อรรถกร ศิริลัทธยากร หารือเรื่องการขนส่งทางบกและรถยนต์ โดยเสนอให้ปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการขนส่ง เพื่อให้ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบมีบทบาทหน้าที่และอำนาจมากขึ้นในการตรวจสอบการดำเนินการของผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง และเพื่อให้การตรวจสอบความปลอดภัยของรถยนต์และมาตรฐานการปลดปล่อยมลพิษของรถยนต์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดฉะเชิงเทรา วันนี้กระผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานอภิปราย เพื่อที่จะสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติที่ว่าด้วยเรื่องของการขนส่งทางบก และร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับรถยนต์ ต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับว่ากระผมรู้สึกดีใจครับ ที่ได้เห็นร่าง พ.ร.บ. เหล่านี้ผ่านเข้ามายังสภาของเรา ต้องขอบคุณคณะรัฐมนตรีที่ได้ให้ความใส่ใจ กับเรื่องนี้ สำหรับกระผมนั้นก็คงจะใช้เวลาไม่มากครับเนื่องจากข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ก็คล้าย ๆ กับร่าง พ.ร.บ. ๒ ฉบับที่เพิ่งผ่านสภาของเราไป ต้องขอเริ่มว่าการขนส่ง ทางรถยนต์นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งกับประเทศไทยของเรา โดยเฉพาะประเทศไทยของเรานั้น เป็นประเทศที่อิงกับการประกอบเกษตรกรรมเป็นหลัก ดังนั้นเราจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้หรอกครับ ว่าการขนส่งทางบกนั้นจะมีความหมาย จะมีนัยที่สำคัญเพียงใดต่อพ่อแม่พี่น้องชาวเกษตรกร และทุกวันนี้การแข่งขันทางด้านธุรกิจไม่ว่าจะเรื่องไหนก็ตามค่อนข้างสูงครับ ปัจจัยต่าง ๆ นานา ที่จะสามารถเพิ่มศักยภาพหรือว่าลดต้นทุนในการขนส่งจึงมีความสำคัญในการประกอบธุรกิจ ทุก ๆ ธุรกิจครับ กระผมต้องขออนุญาตยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับท่านประธานครับ ถ้ากระผมนั้น เป็นผู้ประกอบการที่จะต้องขนส่งสินค้าทุกวันก็จะต้องเลือกพาหนะ จะต้องเลือกรถยนต์ที่จะ สามารถขนส่งสินค้าได้เป็นจำนวนมาก ๆ หรือว่าจะสามารถรองรับน้ำหนักได้เป็นจำนวนมาก ๆ เช่นกัน มีเครื่องยนต์ที่เหมาะสมสามารถวิ่งในระยะทางที่ไกลได้ในระยะเวลาที่กำหนด ดังนั้นถ้าผมเป็นผู้ประกอบการ กระผมจึงต้องมาพิจารณาเลือกรถยนต์ที่จะสามารถ ตอบสนองผมได้มากที่สุด ท่านประธานครับ คงเห็นได้ว่าทุกวันนี้ยี่ห้อรถยนต์มีให้เรา เลือกสรรมากมาย หลายยี่ห้อ หลายสเปก (Spec) หลายรูปแบบครับ โดยแต่ละยี่ห้อก็จะต้อง แข่งขันกันเช่นกัน โดยการนำเสนอรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ความแข็งแรงทนทานก็ดี เน้นในเรื่องของเครื่องยนต์ก็ดีหรือว่าบางยี่ห้อก็จะแข่งขัน โดยการให้ออพชั่น (Option) เสริมที่ครอบคลุมกว่ายี่ห้ออื่น ๆ ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ที่จะทำให้ น้ำหนักของรถยนต์ในปัจจุบันนี้เพิ่มมากขึ้นจากเมื่อก่อน เป็นสาเหตุหลักที่กระผมอยากจะ สนับสนุนว่าพวกเรานั้นจะต้องทำการแก้ไขกฎหมายนี้เพื่อให้น้ำหนักรถยนต์นั้นสามารถ เป็นไปได้อย่างปกติ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ถ้าดูจากเอกสารที่ทางสภาได้แจกให้ จะเห็นได้ว่าพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับน้ำหนักรถยนต์นั้นเริ่มใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๒๒ หรือว่า ถ้าเราลองนับนิ้วเราลองคำนวณดี ๆ ก็ใช้มากว่า ๓๐ ปีแล้วครับ ซึ่งในสมัยนั้นการกำหนดน้ำหนักรถยนต์ซึ่งอยู่ที่ประมาณ ๑,๖๐๐ กิโลกรัม อาจจะเป็นเรื่องปกติ อาจจะเป็นเรื่องที่เหมาะสมครับ แต่ว่าถ้าเราสังเกตรถสมัยก่อนนั้นก็มีแค่เป็นตัวโครงรถก็ดี หรือว่ามีเครื่องยนต์ มีพวงมาลัย มีล้อ ก็สามารถวิ่ง สามารถใช้งานได้แล้ว ซึ่งแตกต่าง กับรถยนต์สมัยนี้ครับ ถ้าเราเปรียบเทียบกับรถยนต์สมัยนี้นั้นคนละเรื่องครับ ดังนั้นกระผม จึงเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ที่จะนำเรื่องการกำหนดน้ำหนักรถยนต์ เพิ่มจาก ๑,๖๐๐ กิโลกรัม มาเป็น ๒,๒๐๐ กิโลกรัม นำมาพิจารณากันใหม่ กระผมคิดอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ เมื่อวันเวลาเปลี่ยนก็อาจจะทำให้กฎหมายต่าง ๆ ที่อาจจะเคยได้ใช้ในอดีตนั้น ไม่สามารถ นำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน จึงจำเป็นอย่างยิ่งครับ ที่เราจะต้องเปลี่ยนแปลงปรับปรุงเพิ่มเติมให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน เฉกเช่นกับการแก้ไข น้ำหนักของรถยนต์ในวันนี้
ในอีกประเด็นหนึ่งที่กระผมเห็นด้วย ก็คือประเด็นที่ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะให้ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ที่จะตรวจสอบ อาทิเช่น นายทะเบียน หรือว่าใครก็ตามที่เกี่ยวข้อง ให้มีบทบาทหน้าที่แล้วก็มีอำนาจมากขึ้นในการตรวจสอบ ในการดำเนินการของผู้ที่ได้รับ ใบอนุญาตประกอบการขนส่งครับ ในส่วนนี้จะทำให้การดำเนินการของเจ้าหน้าที่นั้น จะสามารถทำได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ กระผมไม่อยากให้หน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้ ทำงานเหมือนเสือกระดาษครับ ต้องขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้จริง ๆ ที่สามารถเข้าไป ตรวจสอบได้ แต่ว่าไม่มีอำนาจหรือว่าไม่สามารถดำเนินการได้ทันท่วงทีครับ ดังนั้น เมื่อพบเจอสิ่งผิดปกติ กว่าจะสามารถดำเนินการจริงได้ ผู้ประกอบการที่ทำผิดนั้น ก็อาจจะแก้ไขหรือว่าปกปิดสิ่งที่ทำผิดไปได้เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ดีครับ การทำงาน ของนายทะเบียนต่าง ๆ เหล่านี้ กระผมอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้เกี่ยวข้องครับ ให้ผู้ทำการตรวจสอบนั้นทำการตรวจสอบโดยละเอียด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการตรวจสอบ น้ำหนักก็ดีครับ หรือว่าเรื่องการตรวจสอบความปลอดภัยของรถยนต์ก็ดี หรือแม้แต่กระทั่ง ให้ทำการตรวจสอบเรื่องของมาตรฐานการปลดปล่อยมลพิษของรถยนต์ครับ หรือว่า เรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง แล้วก็จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนด้วยนะครับ นั่นก็คือ ๒ ประเด็นที่กระผมอยากจะให้การสนับสนุนเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. ๒ ฉบับนี้ แต่ว่าก็ยัง อยากจะฝากข้อสังเกตครับ ซึ่งอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง แต่ก็เชื่อครับว่าจะมีผล แล้วก็อาจจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนที่จะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้
ข้อแรกครับ จะเป็นเรื่องของการควบคุมการปลดปล่อยมลพิษจากรถยนต์ กระผมคิดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นควรจะเข้ามามีบทบาทอย่างเต็มที่ในการตรวจสอบ การปล่อยมลพิษครับ อาจจะกำหนดออกมาให้ชัดเจนก็ได้ครับ ท่านประธานครับว่าถ้าสมมุติว่า รถยนต์ปลดปล่อยมลพิษมาก ก็อาจจะต้องจ่ายค่าตอบแทนเป็นจำนวนที่สูงกว่าคนปกติทั่วไป หรือว่าถ้าปล่อยมลพิษน้อยก็อาจจะจ่ายน้อย จ่ายค่าตอบแทนในการทำลายธรรมชาติน้อย หรือว่าถ้ารถยนต์คันไหนปลดปล่อยมลพิษต่ำกว่าเกณฑ์ที่ทางรัฐบาลได้กำหนดไว้ เราอาจจะ ให้โบนัสครับ อาจจะให้ส่วนลดในการจ่ายภาษีที่เกี่ยวกับรถยนต์ก็ได้ จึงอยากฝากเรื่องนี้ ไว้พิจารณา
ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ว่าก่อนหน้านี้เคยได้อ่านบทความ ที่น่าจะเป็นประโยชน์ครับ ซึ่งเป็นบทความเกี่ยวกับเซ็นเซอร์ (Sensor) อัจฉริยะ ควบคุม การปล่อยมลพิษรถยนต์หรือว่าเรียกว่า โอบีดี (OBD) ซึ่งย่อมาจากคำว่า ออน บอร์ด ไดแอกนอสติก (On-board diagnostics) ซึ่งต้องขออนุญาตอ่านครับว่าเป็นแผงวงจร คอมพิวเตอร์ครับที่ใช้เพื่อการติดตาม ตรวจสอบการทำงานของเครื่องยนต์แบบนาทีต่อนาที ซึ่งตรงนี้จะทำให้สามารถตรวจสอบความสมบูรณ์ของการเผาไหม้เครื่องยนต์ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกระผมนั้นคิดว่าตรงจุดนี้รัฐบาลอาจจะต้องลงทุนสักนิดหนึ่ง ในการนำเซ็นเซอร์นี้มาใช้กับรถยนต์ทุก ๆ คัน ในประเทศไทยในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งกระผม เชื่อเหลือเกินครับว่าเม็ดเงินที่อาจจะต้องลงทุนในอนาคตนั้น มันจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าครับ แลกกับการที่รัฐบาลนั้นจะสามารถมีเครื่องมือ มีอาวุธ มีมาตรการที่จะใช้ในการควบคุมดูแล เรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม การรักษาการปล่อยมลพิษทางรถยนต์ในอนาคตต่อไป
ข้อที่กระผมอยากจะฝากข้อสังเกตผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีอีกข้อหนึ่ง กระผมรู้สึกว่าร่าง พ.ร.บ. ๒ ฉบับนี้มีจุดประสงค์ที่ดีครับ ที่จะนำกฎหมายต่าง ๆ ที่เราใช้อยู่ มาปรับปรุงให้ดีขึ้น แต่ด้วยความเคารพครับ ด้วยความรู้สึกส่วนตัวนั้นกระผมรู้สึกว่า การปรับปรุงกฎหมาย ๒ ฉบับนี้เป็นการปรับปรุงแบบเล็ก ๆ ถ้าสมมุติว่าผมจะเปรียบเทียบ กับรถยนต์ก็อาจจะเรียกได้ว่าเป็นแบบไมเนอร์ เชนจ์ (Minor change) ปรับนิดปรุงหน่อย ให้ดีขึ้น กระผมต้องขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับว่ากระผมเห็นว่าไหน ๆ พวกเรานั้น ก็จะทำการพิจารณากฎหมายที่มีความข้องเกี่ยวกับพี่น้องประชาชนโดยตรงอยู่แล้ว ไหน ๆ ก็อยากจะ ให้ทำแบบบูรณาการครับ เพราะกระผมเชื่อว่ายังมีกฎหมายฉบับอื่น ๆ อีกหลายฉบับที่จะมี ความเกี่ยวข้องกับร่าง พ.ร.บ. ๒ ฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็นร่าง พ.ร.บ. ขนส่งทางบก หรือร่าง พ.ร.บ. รถยนต์ จึงอยากจะให้นำเรื่องอื่น ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องที่มีความสำคัญ มาพิจารณารวมไปในทีเดียวเลยเพื่อประโยชน์สูงสุดครับ อย่างไรวันนี้ผมต้องขอฝาก สิ่งที่ห่วงใยด้วยครับ ขอกราบขอบคุณครับ