สามารถ ราชพลสิทธิ์ หารือเรื่องการปรับปรุงการขนส่งทางบก โดยเสนอแนวทางแก้ไข เช่น การจดทะเบียนรถตาม พ.ร.บ. ที่เหมาะสม การเพิ่มตำแหน่งเลขาธิการและกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง และการรายงานข้อมูลการเดินทางผ่านอุปกรณ์ติดตามรถ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ สำหรับการปรับปรุงน้ำหนักของรถที่ใช้ในกิจการประกอบการขนส่ง ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ และการปรับปรุงน้ำหนักของรถยนต์ บรรทุกส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ นั้น ผมเห็นด้วยในหลักการครับ เหตุที่เห็นด้วยก็เพราะว่าเวลานี้รถบรรทุกส่วนบุคคลที่เราเรียกกันติดปากว่ารถปิกอัพนั้น มีการเพิ่มอุปกรณ์เพื่อเสริม เพื่อป้องกันความปลอดภัย เสริมความแข็งแกร่งในการรักษา ความปลอดภัยเพื่ออำนวยความสะดวกครับ ทำให้น้ำหนักของรถนั้นมีน้ำหนักเกิน ๑,๖๐๐ กิโลกรัม พอน้ำหนักเกิน ๑,๖๐๐ กิโลกรัม ทำให้เจ้าของรถไม่สามารถจดทะเบียน ตาม พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ ได้ เพราะ พ.ร.บ. รถยนต์นั้นบัญญัติไว้ว่า ต้องจดทะเบียนรถ ที่มีน้ำหนักไม่เกิน ๑,๖๐๐ กิโลกรัมเท่านั้น และใช้ส่วนตัวเท่านั้น พอเป็นอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ เจ้าของรถก็ต้องไปจดทะเบียนตาม พ.ร.บ. ประกอบการขนส่ง หรือ พ.ร.บ. ขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ แทน เป็นการเลี่ยงกฎหมาย เป็นการทำให้ วัตถุประสงค์ของกฎหมายหรือเจตนารมณ์ของกฎหมายนั้นเปลี่ยนแปลงไป ไม่ตรงกับ วัตถุประสงค์หรือเจตนารมณ์ของกฎหมายครับ ร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับนี้ก็เสนอ แนวทางแก้ไขมานะครับ แก้ไขบอกว่ารถที่ใช้ในส่วนตัวนั้น ไม่ใช้ในการขนส่ง ไม่ว่า จะมีน้ำหนักเท่าใดก็ตาม ไม่ว่าจะมีจำนวนที่นั่งมากน้อยแค่ไหนก็ตามให้จดโดยใช้ พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ ส่วนรถที่มีน้ำหนักเกินกว่า ๒,๒๐๐ กิโลกรัม ต้องจดตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ครับ
สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับนี้ ผมขอเรียนท่านประธานนะครับ สำหรับร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ปรับปรุงน้ำหนักของรถที่ใช้ ในการประกอบการขนส่งส่วนบุคคล) สาระสำคัญข้อที่ ๑ ก็คือมีการแก้ไขคำนิยามการขนส่ง ส่วนบุคคลและบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการกำหนดประเภทรถที่ไม่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมาย โดยปรับปรุงในส่วนของน้ำหนักรถบรรทุกให้สอดคล้องกับการผลิตรถในปัจจุบันนะครับ คือคำนึงถึงเทคโนโลยีในปัจจุบันครับ
สาระสำคัญข้อที่ ๒ มีการแก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการควบคุม การขนส่งทางบกกลาง โดยมีการเพิ่มตำแหน่งเลขาธิการ มีการเพิ่มคณะกรรมการคุ้มครอง ผู้บริโภค หรือ สคบ. มีการเพิ่มผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. เข้าไปเป็นกรรมการในคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางด้วย ผมก็เห็นว่าดีครับ จะได้พิจารณากันครบถ้วนทุกประเด็นในเรื่องการขนส่งทางบก มีการแก้ไข ให้ผู้ประกอบการขนส่งรายเดียวที่มีใบอนุญาตประกอบการขนส่งหลายเส้นทาง สามารถเดินรถในลักษณะหมุนเวียนได้ นั่นหมายถึงว่าผู้ประกอบการขนส่งสามารถนำรถ จากเส้นทางหนึ่งไปวิ่งอีกเส้นทางหนึ่งได้ ทำให้ยืดหยุ่นในการประกอบการครับ
ส่วนสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับการกำหนดน้ำหนักรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล) ผมขอยกตัวอย่างนะครับ มีการแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า รถยนต์ส่วนบุคคล ให้มีความหมายครอบคลุมประเภทรถที่กว้างขึ้น โดยไม่จำกัดลักษณะด้วยจำนวนที่นั่ง และน้ำหนักของรถที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วครับ หนักแค่ไหนก็ตามจำนวนที่นั่งกี่ที่นั่งก็ตาม ต้องจดภายใต้ พ.ร.บ. รถยนต์ครับ เพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีการผลิตรถยนต์ในปัจจุบัน ที่ได้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปทำให้รถที่ผลิตใหม่มีน้ำหนักตัวรถเพิ่มขึ้น เช่น รถบรรทุก ส่วนบุคคลหรือรถปิกอัพ เป็นต้นครับ มีการกำหนดประเภทรถที่ห้ามใช้ไว้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น เดิมนั้นห้ามเฉพาะรถที่ไม่ได้จดทะเบียนและรถที่ไม่ได้เสียภาษีประจำปีเท่านั้น ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ มีการเพิ่มเติมรถที่ถูกเพิกถอนการจดทะเบียน รถที่แจ้งไม่ใช้รถและรถที่ระงับการใช้ทะเบียน แล้วครับ และมีการกำหนดข้อยกเว้นให้ใช้รถที่ยังไม่ได้จดทะเบียนรถได้ในบางกรณี เพื่อเป็นทางออกให้แก่ผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้รถเหล่านั้นในระหว่างที่ไม่ได้จดทะเบียน ยกตัวอย่างรถที่เข้ามาในประเทศเป็นการชั่วคราว เช่นรถประชุมเอเปก (APEC) เป็นต้น หรือรถที่ใช้เพื่อการทดสอบ มีการแก้ไขเพิ่มเติมคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ของผู้ขอใบอนุญาตขับรถว่าต้องไม่เป็นผู้ที่อยู่ในระหว่างพักใช้ใบอนุญาตขับรถ นอกเหนือไปจากการถูกยึดใบอนุญาตขับรถ เนื่องจากเป็นข้อเท็จจริงที่ใกล้เคียงกัน และให้ผู้ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถมาแล้วไม่น้อยกว่า ๓ ปี สามารถขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่ ได้ครับ อันนี้เป็นตัวอย่างของสาระสำคัญในร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับครับ กระผมมีข้อสังเกต หรือคำถามถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการชัชชาติ เหตุใดที่กำหนดว่ารถที่มีน้ำหนักเกิน ๒,๒๐๐ กิโลกรัม ต้องจดทะเบียนภายใต้ พ.ร.บ. ประกอบการขนส่งทางบกเท่านั้น ทำไมไม่กำหนดเป็น ๒,๐๐๐ กิโลกรัม ทำไมต้องเลือกเป็น ๒,๒๐๐ กิโลกรัม
คำถามข้อที่ ๒ ก็คือรถที่มีน้ำหนักอยู่ในระหว่าง ๑,๖๐๐ กิโลกรัม จนถึง ๒,๒๐๐ กิโลกรัม และต้องการใช้เพื่อธุรกิจ เพื่อการขนส่ง ไม่ใช่เพื่อส่วนตัว จะจดทะเบียน ภายใต้ พ.ร.บ. ฉบับใด
ข้อที่ ๓ เป็นข้อเสนอแนะ มีเพื่อนสมาชิกพูดถึงอาร์เอฟไอดี การใช้คลื่นวิทยุ ในการติดตามรถ หรือจะใช้จีพีเอส (GPS) ก็ได้ในการติดตามรถว่ารถคันนั้นวิ่งเกินความเร็ว ที่กำหนดหรือไม่ เพื่อรักษาความปลอดภัย ผมอยากให้ประยุกต์ใช้อาร์เอฟไอดี หรือจีพีเอสในการรายงานข้อมูลว่ารถขณะนี้อยู่ที่ไหน จะมาถึงสถานีขนส่งนี้ในอีกกี่นาที กี่โมง เป็นต้น และให้รายงานผ่านสามารถรับได้ทางโทรศัพท์มือถือครับ ผู้ใช้บริการ ก็จะสะดวกยิ่งขึ้นครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ