บัญญัติ เจตนจันทร์ หารือเรื่องพระราชกำหนดเงินกู้เพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตของประเทศ โดยไม่เห็นชอบเนื่องจากไม่แน่ใจว่าเงินกู้จะไปใช้อย่างไร และอาจสูญเสียเงินไปเป็นจำนวนมาก
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดระยอง ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะได้อภิปราย เพื่อประกอบเหตุผลในการที่ผมไม่เห็นชอบกับพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตของประเทศ เหตุผลที่ผมใช้ ประกอบในการอภิปรายไม่ใช่ว่าอยู่ที่เรื่องของความจำเป็นว่าไม่มีความจำเป็นในการที่จะ แก้ไขปัญหาน้ำท่วมนะครับ เป็นที่ยอมรับกันอยู่แล้วนะครับจากความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทรัพย์สิน เรือกสวนไร่นาหรือชีวิตก็แล้วแต่ที่สูญเสียไปจากน้ำ ท่วมใหญ่ในปี ๒๕๕๔ แต่เหตุผลที่ผมไม่สนับสนุนเพราะเหตุว่าผมไม่ค่อยมั่นใจครับว่าหนี้สินที่จะ เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ใน พ.ร.ก. เงินกู้ฉบับนี้ซึ่งเป็นภาระตกแก่ ผู้เสียภาษีทุกจังหวัดในประเทศไทยรวมทั้งจังหวัดระยองที่ผมอยู่ด้วยนะครับ แล้วก็ผมถาม เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุก ๆ ภาคนะครับ ก็ไม่มีใครตอบได้ว่าเม็ดเงินเหล่านี้ไปลง ที่ไหนนะครับ เพื่อนสมาชิกที่ภาคอีสานก็ไม่รู้ว่าจังหวัดตัวเองมีงบประมาณไปลงหรือไม่ แม้พื้นที่น้ำท่วมเอง สมาชิกก็ยังไม่รู้เหมือนกัน นี่ครับคือสิ่งที่เป็นความคลางแคลงสงสัยครับว่า เงินกู้จำนวนมหาศาลเหล่านี้แล้วกำหนดระยะเวลาการใช้งบประมาณสั้นมากครับ แค่ประมาณ ๑ ปีเศษเท่านั้นเอง ตาม พ.ร.ก. เงินกู้ต้องใช้เงินให้หมด หมายความว่า ต้องสามารถใช้เงินได้หมดภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๖ เงินขนาดนี้แล้วใช้ได้เร็วขณะนี้ ผมคิดไม่ออกเลยครับว่าจะสามารถก่อสร้างอะไรให้มันเสร็จเบิกจ่ายงบประมาณให้ทัน วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๖ เว้นแต่ว่าเอางบนี้ไปขุดลอกนะครับ ก็เป็นที่รู้จักกันอยู่แล้วว่า การขุดลอกแหล่งน้ำมันไม่มีระบบการตรวจวัดปริมาณงานที่แน่นอน หมิ่นเหม่ต่อการ ทุจริตคอร์รัปชันที่หน้างานเป็นอย่างมาก ซึ่งเขาก็มักจะเรียกว่าเป็นโครงการล้างบุ้งกี๋ เอารถแบคโฮ (Backhoe) ไปขุดผักตบชวามาแล้วก็ตีเป็นคิวดินที่ขุดนะครับ สูญเสียงบประมาณ ไปเป็นจำนวนมาก ผมคาดเดานะครับเนื่องจากว่าท่านไม่มีข้อมูลว่าเป็นโครงการประเภทใด พื้นที่ใด ไม่เหมือนกับ พ.ร.บ. ถ้าเป็นพ.ร.บ. จะมีการตั้งกรรมาธิการไว้เรียกเอกสาร ข้อมูลต่าง ๆ มาเพื่อประกอบการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการวิสามัญได้ แต่ พ.ร.ก. ให้อำนาจรัฐมนตรี ล้วน ๆ เลย ผมไม่อยากที่จะให้การใช้งบประมาณในกรณีที่พอจะมีเวลาในการที่จะดู ความรอบคอบให้ไปใช้งบอย่างชนิดที่เรียกว่าตีเช็คเปล่า อันนี้เนื่องจากเราห่วงเม็ดเงินภาษี ซึ่งจะต้องแบกรับภาระในการใช้หนี้กับทุก ๆ คน ผมเลยคิดว่าในส่วนนี้ไม่อาจที่จะเห็นชอบ ใน พ.ร.ก. เงินกู้ฉบับ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไปได้ ก่อนหน้านี้ทางรัฐบาลก็ได้ออก พ.ร.ก. ไปแล้ว ๒ ฉบับนะครับ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนั้นไว้ชดเชยความเสียหายจากน้ำท่วม อันนั้น ยอมรับได้นะครับ แล้วก็อีก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทรวมเป็น ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้จะมาขออีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ยังไม่รวมถึง พ.ร.ก. ที่ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นการโยกย้ายเงิน โยกย้ายกองทุนนี้ให้ไปใช้เงินของแบงก์ชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยไม่นำเงินต่าง ๆ เหล่านั้นมาเข้าสู่ในระบบของกระทรวงการคลัง เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎร ได้มีโอกาสผ่านตาพิจารณานะครับ ผมคิดว่าทั้งหมดทั้งสิ้นเป็นกระบวนการที่ทำให้หนี้สิน เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนในวงกว้าง แล้วไม่ผ่านการรับรู้จากพี่น้องประชาชนที่เป็นตัวแทน ในสภาผู้แทนราษฎร ผมคิดว่าหลักการใหญ่ ๆ ตรงนี้ผมไม่อาจที่จะให้ความเห็นชอบได้นะครับ เหตุใดที่ไม่เห็นชอบ ผมจะขออนุญาตเสริมเพิ่มเติมนิดหนึ่งว่าทางรัฐบาลท่านกลัวอะไรครับ ท่านถึงไม่เอารายละเอียดของโครงการใช้จ่ายงบประมาณมาให้สภาได้รับทราบนะครับ ท่านสามารถที่จะให้เป็นซีดีก็ได้ ให้เป็นเอกสารก็ได้ หรือท่านเปิดเว็บไซต์ (Website) ให้พวกเรา ไปดูก็ได้ เราก็จะได้ตรวจสอบเหมือนโครงการไทยเข้มแข็งในรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เขาเปิดเว็บไซต์ให้ทุกคนได้เข้าไปดูได้เลยว่าโครงการเงินกู้นั้นไปอยู่ที่ไหนอย่างไรบ้าง และให้ทุกคนได้มีโอกาสได้ตรวจสอบพื้นที่ที่จะมีการใช้จ่ายงบประมาณนะครับ ก็บ่งบอกถึง ความโปร่งใส่ ในยุคนี้ระบบธรรมาภิบาลเป็นที่นิยมและเป็นที่นับถือว่าการใช้จ่ายงบประมาณนั้น จำเป็นจะต้องได้รับความโปร่งใส ตรวจสอบได้ แต่ใน พ.ร.ก. เงินกู้นี้ขาดความโปร่งใส ขาดการตรวจสอบ แล้วที่สำคัญผมยังไม่แน่ใจว่าท่านใช้งบประมาณไปแล้วน้ำยังท่วม เหมือนเดิมหรือไม่ หรือท่านใช้งบประมาณไปแล้วปีต่อ ๆ ไปพายุอาจจะไปตกในภาคอีสาน สิ่งที่ท่านลงไปถึง ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทที่อีสานไม่ได้มีงบประมาณเหล่านี้เลยนะครับ เพราะฉะนั้นความสูญเปล่าต่าง ๆ เหล่านี้ท่านมั่นใจอย่างไรนะครับว่ารัฐมนตรีท่าน ๓๕ คน จะมีความรอบคอบเสมือนในสภาผู้แทนราษฎรถึง ๕๐๐ คนนะครับ ในวันพรุ่งนี้ที่จะมี การลงมติท่านกรุณาเถอะครับนำรายละเอียดการใช้จ่ายงบประมาณมาชี้แจงหรือมานำเสนอ ให้สภาผู้แทนราษฎรให้ได้หายสงสัย และเพื่อนสมาชิกไม่ว่าจะเป็นซีกรัฐบาลหรือซีกฝ่ายค้าน ก็ดีนะครับ ทั้งหมดต่างตั้งข้อสังเกตเรื่องของรายละเอียดของงบประมาณที่จะนำไปใช้จ่าย เพื่อที่จะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ แล้วที่สำคัญก็จะได้มีส่วนร่วมในการให้ความเห็นว่า จะใช้จ่ายงบประมาณอย่างไรให้เกิดการแก้ปัญหา เพื่อความเชื่อมั่นของประเทศไทยได้นะครับ หากว่าท่านไม่สร้างความเชื่อมั่นต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ แม้ว่าท่านจะมีเงินที่หน้าตักของท่าน ใช้จ่ายอย่างสะดวกมือแล้วนะครับ ผลก็อาจจะไม่เป็นไปตามที่ท่านคาดหมายก็ได้ แล้วสังคม ก็ไม่เกิดการเรียนรู้ น้ำท่วมอีกกี่ครั้งก็ไม่เกิดการเรียนรู้นะครับ ท่านกู้แล้วก็กู้อีกเหมือนอย่างที่ ซีกรัฐบาลท่านกล่าวหารัฐบาลที่แล้วว่ามีแต่กู้ กู้ กู้ มีแต่หนี้ ปัจจุบันนี้ท่านกู้มากกว่า แล้วท่านสร้างหนี้ที่มากกว่า ให้ภาระทางสังคมที่มากกว่า แต่ถ้าคุ้มค่ามีเหตุผลเพียงพอ ผมยินดีที่จะเห็นชอบครับ กราบขอบพระคุณครับ