บุญยอด สุขถิ่นไทย หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก โดยมีความกังวลเกี่ยวกับการขนส่งประจำทางที่อาจทำให้เกิดความยากลำบากต่อประชาชน และไม่เห็นด้วยกับมาตรา 13 ที่กำหนดอัตราการตรวจสภาพรถและค่าบริการที่ไม่เท่าเทียมกัน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการยกเว้นภาษีสำหรับรถยนต์บางประเภท
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็กราบเรียนต่อท่านประธานและท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม ซึ่งกรุณามาเสนอกฎหมายฉบับนี้ ผมโดยส่วนตัวอาจจะรู้จักท่านว่าท่านชื่ออะไร นามสกุลอะไร ก็ขอเรียนท่านนะครับว่าในเรื่องของกฎหมายมีความเป็นห่วง อยู่ ๒-๓ ประการด้วยกัน
ประเด็นแรก ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ปรับปรุงประเภทของหน่วยงานราชการที่ได้รับการยกเว้นภาษีประจำปีและนิรโทษกรรม ภาษีประจำปีที่ค้างชำระของหน่วยงานราชการ) ผมขอให้ท่านช่วยดูในมาตรา ๗ ซึ่งเป็นการ แก้ไขในมาตรา ๓๙/๑ ของพระราชบัญญัติ ปี ๒๕๒๒ ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตการประกอบการ ขนส่งประจำทางอาจจะนำรถที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ประกอบการขนส่งในเส้นทางหนึ่งไปใช้กับ การขนส่งอีกเส้นทางหนึ่งได้ในลักษณะที่หมุนเวียนก็ได้ด้วย การขออนุญาตและการอนุญาตนั้น เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง กำหนด สิ่งที่จำเป็นต้องฝากไว้เพราะเป็นความเป็นห่วงก็คือว่าการที่จดเส้นทางหนึ่งแต่ไปใช้ ในเส้นทางอื่นที่อาจจะกำไรมากกว่า คนมากกว่า มีประเพณี วันสงกรานต์ วันปีใหม่ต่าง ๆ เราจะควบคุมกันอย่างไร การดูแลเรื่องของจำนวนน่าจะเป็นสิ่งที่ต้องเข้มงวดกับการที่จะไป จดทะเบียน ไม่อย่างนั้นประชาชนของเส้นทางหนึ่งอาจจะได้รับความยากลำบากก็ได้ เพราะจดทะเบียนไว้แต่ไม่บริการ แต่เอาไปบริการในเส้นทางที่กำไรกว่า อย่างนี้เป็นต้น นี่คือเรื่องที่ฝากไว้ว่าท่านจะมีมาตรการดูแลในการที่จะไปออกหลักเกณฑ์ หลักการ วิธีการ อย่างไร
ประเด็นที่ ๒ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในมาตรา ๑๓ เป็นการแก้ไข มาตรา ๑๔๘/๑ เป็นเรื่องของการตรวจสภาพรถ ผู้ใดเก็บค่าบริการผิดไปจากอัตราค่าบริการ ที่อธิบดีกำหนด ระวางโทษปรับไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท ผมคิดว่าถ้าจะร่างกฎหมายกันแล้ว แล้วก็กำหนดตัวเลขที่เป็นตัวเลขตายตัวแบบนี้ ๕,๐๐๐ บาท ในขณะนี้ต้องถือว่าน้อย สำหรับคนที่ทำผิด ปรับไม่เกินด้วยนะครับท่านประธาน จะปรับเท่าไรก็ได้นะครับ อาจจะ ๑๐๐ บาท ๒๐๐ บาทก็ได้ แต่มันไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท แต่ว่าถ้าพูดถึงค่าครองชีพในขณะนี้ ค่าเงินในขณะนี้ และความผิดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ สถานตรวจสภาพอาจจะไปคิดราคา ของผู้ใช้บริการแต่ละราย แต่ละครั้ง รวม ๆ กันในแต่ละปีกว่าจะถูกตรวจจับได้ ถูกปรับ ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท ใครจะกลัวครับ ส่วนไม่แสดงราคา ปรับไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท ในมาตรานี้ ผมเห็นว่าเป็นอัตราที่น้อยเกินไปขอให้ทำการแก้ไขนะครับ ส่วนในเรื่องของการที่จะยกเว้นในพระราชบัญญัติรถยนต์ ที่จะยกเว้นในเรื่องของ การเก็บภาษี ผมเข้าใจว่าเรื่องของภาษีเป็นแค่ภาษีประจำปี คงจะไม่ใช่เป็นภาษีรถ ที่จะนำเข้ามาแล้วไม่เสียภาษี แต่อย่างไรก็ตามขอแสดงความเห็นว่าไม่เห็นด้วยนะครับ อาจจะเป็นคนแรก ๆ ที่บอกว่าไม่เห็นด้วย ผมคิดว่าอันนี้คือหลักคิดของการออกกฎหมายครับ ทุกคนในประเทศนี้ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน เท่าเทียมกันมิใช่หรือ ทำไม จึงออกกฎหมายที่ให้ระบบราชการหรือว่าหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ต้องเสียภาษี ทำไมมีคนหลายคน ในสภานี้ไม่ใช่หรือครับ ที่เรียกร้องเรื่องไม่ ๒ มาตรฐาน นี่มันกฎหมาย ๒ มาตรฐานชัด ๆ ครับ ท่านประธานครับ กฎหมายที่บอกว่ากลุ่มหนึ่งทำแบบนี้ได้ อีกกลุ่มหนึ่งทำแบบนี้ไม่ได้ ทำไมแท็กซี่หาเช้ากินค่ำขอบ้างได้ไหมครับ ไม่เสียภาษีประจำปีได้ไหมครับ ทำไม รถตุ๊กตุ๊กขอบ้างไม่ได้ละครับ ทำไมรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างขอบ้างไม่ได้หรือครับ ผมคิดว่า ถ้าโดยหลักคิดก่อนนะครับ หลักคิดของหลักการออกกฎหมายต้องเท่าเทียมกัน ท่านเสียภาษีมา ก็เป็นภาษีที่เข้าหลวงอยู่แล้ว กระเป๋าซ้ายไปกระเป๋าขวาอยู่แล้ว เราต้องควบคุมครับว่า หน่วยงานแต่ละหน่วยจะต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้ ก็ต้องตั้งงบประมาณต่าง ๆ เข้าไปดูแล จัดการเรื่องนี้ เสียภาษีให้ถูกต้อง เราไม่ควรจะหรี่ตาให้หรือนิรโทษกรรมภาษีให้ด้วยซ้ำไป สำหรับคนที่หลบเลี่ยงภาษีมาโดยตลอด ถ้าหลบเลี่ยงภาษีมาก็ต้องเสียภาษี แล้วก็มี อัตราดอกเบี้ยไม่ใช่หรือครับ นี่คือหลักมาตรฐานสากลโดยทั่วไปครับที่เราเสียภาษี ภาษี กับความตายเป็นเรื่องที่เราหนีกันไม่ได้ไม่ใช่หรือครับ ผมคิดว่าโดยหลักการของการออกกฎหมายนี้ เป็นหลักการที่ผิดต่อธรรมชาติของสิ่งที่เป็นการออกกฎหมายอย่างแท้จริง นอกจากนั้น สิ่งที่ต้องคำนึงถึงตามมาก็คือว่าจะมีวิธีการไหมครับ ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการครับว่า ต่อไปหน่วยงานราชการก็จะจดทะเบียนกันมากขึ้น ให้เข้ามาในระบบราชการจะได้ไม่ต้อง ไปเสียภาษีอย่างไรครับ วันนี้ท่านมีฐานตัวเลขแล้วหรือยังว่าแต่ละหน่วยราชการ แต่ละมูลนิธิ แต่ละวัด แต่ละสถานประกอบพิธีกรรมทั้งหลาย มัสยิดหรือมิซซังต่าง ๆ ที่ว่าขณะนี้มีอยู่กี่คัน ผมเชื่อว่าจะก้าวกระโดดแน่นอนในปีถัด ๆ ไป เพราะแอบไปจดในนามของคนเหล่านี้ หรือหน่วยราชการเหล่านี้ แล้วบรรดาคนที่เกี่ยวข้อง กรรมการบริหาร กรรมการมูลนิธิ แทนที่จะต้องซื้อรถส่วนตัวผมก็ไปฝากให้มูลนิธิซื้อให้ จดทะเบียนให้ ไม่ต้องเสียภาษีแต่ละปี อย่างนี้ไม่เอาเปรียบคนจนหรือครับ ต้องถามตรง ๆ แรง ๆ อย่างนี้นะครับ เพราะว่า นี่คือกฎหมายที่เพิ่งหยิบยกขึ้นมาใช้กันในขณะนี้นะครับ เพิ่งจะมาบัญญัติกันในขณะนี้ ทบทวนกันให้ดีหรือยังครับว่า นี่คือการผิดต่อหลักการในการออกกฎหมายอย่างเท่าเทียม หรือเปล่า ไปยกเว้นให้แล้วยังไปนิรโทษกรรมเรื่องเก่าให้อีก ผมคิดว่าถ้าได้ในเรื่องนี้ ผมก็เชื่อว่ารัฐบาลนี้จะหยิบยกกฎหมายแบบนี้เข้ามาอีก ยกเว้นเรื่องต่าง ๆ ให้กับ หน่วยงานบางหน่วย ยกเว้นให้กับคนบางคนเข้ามาอีก อย่างนี้ผมเรียกว่า ๒ มาตรฐานครับ ท่านประธานครับ ผมไม่รับครับ ขอบพระคุณครับ