เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ระบุว่า พ.ร.ก. ที่เสนอจะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมและสร้างอนาคตของประเทศ โดยมีข้อดีคือมีแหล่งเงินทุนแน่นอนในการบริหารจัดการน้ำ และเป็นการลงทุนที่จะทำให้ประเทศไทยแข่งขันกับประเทศอื่น แต่ขอให้ดูรายละเอียดว่าในแต่ละที่จะใช้เงินอย่างไร
ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นขออนุญาตขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญนะครับ เพราะผมก็ได้กล่าวหาท่านเหมือนกันว่าถ้าไม่ผ่านนะครับ ต้องรับผิดชอบ เพราะอะไรครับ เพราะว่าวิกฤติน้ำท่วมนี้พูดทุกคนครับ มันรุนแรงจริง ๆ นะครับ เสียหายเยอะแยะ ภาพลักษณ์ประเทศก็เสีย เพราะฉะนั้นถ้าไม่ผ่านมันก็เป็นเรื่องร้ายแรง เพราะฉะนั้น ต้องขอขอบคุณนะครับที่ว่าถูกต้องตามมาตรา ๑๘๔ ของรัฐธรรมนูญนะครับ ท่านประธานครับ พ.ร.ก. อันแรกที่มีชื่อว่าพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบ บริหารจัดการน้ำ และสร้างอนาคตประเทศ ชื่อก็บอกอยู่แล้วนะครับว่าต้องการบริหาร จัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพราะที่ผ่านมาเราก็ว่าเขามั่วอะไรบ้างต่าง ๆ นานานะครับ ความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำบ้าง ความจริงไม่ล้มเหลวหรอกครับ มันกะทันหัน ผมว่าทำได้แค่นี้เรียกว่าสุดยอดนะครับ แล้วก็ยังบอกว่าจะสร้างอนาคตก็หมายความว่า ต่อไปนี้น้ำก็คงไม่ท่วม ถ้าท่วมก็คงบรรเทาหรือเบาบาง ท่านประธานครับ ในร่าง พ.ร.ก. นี้นะครับ ความจริงถ้าไปดูในสาระกฎหมายแล้ว กู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทภายใน ๑ ปีครึ่ง ซึ่งใน ๑ ปีครึ่งนี่ ต้องเห็นใจรัฐบาลนะครับ เพราะว่าเวลาเสนอขึ้นมาต้องบอกกรอบวงเงิน เพราะอะไรครับ เพราะว่าสาระสำคัญของ พ.ร.ก. นี้บอกว่าสามารถให้กู้ต่อแก่หน่วยงานของรัฐ หน่วยงาน ในกำกับดูแลของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือสถาบันการเงินภาครัฐ ตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ เห็นไหมครับ มันต้องลงไปในรายละเอียด ทุกอย่าง เท่าที่ผมดูจากทีวีนะครับ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปเยี่ยมเยียนต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เพื่อไปดูในรายละเอียดซึ่งยังบอกไม่ได้นะครับ ซึ่งอันนี้ถ้ามีรายละเอียดเสร็จมันก็สามารถจะ กำกับว่าในแต่ละที่ใช้เงินเท่าไร ท่านประธานครับ การที่มี พ.ร.ก. ฉบับนี้ อย่างน้อยมีข้อดี ก็คือให้รู้ว่ารัฐบาลมีแหล่งเงินทุนแน่ ๆ ที่จะบริหารจัดการน้ำอย่างที่เป็นระบบ เอกชนไม่ว่า ภายในประเทศหรือว่าต่างประเทศ ผมเชื่อว่าเขาต้องมั่นใจนะครับ โดยเฉพาะภาวะที่ว่าโลก มีแนวโน้มจะเกิดการผันผวนนะครับ โลกร้อนหรืออะไรก็แล้วแต่นะครับ เห็นไหมครับ อยู่ ๆ ก็มี ฝนตกก็มี อันนี้มีความสำคัญนะครับ แล้วอีกอย่างก็เป็นการลงทุนที่จะทำให้ประเทศไทยต้องแข่งขัน กับประเทศอื่นนะครับ ถ้าเราไม่มีพื้นฐานพวกนี้แล้วเราแข่งขันไม่ได้ ท่านประธานครับ ที่ว่าไม่มีรายละเอียดก็มีรายละเอียดนะครับ อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไปเยอะแยะนะครับ ผมจะยกตัวอย่างนิดหนึ่งนะครับ ที่บอกว่าภาคอีสานไม่ได้ ความจริงในประเทศไทย ที่พรรคเพื่อไทยมีนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งใน ๒๕ ลุ่มน้ำ มันก็อยู่ในนี้ด้วยนะครับ ลุ่มน้ำที่มีปัญหามาก ก็คือภาคกลาง และ กทม. เพราะว่า กทม. เป็นแหล่งที่คล้าย ๆ เป็นศูนย์เศรษฐกิจของประเทศ ถ้าเกิดน้ำท่วมเสียหายมาก แน่นอนครับ คน กทม. คนภาคกลางเสียงดัง ทั้งที่คนน้อยกว่าภาคอีสาน ก็น่าสงสารภาคอีสานครับ แต่ภาคอีสาน ก็คนเยอะ แต่น้ำเวลามันท่วมมันท่วมแล้วก็หายไปอย่างรวดเร็วนะครับ ก็บรรเทากันได้ ท่านประธานดูนะครับใน ๑๗ ลุ่มน้ำที่เหลือจะใช้เงินอีกประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งแน่นอนครับผมไปดูในจังหวัดขอนแก่นก็มีน้ำท่วม ถ้าจะมีการทำพนังกั้นน้ำของแม่น้ำชี ไปแล้วผมว่าลงทุนไม่ถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาท มันก็ได้อยู่แล้วนะครับ คือพูดในแง่ความเสียหาย เวลาลงทุนไปมันจะน้อยกว่านะครับ ซึ่งก็เป็นไปตามลักษณะภูมิประเทศ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นข้อดีมีเยอะ ความชัดเจนก็มี แต่ในแง่ปฏิบัติต้องดูรายละเอียดว่า ในแต่ละที่จะใช้เงินอย่างไรนะครับ มันเป็นเรื่องของการใช้เงินนะครับ ท่านประธานครับ พ.ร.ก. อันนี้คงไม่มีใครไม่ยอมรับนะครับว่า ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท คุ้มจริง ๆ เป็นการสร้าง อนาคตของประเทศจริง ๆ นะครับ มาพูดถึง พ.ร.ก. อีกฉบับหนึ่งนะครับ พ.ร.ก. ปรับปรุง การบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบ สถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๕ ท่านประธานครับ ชื่อก็บอกอีกเหมือนกันนะครับว่า มันตรงไปตรงมานะครับ ท่านประธานครับ เราก็ทราบอยู่แล้วว่าประเทศไทยเป็นหนี้นะครับ ไม่ว่าใครก็ทราบว่าเป็นหนี้มาก หนี้ที่พูดมาขอรีเฟอร์ (Refer) ไปถึงท่านอภิวันท์นะครับ ที่สรุป ตอนเช้าดีมาก ทำให้เราทราบว่าหนี้ที่เราไปกู้มาในสมัยที่เรามีภาวะเศรษฐกิจแย่ เพื่อประกันเงินฝากของประชาชนไม่ให้เสียหาย เพื่อประกันเงินของผู้ถือหุ้นไม่ให้เสียหาย แล้วก็ช่วยประคับประคองสถาบันการเงิน นั่นละครับเป็นประโยชน์ต่อประเทศจริง ๆ เป็นหน้าที่ที่รัฐต้องรับผิดชอบ ไม่ว่ากันนะครับ เมื่อกู้มาแล้วก็เป็นหนี้ หนี้ที่ทุกคนต้อง รับผิดชอบ ก็มีทั้งหมด ๑.๔ ล้านล้านบาท ท่านประธานครับ หลักการก็มีนิดเดียวนะครับ ใครก่อกรรมก็ต้องรับกรรม ต้องชดใช้กรรมนั้นนะครับ ในเมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยเข้าไป อุ้มเงินบาท ไปอุ้มสถาบันการเงิน มีภาระที่ต้องจ่ายต้นก็ไม่จ่าย จ่ายอยู่ ๓ ปี ปี ๒๕๔๕ ปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๗ แค่นั้นเอง หลังจากนั้นไม่จ่าย เพราะฉะนั้นต้องให้เขาจ่ายครับ ท่านประธานที่เคารพครับ งบประมาณปี ๒๕๕๕ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท ถ้าดอกเบี้ยที่ใช้ ๖๘,๔๓๐ ล้านบาท เท่ากับ ๒๙ เปอร์เซ็นต์ หรือเป็น ๑๖.๒ เปอร์เซ็นต์ของงบลงทุน ท่านประธานครับ เราบ่นอยู่เสมอว่า งบลงทุนของประเทศมีน้อย ในงบปีนี้ละครับ มี ๔๒๓,๓๘๗ ล้านบาท เราจะเอาอะไรไปลงทุนครับ ก็มีวิธีเดียวที่จะเอาไปลงทุน ก็คือ ผลักภาระนี้นะครับ ไม่ใช่ไปกู้นะครับ ให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบัน การเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นคนรับผิดชอบ เราก็จะได้มีเงินเหลือประมาณ ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มาเป็นงบลงทุน ซึ่งพวกเราจะได้ไม่บ่นว่างบลงทุนเราน้อย อันนี้ ก็เป็นหลักประกันว่ารัฐบาลในอนาคตว่าจะมีเงินไปทำอย่างอื่น ๆ ที่พวกเราบ่นว่าเงินน้อย ๆ จะได้ช่วยแก้ไขปัญหาความยากจนของประชาชนตามนโยบายของรัฐได้ แล้วก็ไปช่วยฟื้นฟู ประเทศด้วยเช่นเดียวกันครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ