สุกิจ อัถโถปกรณ์ แถลงว่า พ.ร.ก. ฉบับใหม่ไม่ได้แก้ปัญหาน้ำท่วม แต่เป็นการกู้เงินเพื่อช่วยรัฐบาลที่ขาดประสบการณ์ในการบริหารจัดการน้ำ และไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตในการจัดการเงินของประเทศ สุกิจ อัถโถปกรณ์ กล่าวหาว่ารัฐบาลอ่อนหัด บริหารไม่เป็น และเห็นแก่ พรรคพวก ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดต่างๆ รวมถึงเรื่องการกู้เงินและโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่ไม่โปร่งใส และไม่มีการคุยกับชาวบ้านในเรื่องนี้ สุกิจ อัถโถปกรณ์ หารือเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตในการจัดการโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วม และเรียกร้องการตรวจสอบและความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงิน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็คือเรื่องของ พ.ร.ก. ๔ ฉบับ ต้องเรียนนะครับว่าเป็นผลจาก ความผิดพลาดของการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลอย่างแท้จริง เป็นผลจากการขาด ประสบการณ์การทำงานของผู้นำประเทศอย่างแท้จริง จึงทำให้เกิดน้ำท่วมอย่างร้ายแรงที่สุด ครั้งหนึ่งในประเทศไทยนะครับ ที่สำคัญที่น่าเสียดายท่านประธานครับ คือชีวิตคน ๘๐๐ กว่าชีวิตครับที่ต้องเสียไปโดยไม่จำเป็นจากความผิดพลาดครั้งนี้ โรงงานอุตสาหกรรม ๘๔๑ โรง ได้รับความเสียหายครับ เพราะเขาไปเชื่อคำพูดของรัฐบาลที่ว่า เอาอยู่ เท่านั้นละครับ ตอนนี้ความเชื่อมั่นของนักอุตสาหกรรมทั่วโลกเลือนหายไปจากประเทศไทยครับ ไร่นา บ้านเรือนของพี่น้องประชาชนน่าสงสารครับ น้ำท่วมอยู่เป็นเดือน ๆ แต่ก็ยกเว้นบางที่ ขาใหญ่สั่งห้ามไม่ให้น้ำเข้าครับ ก็มีครับ นี่คือความผิดพลาดของการบริหารจัดการน้ำครับ วันนี้ก็เลยรีบร้อนมาออก พ.ร.ก. ๔ ฉบับ จุดประสงค์จริง ๆ บอกได้เลยเพื่อกู้เงินเท่านั้นละครับ ผมพูดประเด็นนี้เพราะจะฝากไปถึงพวกที่ชอบว่าคนอื่นเขาครับ สมัยที่ผมเป็นฝ่ายรัฐบาล เขาบอกว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์เอาแต่กู้ เอาแต่กู้ แล้ววันนี้ท่านกำลังทำอะไรครับ ถึงตาลีตาเหลือก มาออก พ.ร.ก. ก็มากู้เงินนั่นละครับ แล้วก็กู้มากเสียด้วย คือกล่าวหาคนอื่นเสียจนมีคนเชื่อ มีคนบอกผมว่าไม่เลือกพรรคประชาธิปัตย์เพราะว่าเอาแต่กู้ เที่ยวนี้ต้องฝากกลับไปยัง พี่น้องประชาชนเลยครับว่าให้ดูครั้งนี้ครับว่ารัฐบาลนี้มาอยู่แค่ ๖ เดือน แต่กู้ล้ำหน้า พรรคประชาธิปัตย์ไปแล้วครับ เพราะฉะนั้นเลือกตั้งครั้งหน้าท่านพิจารณาใหม่นะครับ พ.ร.ก. ๓ ฉบับแรก รวมกันแล้วกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน แล้วก็อีกฉบับหนึ่ง ไปเบียดบังแบงก์ชาติให้เอาเงินออกมาอีก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาให้ธนาคารเอกชนกู้ ถ้าบวกกับที่มาโปะงบประมาณขาดดุลอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกกันเองเถอะครับ ผมบวก ไม่ไหวแล้ว รู้แต่ว่าถ้าปล่อยให้รัฐบาลนี้อยู่ครบ ๔ ปี ลูกหลานของเราเตรียมตัวเถอะครับ เกิดมา ก็เป็นหนี้หัวโตละครับ เพราะว่ารัฐบาลนี้เอาแต่กู้จริง ๆ แล้วหาเงินเข้าประเทศไม่เป็นครับ ไม่เป็นอย่างไรครับ ดูสิครับสิ่งที่ทำรายได้ให้กับประเทศชาติในแต่ละปีอย่างมากมาย พืชผล การเกษตรไปดูเลยครับทุกวันนี้ตกต่ำทุกตัวครับ ยางพาราก็ตกต่ำ ปาล์มน้ำมันก็ตกต่ำ เมื่อวานนี้มันสำปะหลังเขาเข้ามาปิดถนนกัน นี่ละครับท่านประธานครับ ผมจะพูดถึง พ.ร.ก. ที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ อันนี้ให้กู้เลยเนท ๆ (Net) ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ขอเรียนว่าในฐานะที่เป็นฝ่ายค้านที่ต้อง ทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน กับการที่จะมาช่วยพี่น้องประชาชน น้ำท่วมผมเห็นด้วยละครับ แต่กับ พ.ร.ก. อันนี้เราไม่เห็นด้วยครับ เพราะเหตุผล ๒ ประการ เหตุผลแรกท่านประธานครับ เพราะผมไม่เชื่อฝีมือของรัฐบาลนี้ครับว่าจะแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ เหตุผลที่ ๒ ก็คือผมไม่เชื่อในความโปร่งใสในความซื่อสัตย์สุจริตของรัฐบาลนี้ ทีละเหตุผลครับ
เหตุผลแรกไม่เชื่อฝีมือ ก็เชื่อได้อย่างไรครับท่านอภิชาตพูดไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ ก็น้ำท่วมที่ผ่านมานี่เป็นการพิสูจน์อย่างดีว่ารัฐบาลอ่อนหัด บริหารไม่เป็น แล้วก็ยังมีการเห็นแก่ พรรคพวกด้วย โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของพี่น้องประชาชน หลายแห่งครับ ผู้ยิ่งใหญ่ ประกาศว่าอย่าให้น้ำเข้ามาในพื้นที่ของตัวเองเขาก็ทำกัน ที่สำคัญครับ ดีแต่ตั้งวงเงิน แต่ไม่มีโครงการ ไม่ใช่ผมพูดเองครับ คนที่พูดก็คือผู้หลักผู้ใหญ่ ที่อยู่ในหน่วยงานที่ท่านตั้งเข้ามานั่นละ แถมท่านยังบอกว่ากรรมการที่ตั้ง ๆ ไป ประชุมกัน น้อยมากเลย แล้วก็จริงอย่างว่าวันนี้มาแล้วครับ แผนงาน ที่จริงผมทราบมาก่อนว่ามี ๑๔ หน้า ๓.๕ แสนล้านบาท ใช้หมดเลยครับ ในแผนงาน ๑๔ หน้านั้น แต่เมื่อมาถึง ส.ส. ให้ความสำคัญ เป็นพิเศษครับ เหลือ ๒ หน้าครับ ที่เป็นเนื้อหา ไม่ใช่ ๒ หน้า ๑ หน้ากับนิดหนึ่ง แล้วก็เป็น แผนงาน แผนงานอย่างนี้ผมก็ทำได้ครับ ผมเขียนเองก็ได้ ๕ นาทีก็เสร็จครับ แต่ที่เราอยากเห็น คือโครงการ พวกผมถึงมาแย้งอย่างไรว่าก่อนจะกู้เงินไม่จำเป็นต้องรีบร้อนหรอก ให้โครงการ มันออกมาก่อนแล้วกู้ มันก็ไม่ได้เสียหายอะไร ไม่ได้ชักช้าอะไร แต่เพื่อความโปร่งใส เพราะเงินที่กู้มานี้มันต้องไปเป็นภาระของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ และแผนงาน เป็นอย่างไรครับ แก้มลิง เอาเรื่องแก้มลิงก่อน บอกว่าเหนือจากจังหวัดนครสวรรค์ขึ้นไป ๙๐๐,๐๐๐ ไร่ หาได้แล้ว ผมขอเรียนถามครับว่าได้ไปตกลงกับพี่น้องประชาชนหรือยังว่า จะจัดการในฐานะที่เขาต้องเป็นคนที่รับทุกข์แทนคนอื่นเขานะครับ เวลาน้ำท่วม แก้มลิง ก็คือหมายถึงว่าเอาน้ำนั่นละทั้งหมดไหลเข้าไปในที่ของเขา เมื่อมันล้นไปจากแม่น้ำ ถามว่า ไปทำอะไรหรือยัง ไปคุย ไปถามความเห็นเขาหรือยัง ตอบว่าตอนนี้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด จัดการอยู่ ผมไม่เชื่อหรอกครับว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจะทำเรื่องนี้ได้ ที่สำคัญก็คือ ชาวบ้าน เขายินยอมไหม ชาวบ้านเขามีส่วนร่วมไหม นี่บอกว่าแก้มลิงตั้งงบไว้ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นตัวเลขกลม ๆ เลย และมันจะได้อย่างนี้หรือครับ ๒,๐๐๐,๐๐๐ไร่ ก็ว่ากันต่อไปครับ แต่ว่าที่สำคัญคือต้องให้พี่น้องประชาชนยินยอมพร้อมใจครับ ไม่ใช่เอาหน้าม้ามาออกทีวี เห็นด้วยไม่กี่คน อย่างนั้นไม่ได้หรอกครับ เหล่านี้ครับ ผมขอเวลาเพิ่มนิดหนึ่งเถอะครับ ท่านประธานหักจากฝ่ายค้าน เพราะว่าที่จริงแล้วผมขอไว้ ๑๐ นาทีครับ เหล่านี้คือปัญหา ที่ต้องตอบครับ
เหตุผลที่ ๒ ที่ผมจะพูดก็คือเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริต จะให้ผมยอมเชื่อ ได้อย่างไรครับ ในเมื่อแค่ซื้อถุงยังชีพเมื่อตอนน้ำท่วมยังทุจริตกันอยู่เลย แล้วเงินก้อนนี้ แม้เขียนไว้ว่าจะต้องรายงานต่อสภา แต่เมื่อมันลงไปในพื้นที่ ลงไปทำแล้ว อย่างที่หลายท่าน ได้พูดนะครับว่ามันไม่ใช่ว่าจะตรวจสอบกันง่าย ๆ โดยเฉพาะโครงการเร่งด่วนกันทุกโครงการ อย่างนี้มันยิ่งเข้าทางเลยครับ ก็คงจะลงเอยด้วยวิธีพิเศษกันทั้งหมด ดังนั้นท่านประธาน กับผมหรือทุกคนก็คอยดูกันต่อไปเถอะครับว่าโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมมันจะแก้ได้ผล หรือไม่ ยังไม่แน่ครับ แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ มันต้องมีคนอิ่มหมีพีมัน คงจำกันได้นะครับ ผู้นำประชานิยมบางคนทำประเทศเป็นหนี้เป็นสินมากมาย แต่ผู้นำและญาติโกโหติการวยกัน ทั้งโคตรเลยครับ จนต้องเอาเงินไปซุก ใครเคยรับซุกบ้างก็คงจะรู้กันอยู่นะครับ นี่พอ พ.ร.ก. กู้เงินออกมาก็เริ่มมีแล้วนะครับ อย่างกรณีของโฟร์ซีซั่นส์เริ่มปรากฏออกมาแล้วครับ แล้วจะไว้ใจกันได้อย่างไรนะครับ
อีกฉบับหนึ่งนะครับ ผมคงใช้เวลาไม่นานแล้วนะครับ ก็คือ พ.ร.ก. ปรับปรุง การบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบ สถาบันการเงิน ที่อ้างว่าเป็นหนี้สินกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน เขาบอกว่าควรจะจัดการจัดระบบการชำระหนี้เงินกู้เสียใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และไม่เป็นภาระต่องบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลอีกต่อไป เขาบอกว่ายังกล่าวหานะครับว่า พูดว่าการใช้หนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินซึ่งตั้งต้นที่ ๑.๔๔ ล้านล้านบาท ที่ผ่านมาเป็นไปอย่างช้ามาก อันนี้ขอเรียนนะครับว่าเป็นคำพูดที่ จัดขึ้นมาหรู ๆ เท่านั้นครับ เหตุผลจริง ๆ ก็คือต้องการจะกู้เงินครับ เอาเพดานเงินให้มัน เปิดกว้างขึ้น โดยเอาหนี้อันนี้ล่ะครับ มายัดใส่มือธนาคารแห่งประเทศไทย จะได้มีเพดานกู้ แล้วก็ได้กู้งวดนี้ออกมา นี่ละครับคือเหตุผลที่แท้จริง นั่นก็คือให้ธนาคารแห่งประเทศไทยไปรีดเงินเพิ่มจากธนาคารพาณิชย์ ก็ต้องถามต่อละครับว่า แล้วธนาคารพาณิชย์ละครับจะไปรีดเพิ่มจากชาวบ้านอีกเท่าไร เท่านี้ชาวบ้านเขายังเดือดร้อน ไม่พออีกหรือครับ ไหนจะข้าวของแพง น้ำมันแพง ผลิตผลการเกษตรตกต่ำ เรียกว่าหนักหนา สาหัสก็แล้ว นี่ก็ได้ข่าวแล้วนะครับเริ่ม ๆ แล้วว่าต่อไปนี้ใครมีเงินเยอะไปถอนเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท เขาก็จะเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มแล้ว
ประเด็นสุดท้ายท่านประธานครับสั้น ๆ ครับ ผมขอเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านทำงานเหมือนกับเป็นรายการโชว์มากกว่าที่จะทำจริง ๆ เพราะท่านถือนะครับว่า พูดวันนี้ไม่กี่วันคนเขาก็ลืมในโลกยุคนี้ อย่างเช่นบอกว่าการปลูกป่า ๓๓๐,๐๐๐ ไร่ ใน ๓ เดือน ท่านนริศบอกแล้วครับมันเป็นไปไม่ได้หรอกครับเรื่องแบบนี้ ท่านจะพูดทำไม พูดให้มันเป็น ที่ชื่นชมหรืออย่างไรครับ สร้างสถิติโลกหรืออย่างไร ผมอยากให้ไปศึกษาโครงการปลูกป่านี้ เป็นเรื่องที่ดี อยากให้ไปศึกษาการปลูกป่าเมื่อปี ๒๕๓๖ ของรัฐบาล ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ครับ เป็นการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด แล้วก็ยังปรากฏผลงาน ให้เห็นอยู่ทุกวันนี้ครับ เพราะฉะนั้นหยุดโชว์เสียทีครับ มาอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง แล้วก็ ทำงานให้จริงจังเถอะครับ แต่สำหรับวันนี้ผมไม่รับครับ ท่านประธานครับ พ.ร.ก. ทั้ง ๒ ฉบับ ไม่รับครับ ขอบคุณครับ