อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ หารือเรื่องการควบคุมการใช้สารต้องห้ามในนักกีฬาตามกฎกติกาของสากลโลก และเรียกร้องการเพิ่มคํานิยามให้ครอบคลุมผู้บริหารสมาคมกีฬาและผู้สนับสนุนด้านการเงินแก่นักกีฬา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้ขอสงวนคําแปรญัตติไว้ในมาตรา ๓ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมได้แปรญัตติไว้ทั้งสิ้น ๙ มาตรา ด้วยวัตถุประสงค์ก็เพื่อต้องการจะมีส่วนร่วมกับ คณะกรรมาธิการในการพิจารณาในชั้นของคณะกรรมาธิการเพื่อให้กฎหมายมีความรอบด้าน มากยิ่งขึ้น แล้วก็กระผมเป็นคนเดียวที่ได้แปรญัตติไว้ในกฎหมายฉบับนี้ ทั้ง ๆ ที่ในการพิจารณา ในวาระที่หนึ่งได้มีเพื่อนสมาชิกจํานวนมากได้ตั้งข้อสังเกตไว้ประกอบการอภิปรายขั้นรับหลักการ แล้วก็คาดคิดว่าในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการนั้น คณะกรรมาธิการก็จะรับเอา ข้อสังเกตของเพื่อนสมาชิกที่ได้เสนอความเห็นไว้ในวาระที่หนึ่งไปปรับปรุงแก้ไข แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่หลายประเด็นที่มีความสําคัญและจะเป็นประโยชน์ ต่อการออกกฎหมายฉบับนี้ คณะกรรมาธิการได้ละเลยแล้วก็ยังคงยืนยันตามความคิด ความรู้สึกเดิมของตนเอง ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีวัตถุประสงค์สําคัญ ก็คือการที่จะให้มีการควบคุมการใช้สารต้องห้ามในนักกีฬาอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นไป ตามกฎกติกาของสากลโลกที่ต้องการให้การแข่งขันกีฬานั้นแข่งขันกันด้วยทักษะของความพร้อม ทางกายภาพและจิตสํานึกทางด้านคุณธรรมจริยธรรมอย่างแท้จริง แต่ในสภาพความเป็นจริงแล้ว กีฬาได้กลายมาเป็นเครื่องมือทางการค้า กีฬาได้กลายเป็นแหล่งแสวงหาผลประโยชน์ ทางธุรกิจมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นการใช้สารต้องห้ามในนักกีฬาจึงเกิดขึ้นและไม่ได้มีการควบคุม อย่างแท้จริงก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมายไม่ว่าจะเป็นการยอมรับในผลการแข่งขัน หรือว่า ชื่อเสียงเกียรติภูมิของประเทศ ซึ่งส่งผลต่อนักกีฬาและคนรุ่นหลังอย่างมาก ในมาตรา ๓ ซึ่งกระผมได้แปรญัตติไว้ก็คือเป็นมาตราที่เกี่ยวข้องกับบทนิยาม ซึ่งเป็นเรื่องของบุคคล ซึ่งสนับสนุนการกีฬาในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบไปในวาระที่หนึ่ง ก็ได้มีเนื้อความว่าอย่างนี้ว่า บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬาหมายความว่าผู้ฝึกสอน ผู้ฝึกซ้อม ผู้จัดการ ตัวแทน เจ้าหน้าที่ร่วมทีม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและบุคลากรทางการแพทย์ หรือกึ่งการแพทย์ ซึ่งทํางานให้แก่นักกีฬาหรือทําการรักษานักกีฬา แน่นอนครับ บุคคลผู้ซึ่งสนับสนุนการกีฬานี้จะเป็นผู้ที่มีบทบาทสําคัญอย่างยิ่งในการให้ใช้หรือไม่ให้ใช้ สารกระตุ้นหรือสารต้องห้ามในนักกีฬา ถามว่าถ้าเรานิยามบทบุคคลผู้ซึ่งสนับสนุนการกีฬาไว้ เพียงเฉพาะในร่างนั้นเพียงพอหรือไม่ ปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่าสมาคมกีฬาซึ่งมีบทบาท ในการแข่งขัน บทบาทในการคัดเลือกตัวนักกีฬา หรือบทบาทต่อการที่จะมุ่งเอาชนะ ในการแข่งขันแต่ละระดับมีบทบาทสําคัญมาก แต่ว่าในร่างเดิมไม่มี ไม่มีระบุไว้ให้ผู้บริหารสมาคมกีฬาเป็นผู้สนับสนุนการกีฬาด้วย ถ้าไม่มี นั่นก็หมายความว่าในอนาคตหากผู้บริหารสมาคมกีฬาได้เข้าไปมีส่วนในการกระตุ้น ให้นักกีฬาจะด้วยวิธีการใดก็ตาม จะบังคับ จะข่มขู่ หรือการใช้เล่ห์เพทุบายต่าง ๆ นานาก็ตาม เมื่อนักกีฬาใช้สารต้องห้ามโดยผ่านการกระตุ้นของคนเหล่านี้ คนเหล่านี้ก็ไม่ต้องรับโทษ ไม่มีความผิด ซึ่งเรื่องนี้ผมเองก็ได้แปรญัตติเพิ่มเข้าไปว่าให้รวมถึงผู้บริหารสมาคมกีฬา และผู้สนับสนุนด้านการเงินแก่นักกีฬา ผู้สนับสนุนทางด้านการเงินนั้นก็คือสปอนเซอร์ (Sponsor) นั่นเองครับ สปอนเซอร์มีบทบาทสําคัญมากเพราะถ้านักกีฬาแข่งขันแล้วชนะ แน่นอนเกียรติยศ ชื่อเสียง ความยอมรับก็จะเกิดขึ้นกับสปอนเซอร์หรือผู้สนับสนุน ทางด้านการเงินแก่นักกีฬาด้วย ซึ่งคนเหล่านี้มีส่วนสําคัญแล้วก็เป็นที่ตั้งข้อสงสัยมานานว่า น่าจะมีบทบาทสําคัญในการกระตุ้นให้มีการใช้สารต้องห้ามในนักกีฬา กระผมจึงได้แปรญัตติ หรือเพิ่มผู้บริหารสมาคมกีฬาและผู้สนับสนุนด้านการเงินแก่นักกีฬาเข้าไว้อยู่ในคํานิยามของ บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬาด้วย ซึ่งในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการก็ได้กรุณา เข้าใจว่าจะเพิ่มเติมคําว่า คณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬา เข้าไป โดยตัดคําว่า หรือกึ่งการแพทย์ ที่ต่อท้ายบุคลากรทางการแพทย์ออกไป แต่ผมได้พยายามอภิปรายแสดงความคิดเห็น แสดงเหตุผลในที่ประชุมคณะกรรมาธิการเพื่อให้นําผู้สนับสนุนทางด้านการเงินแก่นักกีฬาเข้าไปด้วย คณะกรรมาธิการหลายท่านก็ได้เห็นชอบ และผมก็ไม่เห็นมีข้อโต้แย้งใดที่จะเป็นเหตุผล ให้ไม่ใส่ผู้สนับสนุนทางด้านการเงินแก่นักกีฬาเข้าไป แต่ในที่สุดเมื่อคณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ได้มีมติก็คือไม่เอาตามข้อเสนอของผม ผมจึงต้องสงวนความเห็นไว้มาอภิปรายแล้วก็โน้มน้าว ให้เพื่อนสมาชิกในที่ประชุมสภาแห่งนี้ได้เห็นชอบ เพื่อให้ร่างกฎหมายฉบับนี้มีความสมบูรณ์ ครบถ้วนในส่วนของคํานิยาม กราบขอบคุณครับ