สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๕

ชลน่าน ศรีแก้ว สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ในท้องที่ต้าบลห้วยโป่ง และต้าบลมาบตาพุด อ้าเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดของพระราชบัญญัติฉบับเดิม

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ผมกราบขอบคุณท่านประธานที่อนุญาตให้ผมได้มีโอกาสได้อภิปรายเพื่อสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ในท้องที่ต้าบลห้วยโป่ง และต้าบลมาบตาพุด อ้าเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีได้น้าเสนอ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมท่านได้น้าเสนอต่อสภาแห่งนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ โดยหลักการและเหตุผลที่ท่านรัฐมนตรีได้แถลงก็ชัดเจนอยู่ในตัวหลักการ และเหตุผลที่จ้าเป็นที่จะต้องให้สภาแห่งนี้ หมายถึงรัฐสภาด้วยนะครับ คือสมาชิกวุฒิสภา ได้ร่วมกันพิจารณาที่จะอนุญาตให้ตราพระราชบัญญัติฉบับนี้บังคับใช้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ผมยินดีแล้วก็กราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกได้โปรดช่วยกันและสนับสนุน ผมก็เชื่อว่าทุกท่านสนับสนุนนะครับ ถึงแม้กฎหมายฉบับนี้จะเป็นกฎหมายที่จะต้องตราประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ ที่ว่าด้วย การที่จะไปละเมิดสิทธิส่วนบุคคล โดยเฉพาะการเวนคืนที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญประกอบที่ต้องใช้คือมาตรา ๔๒ ท่านประธาน ต้องตราเป็นกฎหมาย ต้องกระท้าเพื่อประโยชน์สาธารณะ ตรงนั้นเองผมจะไม่ลงลึกนะครับ เป็นเหตุผลที่ต้องเวนคืน แต่ว่าเหตุผลพิเศษที่จ้าเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ สืบเนื่องจากมีพระราชบัญญัติเวนคืนที่ดิน ให้แก่นิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เมื่อปี ๒๕๒๗ มีพระราชบัญญัติเวนคืนที่ดิน ให้กับนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แต่ในพระราชบัญญัติเวนคืนฉบับนั้นมีข้อคลาดเคลื่อน มีข้อผิดพลาดของบัญชีแนบท้ายของพระราชบัญญัติ ปี ๒๕๒๗ เรื่องของแผนที่แนบท้าย พระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ในพื้นที่ต้าบลห้วยโป่ง และต้าบลมาบตาพุด อ้าเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ในฉบับนั้นเลขที่แปลงในแผนที่แนบท้ายคือ เลขที่แปลง ๒๐๗ ซึ่งเขาก้าหนด แล้วก็ไปส้ารวจไว้ตามพระราชกฤษฎีกาก่อนที่จะออกพระราชบัญญัติเวนคืน เลขที่ ๒๐๗ ในพระราชบัญญัติเดิม มาดูบัญชีรายชื่อเจ้าของที่ดิน หรือเจ้าของผู้ครอบครองที่ดิน ที่ต้องเวนคืนในปีนั้น เป็นชื่อของนายค้านึง มาเมือง ซึ่งโดยข้อเท็จจริงที่ของนายค้านึง มาเมือง อยู่นอกพื้นที่เวนคืนด้วยซ้าไป ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เวนคืน ก็มีหลักฐานพิสูจน์ มีการตรวจสอบกัน เลขที่แปลง คือแปลงหมายเลขที่ ๒๐๗ เจ้าของที่แท้จริงนะครับ ตลอดจนหนังสือส้าคัญ ที่ยืนยันเป็นของนายสุรพงษ์ ภู่ธนะพิบูล ผู้ที่ได้ร้องเรียนและฟ้องร้องต่อ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเมื่อเวลาล่วงเลยมา เพราะอยากให้เขาใช้ พระราชบัญญัติเวนคืนกับตัวเขาเองเพื่อจะได้รับสิทธิ พื้นที่รอบ ๆ ด้านข้างเขาถูกเวนคืนไปหมดแล้ว ได้รับสิทธิไปหมดแล้ว เขาก็ร้องศาลปกครองไป ท่านประธานครับ อันนี้คือเหตุผลความจ้าเป็น ที่จะต้องไปแก้ไขให้ถูกต้อง การที่จะแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนั้นให้ถูกต้องก็ต้อง ตราเป็นพระราชบัญญัติฉบับใหม่ขึ้นมาไปแก้ไขเพิ่มเติม อันนี้คือเหตุผลความจ้าเป็น ที่สืบเนื่องมาจากเหตุผลจ้าเป็นที่จะต้องเวนคืนที่โดยทั่ว ๆ ไป ท่านประธานครับ ภายใต้การตรวจสอบของคณะกรรมการกลั่นกรองกฎหมายของคณะกรรมการประสานงาน ของพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งผมต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ พลต้ารวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ ท่านเป็นประธานคณะกรรมการอยู่ ท่านได้ให้ความส้าคัญกับกฎหมายฉบับนี้ เกรงว่าจะมี ลักษณะการไม่ชอบมาพากล ซึ่งเป็นข้อห่วงใย เป็นข้อห่วงใยในฐานะที่เราเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชน ข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร ท่านตรวจสอบโดยละเอียดครับ ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้น้าหลักฐานทุกสิ่งทุกอย่าง มายืนยันว่าตัวนายค้านึง มาเมือง กับแปลงที่ครอบครองอยู่กับหลักฐานข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ ตรงกันหรือไม่ แปลงที่ ๒๐๗ ที่อยู่ในพื้นที่เวนคืนที่อ้างชื่อเป็นของนายสุรพงษ์ ภู่ธนะพิบูล ต้องอ่านชื่อเขาครับ เพราะชื่อปรากฏในพระราชบัญญัติตรงกันตามข้อเท็จจริงหรือไม่ ประเภทหนังสือส้าคัญที่เป็น น.ส. ๓ ก เลขที่ ๑๔๒ เลขที่ดิน ๕๙ จ้านวน ๑๒ ไร่ ๗๒ ตารางวา ตรงกันหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ เราตรวจสอบรายละเอียดถึงขนาด ที่ต้องไปดู ปรากฏทุกส่วนตรงกัน เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ และยืนยันนะครับว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ตามหนังสือแนบท้าย ไม่ว่าจะเป็น หนังสือแนบท้ายที่เป็นบัญชีแผนที่หรือบัญชีรายชื่อเจ้าของตรงกัน ไม่คลาดเคลื่อนจากสิ่งที่ ควรจะเป็นแน่นอน ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ นั่นคือเหตุผลความจ้าเป็นที่ต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อไปแก้ไขในสิ่งที่เป็น ความคลาดเคลื่อนอะไรเหล่านั้น ท่านประธานครับ เมื่อปี ๒๕๒๗ เราไม่โทษใครครับว่า กระบวนการของการตราพระราชบัญญัติเวนคืนซึ่งพวกเราในฐานะเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย เรามีอ้านาจในการตรากฎหมาย แต่รายละเอียดบัญชีแนบท้าย ยากครับที่กรรมาธิการ หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะได้ไปดูในพื้นที่จริง เว้นแต่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงที่มีโอกาส ได้ไปพบไปเห็นแล้วมันมีความคลาดเคลื่อนแล้วอาจจะมีข้อทักท้วงได้ ตรงนี้เองก็จะเป็น ส่วนหนึ่งที่อาจจะเป็นเรื่องที่พวกเราในฐานะเป็นตัวแทนพี่น้องปวงชนชาวไทยต้องให้ความใส่ใจ โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการ ไม่ว่าจะเป็นสามัญหรือวิสามัญที่เราตั้งขึ้นให้ไปดูในรายละเอียด จะต้องมีการตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเลขที่แปลง แผนที่แนบท้าย ชื่อบัญชีเจ้าของตรงกันหรือไม่ เพื่อจะป้องกันปัญหาในอนาคต ท่านประธานครับ ปี ๒๕๒๗ ปีนี้ปี ๒๕๕๕ ร่วม ๓๐ ปี กว่าที่คนที่เขาได้สูญเสียผลประโยชน์ไปจะได้รับโอกาส ผมมั่นใจครับกฎหมายฉบับนี้ผ่าน รัฐสภาอย่างรวดเร็วก็จะได้ประโยชน์กับผู้ที่เป็นเจ้าของอย่างแท้จริง ถึงแม้ในค้าสั่งศาลปกครอง ให้ผู้ถูกฟ้อง คือการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้ไปเจรจาเพื่อลดขั้นตอนในการ ที่จะเวนคืนในการซื้อขายกันให้เป็นที่พอใจ แต่สิ่งที่เห็นอยู่ในขณะนี้ ผลการเจรจาลงท้ายด้วย การตราพระราชบัญญัติ นั่นหมายความว่าไม่เป็นที่พอใจของทั้งผู้ที่จะซื้อและผู้ที่ถูกจะซื้อ ก็ต้องอาศัยอ้านาจกฎหมายบังคับไป ซึ่งท่านประธานครับด้วยความเคารพท่านประธาน ผมน้าเรียนแต่แรกว่าเป็นการรอนสิทธิ แต่ว่าการรอนสิทธินี้ชอบด้วยกฎหมาย ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลความจ้าเป็นตรงนี้ก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกโปรดให้ความกรุณา ได้ลงคะแนนรับหลักการในวาระที่หนึ่ง ส่วนจะตั้งกรรมาธิการในวาระที่สอง จะเป็น กรรมาธิการสามัญหรือวิสามัญไปดู หรือเอาส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่นท่านสมาชิกที่อยู่ ในพื้นที่ใกล้เคียงโดยเฉพาะจังหวัดระยองให้เข้าไปช่วยดูก็จะเป็นประโยชน์ยิ่ง เห็นด้วยกับ การรับหลักการครับ ขอให้การสนับสนุนครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ