดูเกียรติภูมิของการแข่งขัน หรือไม่ดูประวัติก็ไม่ใช่ ก็ต้องเอานักกีฬาที่มีความเก่งกล้าสามารถเป็นแบบอย่างให้กับนักกีฬาคนอื่น ๆ ด้วย และการให้ได้คนเหล่านั้นมาแล้วมาเป็นแบบอย่างให้นักกีฬานั้นก็ยิ่งเพิ่มความสมบูรณ์ของ การทําหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ ท่านลองนึกดูสิครับว่าถ้าประกาศของ คณะกรรมการซึ่งเป็นข้าราชการล้วน ๆ เป็นคนที่ไม่เคยลงแข่งขันกีฬามาเลย ไม่รู้จัก การแข่งขันกีฬา แล้วมาออกกฎข้อบังคับให้กับนักกีฬาซึ่งปัจจุบันนี้มีความก้าวหน้าทางด้าน การกีฬานี่สูงมาก ความสมบูรณ์จะเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะฉะนั้นผมถึงได้ขอแปรญัตติ ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ก็ขอความกรุณาท่านประธานคณะกรรมาธิการ และคณะกรรมาธิการได้โปรดให้ความเห็นชอบกับคําแปรญัตติของกระผมด้วย จริง ๆ แล้ว ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการชุดนี้ผมก็ได้เข้าไปชี้แจงและคณะกรรมาธิการ เสียงส่วนใหญ่ด้วยซ้ําก็เห็นชอบด้วยนะครับว่าจําเป็นที่จะต้องมีนักกีฬาเข้ามามีส่วนร่วมอยู่ ในคณะกรรมการชุดนี้ จะเข้ามาในรูปแบบไหนก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น เป็นอดีตนักกีฬา หรือผู้ที่มีประวัติมีชื่อเสียงอะไรต่าง ๆ ในวงการกีฬาเข้ามา แต่ว่าเขาเข้ามาในฐานะที่เป็น นักกีฬาหรือเคยเป็นนักกีฬา ถ้าท่านสามารถที่จะปรับแต่งไปในลักษณะเช่นนั้นได้ กระผมก็ยินดี ด้วยความขอบคุณครับท่านประธานครับ