กษิต ภิรมย์ แสดงความกังวลต่อคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญที่อนุญาตให้รัฐบาลออก พ.ร.ก. โดยชี้ว่ารัฐบาลมุ่งเน้นงบประมาณก่อนจัดทำแผนแม่บทการจัดการน้ำอย่างรอบด้าน ทั้งแผนโครงสร้างพื้นฐาน ระบบเตือนภัย และการอพยพ ซึ่งขัดกับหลักการบริหารจัดการที่ถูกต้องและอาจสร้างความไม่มั่นใจทั้งต่อประชาชนและนักลงทุนต่างชาติ จึงไม่เห็นชอบกับการออก พ.ร.ก. นี้จนกว่าจะมีแผนงานที่เป็นรูปธรรม โปร่งใส และได้รับการศึกษาวิเคราะห์จากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญอย่างรอบคอบ พร้อมชี้แจงประเด็นการท้าแข่งขันระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยเน้นย้ำความสำคัญของการทำความดีเพื่อประเทศชาติด้วยความโปร่งใสและธรรมาภิบาล
ขอบคุณครับท่านประธานครับ กระผม กษิต ภิรมย์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ คำตัดสิน ของศาลรัฐธรรมนูญนั้นให้รัฐบาลสามารถดำเนินการกับ พ.ร.ก. ทั้ง ๒ ฉบับได้ แต่ผม ก็ค่อนข้างจะกังวลใจนิดหนึ่งที่มีเพื่อนสมาชิกสภาบางท่านออกมาขอบใจศาลรัฐธรรมนูญ ที่จริงคงไม่ใช่เป็นเรื่องของขอบใจไม่ขอบใจครับ จะยินดีกับการตัดสินใจก็สามารถจะยินดีได้ เพราะว่ามันทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่าถ้าเผื่อศาลรัฐธรรมนูญมิได้ตัดสินดังที่ได้ตัดสินไปแล้ว พวกที่จะไม่ขอบใจนั้นจะออกมาประท้วงแล้วก็เผาบ้านเผาเมืองหรือเปล่า อยากจะให้ เพื่อนสมาชิกทั้งหลายปฏิบัติเหมือนสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ครับ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญ มีมติมาแล้วก็ประพฤติตามนั้นรับมติแล้วก็มาร่วมกันทำงานให้กับบ้านเมืองต่อไป ท่านประธานครับ คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญนั้นก็เกี่ยวกับให้รัฐบาลดำเนินเกี่ยวกับ พ.ร.ก. ได้ดังกล่าว แต่ศาลรัฐธรรมนูญมิได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเนื้อหาของการที่จะป้องกันน้ำท่วม การจัดการบริหารน้ำต่าง ๆ ในอนาคต หน้าที่ที่เกี่ยวกับเนื้อหานั้นเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ที่จะต้องจัดทำแผนแม่บทแล้วก็แผนย่อยต่าง ๆ แล้วมันก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านที่จะต้อง ติดตามดูแลเพื่อให้แผนนั้นเป็นจริงเป็นจังไม่มีการทุจริตมิชอบต่าง ๆ แล้วมันก็เป็นหน้าที่ ของภาคประชาชน ภาคชุมชน ภาคประชาสังคมที่จะต้องเข้ามามีส่วนร่วม ส่วนติดตาม แล้วก็ได้ประโยชน์แต่ผู้เดียว ไม่ใช่ไปตกกับกลุ่มผลประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ประเด็นปัญหา ก็คืออย่างนี้ครับท่านประธานที่ทำให้พวกกระผมหวาดหวั่นไปมาก เพราะโดยตลอดมา ทางรัฐบาลก็มุ่งแต่ตัวเลขงบประมาณเป็นแสน ๆ ล้านบาทก่อนที่จะมีการจัดทำแผนแม่บท และนอกจากนั้นแล้วทั้ง ๆ ที่รัฐบาลโดยเฉพาะใน ครม. นั้น ก็เต็มไปด้วยนายพล นายพัน นายร้อย ซึ่งก็มาจากหน่วยทหาร ตำรวจ ซึ่งคงจะทราบกันดีว่าฝ่ายทหาร ตำรวจนั้น จะทำอะไร จะต้องมีแผนเสียก่อน ตัวเลขมาทีหลัง แต่นี่มันค่อนข้างจะดูกลับหัวกลับหางว่า มีแต่งบประมาณเสียก่อน เอาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ทั้งงบประจำ งบเงินกู้ ตั้งกองทุน พิเศษต่าง ๆ เหล่านี้มาก่อน มันก็ทำให้มีความหวาดหวั่นใจ ก็คิดว่าควรจะมีแผนแม่บท แล้วก็มีแผนย่อยเกี่ยวกับการจัดการบริหารน้ำ แผนเกี่ยวกับการจัดการเกี่ยวกับโครงสร้าง พื้นฐาน แผนเกี่ยวกับระบบเตือนภัย แผนเกี่ยวกับการอพยพผู้คนแล้วก็ฝึกอบรมผู้คนในการ ที่จะอพยพ และที่สำคัญจะต้องมีห้องปฏิบัติกลางระดับชาติที่ใช้ดาวเทียมให้เป็นประโยชน์ ในการที่จะตรวจสอบความเคลื่อนไหวของน้ำแล้วก็สถิติของน้ำฝนอะไรต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น หากต่าง ๆ เหล่านี้มันเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อจะให้ความมั่นใจต่อประชาชนว่าเงินที่จะได้รับมา เป็นแสน ๆ ล้านบาทนั้นจะนำไปสู่การใช้อย่างจริงจังเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ นอกจากนั้นแล้วข่าวคราวที่ทราบกันมานอกจากการประชุมที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ เกี่ยวกับ การจัดการที่ดินแล้ว เราก็ไม่ทราบว่ามีการประชุมฝ่ายเทคนิควิชาการ ฝ่ายวิศวกรต่าง ๆ หรือไม่ มีการประชุมกับผู้เชี่ยวชาญของธนาคารโลก ธนาคารเอเชีย หรือกับสหประชาชาติ หรือกับประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือ เรื่องของประเทศญี่ปุ่นก็ดี ประเทศเยอรมัน หรือประเทศสหรัฐอเมริกาก็ดีหรือไม่ มีการอ้างอิงถึงผลงานในอดีตจะเป็นของสำนักงาน ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ของสถาบันเอไอที (AIT) หรือของธนาคารโลกหรือไม่ ทั้งหมด ทั้งปวงเหล่านี้มันไม่มีข่าวออกมาว่าได้มีการประชุมเทคนิควิชาการกับท่านผู้รู้ไทยและเทศ นอกจากนั้นแล้วก็ไม่มีข่าวออกมาเลยว่าได้มีการศึกษาวิเคราะห์ประสบการณ์ที่ผ่านมา ในน้ำท่วมครั้งใหญ่เหล่านี้ แล้วถ้าเผื่อเราสามารถที่จะนำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มาประมวล แล้วบอกให้กับประชาชนได้ก่อนที่จะมาขอเงินเป็นแสน ๆ ล้านบาทจากประชาชนนี้ มันก็จะเป็นสิ่งที่ดีให้ความมั่นใจได้ แต่มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น นอกจากนั้นแล้วรัฐบาลก็ยังไม่ได้ ให้คำมั่นสัญญาว่าจะใช้เงินอย่างไรเพื่อให้ประกันเรื่องของความโปร่งใสต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นโดยสรุปแล้วที่ผมไม่เห็นด้วยกับการที่จะออก พ.ร.ก. ก็เพราะว่ารัฐบาลมุ่งที่จะ เอาเงินมาก่อน ทำแผนทีหลัง ซึ่งก็เสมือนกับว่ารัฐบาลเป็นเสือหิวครับ หิวโซ หิวเงิน แต่ว่า ไม่มีแผนงานที่จะให้เป็นเรื่องเป็นราว นอกจากนั้นแล้วเราจะมองกันแค่ตัวเองไม่ได้ ต่างประเทศก็มองเราอยู่ เช้านี้มันก็ได้มีข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ว่าวงการธุรกิจญี่ปุ่นเขาก็ยัง พูดมาเป็นเวลา ๔-๕ เดือนอีกแล้วว่าเราไม่มีแผนปฏิบัติการหรือที่เรียกว่าแมเนจเมนท์ แพลน (Management plan) เพราะฉะนั้นแล้วตราบใดที่เรายังไม่มีแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหาร จัดการทั้งหมด ประเด็นปัญหาของการลงทุนต่อไปของการจะโยกย้ายโรงงานออกไปจาก ประเทศไทย หรือโดยเฉพาะเรื่องของการประกันภัยก็จะเป็นประเด็นปัญหาของประเทศไทยอยู่ เราอาจจะหลอกกันเองได้ครับ แต่เราหลอกต่างประเทศไม่ได้ เพราะมีผู้รู้ มีผู้ที่มองเราอยู่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือมันจะต้องมีแผนออกมาก่อน ใช้เงินนั้นมันชะลอได้ครับ เอาสติปัญญามาเสียก่อนอย่าหิวโซ
ส่วนประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน เมื่อวานรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศได้ท้าอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คุณกรณ์ ให้มาคิดเลขแข่งกัน ผมคิดว่าเรามาแข่งกันทำความดีเพื่อประเทศชาติด้วยความโปร่งใส ด้วยธรรมาภิบาล อันนี้ เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ