อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ เสนอการแก้ไขพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยการปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้ให้กว้างขวางและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการอื่น ๆ เข้ามาประกอบการ เช่น ห้างหุ้นส่วน สถาบันการศึกษา มูลนิธิ และสมาคมที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเกษตร นอกจากนี้ยังขอผ่อนปรนให้ผู้ประกอบการสามารถเช่าหรือใช้ห้องปฏิบัติการอื่น ๆ เพื่อตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเกษตรได้ และหารือเรื่องการแก้ไขมาตรา 34 และ 7 ที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตและการแต่งตั้งกรรมการวิชาการ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะแสดงความคิดเห็นเพื่อสนับสนุนการแก้ไข พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. ๒๕๕๑ แล้วก็มีข้อสังเกตเพื่อไปเป็นประโยชน์ ในการปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้ ต้องเรียนกับท่านประธานว่าพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. ๒๕๕๑ นั้น เป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อที่จะยกระดับการผลิตสินค้าการเกษตรของไทยเรา ให้มีคุณภาพให้สามารถที่จะควบคุมมาตรฐานสินค้าทางด้านการเกษตรซึ่งจะท้าให้เกิด ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการการน้าเข้าสินค้าเกษตรรวมทั้งผู้ใช้สินค้าทางการเกษตร ให้มีความสบายใจและเป็นที่ยอมรับอย่างแท้จริง กฎหมายฉบับดังกล่าวก็ต้องถือว่าเป็นกฎหมายที่มองการณ์ไกล แล้วก็ได้ก่อประโยชน์ในการ สร้างมาตรฐานสินค้าทางการเกษตรมาโดยตลอด วันนี้เมื่อกฎหมายฉบับนี้ใช้มาระยะหนึ่ง ก็พบปัญหาว่ามีความจ้าเป็นจะต้องแก้ไขในบางประการ ซึ่งรัฐบาลก็ได้น้าเสนอการแก้ไข ในหลักการอยู่ ๕ ประเด็น แต่ผมจะแสดงความคิดเห็นเพียง ๒-๓ ประเด็นเท่านั้นนะครับ เพราะว่าในประเด็นอื่น ๆ อาทิเช่น เรื่องการเปลี่ยนชื่อผู้อ้านวยการส้านักงานเป็นเลขาธิการ หรือการแก้ไขเพิ่มเติมคุณสมบัติของการแก้ไขเพิ่มเติมคณะกรรมการก็เป็นประเด็น ทางธุรการเท่านั้นเองนะครับ ประเด็นที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตกับร่างพระราชบัญญัติ ที่มีการแก้ไขในครั้งนี้ก็คือ
ประการแรก คือการยกเลิกบทนิยามค้าว่า บริษัท ออกไป เพื่อเปิดโอกาส ให้ผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเกษตรต่อไปนี้ต้องเป็นนิติบุคคล ไม่จ้ากัดอยู่เพียง บริษัทเท่านั้น นั่นหมายความว่าในอนาคตเราก็จะเปิดโอกาสให้ห้างหุ้นส่วนจ้ากัด เปิดโอกาส ให้สถาบันการศึกษา เปิดโอกาสให้มูลนิธิ ให้สมาคมที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและมี คุณสมบัติครบถ้วนเข้ามาเป็นผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเกษตรได้ มันก็มีทั้ง ข้อดีและข้อเสียนะครับ ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้กรุณายกข้อดีมาแล้ว หลายท่านก็ยก ข้อเสียมาว่าก็อาจจะท้าให้มาตรฐานในการตรวจสอบต่อไปนี้อาจจะละเลยมีหลายมาตรฐาน ก็ได้ ซึ่งก็เป็นข้อกังวลที่น่าเป็นห่วง อย่างไรก็ตามส้าหรับผมผมคิดว่าการเปิดกว้างเช่นนี้ จะเป็นประโยชน์ เพราะว่าปัจจุบันนี้มีผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเกษตรที่เป็น บริษัทมีอยู่เพียง ๘ รายเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอในการท้าหน้าที่ในการตรวจสอบมาตรฐาน สินค้าเกษตร ซึ่งนับวันที่จะมีเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ และยิ่งมีการแข่งขันกันในระหว่าง ประเทศมากขึ้นเท่าไร การตรวจสอบก็ยิ่งจ้าเป็นจะต้องมีบุคลากรที่กว้างขวางมากขึ้น แต่บริษัทที่มีอยู่นี่ไม่เพียงพออย่างแน่นอนนะครับ อันนี้ต้องสนับสนุน อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้หยิบยกมาเรื่องห้องปฏิบัติการ ท่านประธานครับ เดิมในกฎหมาย ก็คือผู้ประกอบการจะต้องมีห้องปฏิบัติการของตนเอง แต่ในความเป็นจริงเมื่ออนาคตเราจะ เปิดโอกาสให้นิติบุคคลอื่น ๆ ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญเข้ามาประกอบการทางด้านนี้นี่ และการลงทุนทางด้านการสร้างห้องปฏิบัติการก็ไม่ได้เป็นสาระส้าคัญในเรื่องของมาตรฐาน ในการตรวจสอบมาตรฐานสินค้านี่ผมคิดว่าเราก็น่าจะผ่อนปรนให้สามารถที่จะไปเช่า หรือไปใช้ห้องปฏิบัติการอื่น ๆ ตามที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ผ่อนปรนให้ อันนี้เป็นสิ่งที่ ผมขอสนับสนุน
มีประเด็นหนึ่ง ซึ่งคิดว่าเป็นสาระส้าคัญแล้วก็คิดว่าน่าที่จะต้องทบทวน ส้าหรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็คือ การที่เราระบุในมาตรา ๓๔ เรื่องของคุณสมบัติ ของผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐานก็คือว่าต้องไม่เคยถูกเพิกถอน ใบอนุญาตหรือเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต แต่เวลาได้ล่วงพ้นมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ปี อันนี้ผมคิดว่าจ้าเป็นที่จะต้องแก้ไขนะครับ คนที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตในการประกอบการนี่ ผมคิดว่าต้องมีความผิดร้ายแรง ก่อให้เกิดความเสียหาย ความเสียหายนั้นไม่ได้เสียหาย ต่อเรื่องธุรกิจการค้าเท่านั้น แต่เสียหายต่อมาตรฐานของประเทศเลยทีเดียว เพราะฉะนั้น เมื่อเขาถูกเพิกถอนใบอนุญาตนี่ครับ ระยะเวลา ๒ ปีนี่ ผมคิดว่าให้เขาไปชดใช้ความผิด ในช่วงเวลา ๒ ปีนี้คงไม่ได้ละครับ ความเสียหายมันมากกว่านั้น เราจ้าเป็นจะต้องแก้ไขในส่วนนี้ซึ่งก็ต้องฝากคณะกรรมาธิการ วิสามัญที่จะไปจัดตั้งขึ้นว่าต้องขยายเวลาออกไป เวลาที่ล่วงพ้นไปนั้นอย่างน้อยต้อง ๕ ปี ๖ ปี ๗ ปีก็ว่าไป หรือถ้าถูกเพิกถอนนี่ไม่มีโอกาสกลับมาเป็นผู้ประกอบการทางด้านนี้อีกแล้ว นี่ถึงจะท้าให้เกิดความเชื่อมั่นในวงการการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเกษตรด้วยนะครับ และท่านก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีคนประเภทเหล่านี้เพราะเมื่อเราเปิดกว้างให้นิติบุคคลเข้ามา ท้าหน้าที่นี้ไม่ได้จ้ากัดอยู่เพียง ๘ บริษัทที่เราเคยท้าหน้าที่ตรงนี้อยู่ ก็จะมีผู้คนจ้านวนมาก เข้ามา ก็จะมีคนที่มีมาตรฐาน มีคุณสมบัติที่เพียบพร้อมเข้ามาอีกมากมายนะครับ และหากไม่แก้ไขตรงนี้ในวรรคท้ายก็ยังมีเรื่องผู้แทนนิติบุคคลหรือบุคคลที่ท้าการแทน นิติบุคคลที่เป็นผู้ประกอบการ ถ้าหากว่าเคยถูกเพิกถอนก็ต้องถูกเพิกถอน แล้วก็พ้นระยะเวลาที่ถูกเพิกถอนมา ระยะเวลาที่จะต้องยาวกว่า ๒ ปีด้วยซึ่งมันก็ผูกโยง อยู่ในมาตรานี้ ก็อยากจะตั้งข้อสังเกตกับท่านประธานไว้นะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตไว้ก็คือว่า การไปแก้ไขเรื่องคุณสมบัติของกรรมการวิชาการ จริง ๆ แล้วในมาตรา ๗ ที่มีการแก้ไข บอกว่ากรรมการวิชาการต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับมาตรฐานตามประเภท หรือกลุ่มของสินค้าเกษตรที่ได้รับแต่งตั้ง โดยตัดค้าว่าผู้ทรงคุณวุฒิตามกฎหมายเดิมออกไป ผมคิดว่าเป็นการตัดโอกาสในการสรรหาคนที่จะมาเป็นกรรมการวิชาการที่กว้างขวางและมี ความรู้ให้กรรมการสามารถเลือกสรรได้กว้างขวางกว่าเดิมนะครับ เพราะว่าท่านจะเป็น ผู้ทรงคุณวุฒิหรือเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญท่านก็เลือกเอาได้นะครับ ซึ่งก็สามารถที่จะได้คนที่ กว้างขวางมากกว่า สุดท้ายจริง ๆ นะครับ กรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรซึ่งมีองค์ประกอบ ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน แล้วก็มีอธิบดี ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้ามาเป็นกรรมการ แล้วก็เพิ่มอธิบดีกรมหม่อนไหม กับกรมส่งเสริมการเกษตรเข้ามานี่ ผมก็เรียนกับท่านประธานว่าไม่ได้มีนัยอะไรมากมาย หรอกครับ สาระส้าคัญอยู่ที่ว่าคณะกรรมการนี้ซึ่งมีอ้านาจมากทีเดียวตั้งแต่เรื่อง ของการก้าหนดนโยบาย ก้าหนดแผน ก้าหนดมาตรการ ก้าหนดการแก้ไขยกเลิกมาตรฐาน ตามร่างพระราชบัญญัตินี้ซึ่งมีความส้าคัญมาก แต่ว่าองค์ประกอบของคณะกรรมการ ซึ่งเป็นข้าราชการประจ้าและมีต้าแหน่งสูงทั้งสิ้นนี่นะครับ โอกาสที่จะมานั่งประชุมกันนี่น้อยมาก ผมไม่แน่ใจนะครับ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีครับว่าคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร ปีหนึ่งจะได้ประชุมสักกี่ครั้ง แต่ละครั้งมีสาระส้าคัญในการพิจารณาเรื่องซึ่ง ๗-๘ ข้อ ซึ่งเป็นอ้านาจหน้าที่ได้มากน้อยละเอียดแค่ไหน เมื่อกรรมการทั้งหลายเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ เป็นผู้หลักผู้ใหญ่และยากที่จะมานั่งครบองค์ประชุม หรือว่าครบตามที่ต้าแหน่งก้าหนด เหล่านี้ได้นะครับ ก็ต้องกราบเรียนฝากท่านประธานไว้ด้วยความเคารพ ขอบคุณครับ