สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๕

กนก วงษ์ตระหง่าน อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกและร่างพระราชบัญญัติรถยนต์ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการยกเว้นภาษีรถยนต์สำหรับหน่วยงานที่ได้รับการยกเว้น โดยเฉพาะโรงเรียนที่ต้องใช้รถยนต์เพื่อรับนักเรียนจากหมู่บ้านมาเรียน และขออนุญาตระบุให้ชัดเจนว่าสถาบันการศึกษาทั้งหมดไม่ควรเสียภาษีรถยนต์

นายกนก วงษ์ตระหง่าน บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต ที่จะอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ปรับปรุง ประเภทของหน่วยงานราชการที่ได้รับการยกเว้นภาษีประจำปีและนิรโทษกรรมภาษีประจำปี ที่ค้างชำระของหน่วยงานราชการ) และร่างพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ปรับปรุงประเภทของหน่วยงานราชการที่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียม และภาษีประจำปี และนิรโทษกรรมค่าธรรมเนียมและภาษีประจำปีค้างชำระของหน่วยงานราชการ) ผมคิดว่า ประเด็นที่ผมอยากจะขออภิปรายในเรื่องที่สำคัญก็คือเรื่องเกี่ยวกับการยกเว้นภาษีรถยนต์ ให้กับหน่วยงานที่จะได้รับการยกเว้น ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่า ประเด็นที่ผมจะพูดนั้น เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา รัฐบาลที่เริ่มต้นจากท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ดำเนินนโยบายเรียนฟรี ๑๕ ปี แล้วก็ได้ใช้งบประมาณกว่า ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้นำนโยบายนี้มาปฏิบัติต่อไป ซึ่งเป็นการยืนยัน ให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษา เราใช้งบประมาณหลายหมื่นล้านบาท เพื่อให้เด็กไทยทุกคนได้มีสิทธิที่จะเล่าเรียนฟรี คำถามก็คือว่าเมื่อเรามาดูร่างพระราชบัญญัติฉบับอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวอย่างของ ร่าง พ.ร.บ. ๒ ฉบับนี้ในเรื่องเกี่ยวกับภาษีรถยนต์ ซึ่งไม่ควรอย่างยิ่งที่จะต้องเก็บภาษี ของรถยนต์ที่ใช้ในสถานศึกษาต่าง ๆ ผมขออนุญาตอธิบายให้เห็นภาพที่ชัดเจนนะครับ ขออนุญาตยก ๒ ตัวอย่าง ตัวอย่างที่ ๑ ก็คือโรงเรียนที่อยู่ในชนบทห่างไกล วันนี้มีโรงเรียน จำนวนมากต้องมีรถยนต์ที่จะไปรับนักเรียน แล้วก็กระทรวงศึกษาธิการในยุคนี้ ก็ได้มีการปิดโรงเรียนขนาดเล็กไปมากพอสมควร จำเป็นอย่างยิ่งที่โรงเรียนเหล่านี้ จะต้องมีรถยนต์เพื่อที่จะไปรับนักเรียนจากหมู่บ้านมาเรียนในตัวอำเภอ เป็นต้น ก็ไม่มีเหตุผล ที่โรงเรียนจะต้องมาเสียภาษีในสิ่งเหล่านี้

ในส่วนที่ ๒ ที่สำคัญมากก็คือในพื้นที่ภาคใต้ พื้นที่ภาคใต้ของเราโดยเฉพาะ อย่างยิ่งใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีพี่น้องมุสลิมอยู่เป็นจำนวนมาก วันนี้เขาจะต้องเสี่ยง กับการไปโรงเรียนแล้วก็โดนระเบิดหรือโรงเรียนของเขาถูกเผา ครูไม่สามารถไปสอนได้ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นปัญหาที่มากอยู่แล้ว ไม่มีเหตุผลเลยที่เราจะต้องนำภาระเกี่ยวกับเรื่องภาษี รถยนต์ไปใช้บังคับกับโรงเรียนสอนศาสนาต่าง ๆ หรือโรงเรียนที่อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองผมจึงคิดว่าในร่าง พ.ร.บ. ๒ ฉบับนี้ในขั้นของการแปรญัตติ น่าจะต้องระบุลงไปให้ชัดเจนว่าสถานศึกษาทั้งหมดไม่ควรที่จะต้องเสียภาษีรถยนต์เลย เพราะว่าในร่าง พ.ร.บ. นั้นเขียนไม่ชัดเจน อย่างเช่นมีคำถามว่าโรงเรียนเอกชนเป็นอย่างไร ท่านเขียนมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาเท่านั้น ผมถามว่าโรงเรียนพื้นฐานเป็นอย่างไร โรงเรียนประถม โรงเรียนมัธยมจะต้องเสียอย่างนั้นใช่หรือเปล่า ซึ่งถ้าใช่ผมคิดว่า เป็นความขัดแย้งในเชิงนโยบายที่สำคัญของรัฐที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นแล้วก็เป็นสิ่งที่น่าเสียดาย และผมอยากจะขออนุญาตย้ำใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้รัฐบาลต้องเสียเงินให้กับครู สนับสนุนโรงเรียนสอนศาสนา ผมขออนุญาตระบุชัดเจนนะครับ ก็คือโรงเรียนเอกชน สอนศาสนาอิสลามซึ่งมีอยู่หลายร้อยแห่งในภาคใต้ แล้วก็โรงเรียนตาดีกาซึ่งเป็นโรงเรียน สอนเด็กเล็กมีอยู่อีกจำนวนนับพันแห่ง แล้วก็โรงเรียนเหล่านี้ทุกวันนี้ในความเป็นจริงก็ต้องใช้ รถยนต์ในการรับส่งนักเรียนแล้วก็ตระเวนทั้งรอบเช้าและรอบบ่ายอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นโรงเรียนเหล่านี้น่าจะได้รับการยกเว้นที่จะต้องไม่เสียภาษีรถยนต์ที่ใช้เพื่อการนี้ แล้วยิ่งไปกว่านั้นยังมีโรงเรียนศาสนาอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนวัดพุทธ หรือโรงเรียนคาทอลิก ก็ตาม ในส่วนของโรงเรียนวัดพุทธหรือคาทอลิกท่านอย่าเพิ่งคิดไปว่าเป็นโรงเรียนที่ร่ำรวย และมีชื่อเสียงนี้อยู่ในกรุงเทพฯ มีโรงเรียนวัดพุทธ แล้วก็โรงเรียนวัดคาทอลิก ที่อยู่ในต่างจังหวัดที่ยากจนยังมีอีกเยอะมาก โรงเรียนเหล่านี้เข้ามามีส่วนช่วยรับภาระ ทางด้านการศึกษาของประเทศของเรา เพราะฉะนั้นส่วนนี้ผมคิดว่าร่าง พ.ร.บ. นี้ควรจะต้อง ระบุให้ชัดเจน แล้วก็ไม่ควรจะต้องสร้างภาระเพิ่มขึ้นในเรื่องของภาษีรถยนต์ให้กับโรงเรียน เพราะฉะนั้นผมอยากจะขออนุญาตเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าขอให้ระบุ เป็นสถาบันการศึกษาทั้งหมด ไม่ใช่ระดับเฉพาะอุดมศึกษาเท่านั้น ระดับสามัญตั้งแต่อนุบาล ประถม มัธยม แล้วก็ไม่ใช่เฉพาะเป็นโรงเรียนรัฐ เป็นโรงเรียนเอกชน เป็นโรงเรียนศาสนา เป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องมีการระบุให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นแล้วนโยบายเรียนฟรี ๑๕ ปี ที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ได้เริ่มไว้ก็จะมีคนตั้งคำถามว่าให้เครื่องแบบได้ ให้อาหารกลางวันได้ ให้ตำรับตำราเรียนได้ และแม้กระทั่งวันนี้รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็บอก จะให้แท็บเล็ต (Tablet) อีก ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วท่านมาเก็บทำไมละครับกับค่าภาษีรถยนต์ ไม่กี่สตางค์แบบนี้ ทำให้ความรู้สึกของโรงเรียนทั้งหลายเหล่านี้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งคำถามว่าเจตนารมณ์นโยบายที่แท้จริงคืออะไร สิ่งเหล่านี้ ผมไม่อยากให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะว่าเราต้องการให้มีการแก้ไขปัญหา ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้และชนบทห่างไกลทั่วประเทศของเราในเรื่องการศึกษาอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นผมคิดว่ารัฐบาลใจกว้างเถอะครับ ยกสิ่งเหล่านี้ให้หมด เพราะว่าจริง ๆ เม็ดเงิน ก็เป็นเงินไม่มากเลย แล้วเราก็จะได้พูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเราพยายามที่จะช่วยแก้ไขปัญหา การศึกษาของชาติด้วยการลดค่าใช้จ่ายเพื่อที่จะได้มีงบประมาณไปใช้ในการทำสิ่งที่ จะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศของเรา ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ