อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ พูดถึงการออกพระราชกำหนดเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัย โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการออกพระราชกำหนดนี้ และอ้างเหตุผลที่ว่าในอดีตรัฐบาลที่ผ่านมาได้ออกพระราชกำหนดเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้ง และเชื่อว่าเหตุผลของรัฐบาลในครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน นอกจากนี้ยังอ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีความเห็นว่าการออกพระราชกำหนดนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหาร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนพระราชกำหนดปรับปรุง การบริหารเงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนา ระบบสถาบันการเงิน ปี ๒๕๕๕ เนื่องจาก พ.ร.ก. นี้ได้มีปัญหามาตั้งแต่ระบบเศรษฐกิจ เมื่อปี ๒๕๔๐ และอีก พ.ร.ก. หนึ่งก็คือ พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๕ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนว่าหลายรัฐบาลที่ผ่านมาในอดีตก็ได้ออก พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อมาแก้ปัญหาประเทศ เช่นเดียวกัน แต่ละเหตุผล แต่ละรัฐบาลนั้นก็มีปัญหาแตกต่างกันไปตามสถานการณ์ของเวลานั้น ๆ รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เองที่ผ่านมาก็ได้ออก พ.ร.ก. เงินกู้เพื่อมาแก้ปัญหาประเทศ เช่นเดียวกัน เรียกว่าโครงการไทยเข้มแข็ง ฉะนั้นผมเชื่อว่าเหตุผลของรัฐบาล นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ในการออก พ.ร.ก. เพื่อมาแก้ปัญหาอุทกภัยที่เกิดครั้งใหญ่ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเกิดความเสียหายแก่พี่น้องประชาชนและประเทศอย่างต่อเนื่องต่อระบบเศรษฐกิจ และสังคมอย่างรุนแรง รัฐบาลจึงมีความจำเป็นที่จะออก พ.ร.ก. เพื่อนำเงินนั้นมาแก้ปัญหา ของประเทศ และผมเชื่อว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมาก็ให้เหตุผลในการออก พ.ร.ก. เพื่อมา แก้ปัญหาประเทศคล้าย ๆ กัน เพราะมีความจำเป็นเร่งด่วน และผมเชื่อว่าทุกรัฐบาลนั้น มีความตั้งใจที่จะพัฒนาแก้ปัญหาประเทศในขณะที่มาเป็นรัฐบาล แต่เนื่องจากว่าเหตุผล ของแต่ละรัฐบาลนั้นแตกต่างกัน เมื่ออยู่ในสถานะการเป็นรัฐบาลก็อาจจะอ้างเหตุผล แต่ในขณะเดียวกันฝ่ายค้านเองก็จะต้องตรวจสอบให้มีการถ่วงดุลในการแก้ปัญหา แต่ผม เชื่อว่าในระบบราชการของประเทศไทยนั้นมีระบบที่ทำให้พี่น้องประชาชนให้ความมั่นใจ ฝ่ายรัฐบาลเองก็ดำเนินการในการนำเงินกู้ไปพัฒนาประเทศนั้นก็อยู่ภายใต้การดำเนินการ ของข้าราชการ บางส่วนก็ได้ดำเนินการโดยให้ส่วนราชการไปดำเนินการ เช่นหน่วยทหาร บางส่วนก็จะดำเนินการในระบบจ้างผู้รับจ้าง ในระบบจ้างผู้รับจ้างนั้น ผมก็เชื่อว่า มีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ เงินต่าง ๆ ที่ออกมาเป็น พ.ร.ก. นั้นก็จะลงไปถึง กระทรวง ทบวง กรม ดำเนินการตามวิธีระเบียบของราชการทุกหน่วยราชการ ไม่ว่าจะเป็น กรมชลประทาน กระทรวงคมนาคม ไม่ว่าจะเป็นส่วนภูมิภาคผ่านไปผู้ว่าราชการจังหวัด ถึงนายอำเภอหรือว่าเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยราชการต่าง ๆ เหล่านั้น ก็จะนำเงินที่ได้ไปนั้นไปพัฒนาประเทศตามระเบียบอยู่แล้ว ฉะนั้นทางฝ่ายค้านเองจะมองว่า การออก พ.ร.ก. นี้บางคนบอกว่านำไปไม่เกิดประโยชน์ ไม่มีรายละเอียด ผมกราบเรียนว่ารายละเอียด ในการที่จะนำมาเสนอให้ออก พ.ร.ก. นั้น ผมเชื่อว่าหน่วยราชการทุกหน่วยก็ทำเรื่องขอผ่านมา แต่ว่ายังไม่สำเร็จแล้วออกมาเป็น พ.ร.บ. ของปีหน้าได้ ถ้าทำอย่างนั้นเขาก็เรียกว่า พระราชบัญญัติงบประมาณซึ่งทำให้ล่าช้า ฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่การออก พ.ร.ก. เงินกู้ เพื่อจะมาพัฒนาประเทศโดยเร่งด่วน ผมได้นั่งฟังสมาชิกได้อภิปรายมาเมื่อวานนี้ทั้งวัน แต่ก็ไม่มีใครที่หยิบยกเรื่องมติของศาลรัฐธรรมนูญขึ้นมาให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบเลย ผมได้อ่านชุดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด ๔๖ หน้า ละเอียดเมื่อวาน แต่ผมก็จะ ขออ่านในตอนท้ายของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ท่านสมาชิกทั้งหลายได้รับทราบว่า ความเห็นของศาลรัฐธรรมนูญนั้นเขียนไว้ละเอียดมาก เรื่องว่านำเงินไปทำอะไร แล้วก็นำเงินไป โดยถูกกฎหมายหรือไม่ ผมขออนุญาตอ่านอย่างนี้นะครับท่าน ศาลได้พิจารณาข้อเท็จจริงทั้งหมด ประกอบกันแล้วเห็นว่า การตราพระราชกำหนดทั้ง ๒ ฉบับดังกล่าวไม่ถึงกับเป็นการฝ่าฝืน บทบัญญัติรัฐธรรมนูญตามที่ผู้เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานแห่งสภาทั้งสอง แต่ความจำเป็น ดังกล่าวเกิดขึ้นอันมีสาเหตุเนื่องจากวิกฤติอุทกภัยอย่างใหญ่หลวงและมีความจำเป็นรีบด่วน ที่จะต้องใช้มาตรการป้องกันและเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งมาตรการดังกล่าว มีความเกี่ยวเนื่องกันในการป้องกันและแก้ปัญหาดังกล่าว ประกอบกับในชั้นนี้ยังไม่มีมูลกรณี ชี้ให้เห็นว่าคณะรัฐมนตรีได้ตราพระราชกำหนดขึ้นมาโดยไม่สุจริตหรือใช้ดุลยพินิจ บิดเบือนหลักการของรัฐธรรมนูญ จึงเห็นว่าเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วน อันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ วรรคสอง ศาลรัฐธรรมนูญโดยมติ ๗ ต่อ ๒ เห็นว่าการตราพระราชกำหนดปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้ เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ วรรคหนึ่งและวรรคสอง ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นจึงวินิจฉัยว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำ และสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๕ และพระราชกำหนดปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นไปเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ของประเทศ และเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ วรรคหนึ่งและวรรคสอง ลงชื่อ นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านจะเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้นได้วินิจฉัย แล้วก็อ้างถึง ความจำเป็นทุกอย่างแล้ว กระผมจึงมีความเห็นว่า พ.ร.ก. ทั้ง ๒ ฉบับ ที่จะผ่านสภาในวันนี้ มีประโยชน์กับพี่น้องประชาชนและต่อประเทศชาติ ผมจึงให้การสนับสนุนทั้ง ๒ พ.ร.ก. ครับ ขอบคุณครับ