สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

สุชาติ ชมกลิ่น สนับสนุนพระราชกำหนดการปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๕ โดยให้การสนับสนุนเพื่อช่วยเหลือกองทุนในการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

นายสุชาติ ชมกลิ่น ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายสุชาติ ชมกลิ่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ก่อนอื่นผมต้องขอขอบพระคุณที่ให้เวลาและโอกาสกระผมในการอภิปราย ในวันนี้ ท่านประธานครับ ในวันนี้กระผมขออภิปรายสนับสนุนพระราชกำหนดให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๕ และพระราชกำหนดปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้ เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๕ ทั้ง ๒ ฉบับ ท่านประธานครับ ผมขอย้อนหลังกลับไปเมื่อวันที่พี่น้องประชาชนคนไทยที่ได้รับความทุกข์ ความยากลำบากกับเหตุการณ์มหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในปีที่ผ่านมา ผมเชื่อเหลือเกินนะครับว่า พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น บ้านที่อยู่อาศัยน้ำท่วม และผู้ได้รับผลกระทบ ทางอ้อม เช่น บ้านที่อยู่อาศัยถึงน้ำไม่ท่วมแต่โรงงาน บริษัท ห้างร้านที่ทำงานอยู่นั้นท่วม ผลกระทบทางอ้อมก็คือความเสี่ยงในภาวะตกงานสูงทำให้เกิดความเครียด จังหวัดชลบุรี ผมก็เป็นอีก ๑ จังหวัด ซึ่งเกิดผลกระทบทางอ้อม คือเป็นจังหวัดที่จัดเป็นศูนย์อพยพพักพิง และให้ความสนับสนุนวัตถุดิบ เช่น ทรายดิบเพื่อนำไปทำกระสอบทราย แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ กระผมและพี่น้องชาวจังหวัดชลบุรีก็ภาคภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน พี่น้องประชาชน ที่ไม่มีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมนั้นก็ต้องเศร้าใจและสงสารคนไทยด้วยกัน ช่วยเหลือกันด้วยวิธีการบริจาคทั้งสิ่งของและเงินทอง ซึ่งเป็นสิ่งที่กระผมโดยส่วนตัวนั้น ไม่เห็นด้วยที่จะเห็นการบริจาคซ้ำ ๆ ซาก ๆ นี่คือเหตุการณ์คร่าว ๆ ในอดีตที่ผ่านมา ท่านครับ พระราชกำหนดทั้ง ๒ ฉบับนี้ เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ที่ผ่านมานั้นได้มี คำวินิจฉัยตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญว่าไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชน ที่ติดตามพระราชกำหนดทั้ง ๒ ฉบับ ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลและผู้ที่สนใจได้ทราบ และรับรู้เหตุผลทั้งหมดแล้ว ท่านประธาน ในฐานะของพรรคร่วมรัฐบาล แนวทางการบริหารงานของรัฐบาล ซึ่งเป็น เรื่องธรรมชาติที่ผู้บริหารหรือนายกรัฐมนตรีจะต้องรีบและเร่งแก้ไขปัญหา เพราะต้องสร้าง ความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน รวมถึงนักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ พวกเรา ต้องยอมรับนะครับว่ามหาอุทกภัยที่ผ่านมานั้น ทำให้ทุกภาคส่วนเสียหายเป็นภาพรวมตัวเลข คร่าว ๆ อย่างที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้กล่าว ในเบื้องต้นว่าตัวเลขคร่าว ๆ อยู่ ๑.๔ ล้านล้านบาท ภาคอุตสาหกรรมตัวเลขประมาณการ ๔๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ภาคสังคมความเป็นอยู่ของประเทศไทยนั้นอยู่ในภาวะที่ย่ำแย่ และเลวร้าย ซึ่งก็ไม่มีใครที่จะคาดคิดได้ในสิ่งที่เกิดขึ้น ภาคเศรษฐกิจนั้นจีดีพีซึ่งเรา ได้คาดหวังเศรษฐกิจในการเติบโตของจีดีพีในปีที่ผ่านมา ซึ่งก็ต้องผิดหวังกันทั้งประเทศ และในภาคของเศรษฐกิจนั้นเติบโตเพียงร้อยละ ๐.๑ ซึ่งทำให้การลงทุนนั้นหยุดชะงัก ซึ่งถ้า รัฐบาลหรือผู้นำบริหารประเทศไม่มีแผนการและแหล่งเงินที่จะมาแก้ไขหรือมาตรการต่าง ๆ ภาคเศรษฐกิจและภาคสังคมโดยรวมนั้นจะเติบโตได้อย่างไร ท่านประธานครับ เมื่อเร็ว ๆ นี้ กระผมนั้นได้มีโอกาสได้พูดคุยกับผู้บริหารของสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง ผมได้สอบถาม นอกรอบว่านโยบายการสนับสนุนทางการเงินเป็นอย่างไรบ้างสำหรับพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วม ทั้งจังหวัด ซึ่งกระผมนั้นจะไม่ขอกล่าวถึงจังหวัดนั้น ๆ เพราะไม่อยากจะเป็นการซ้ำเติม หรือทำร้ายจิตใจกันนะครับ ท่านทราบไหมครับว่านโยบายของสถาบันการเงินนั้นจะมี การชะลอการสนับสนุนทางการเงินแก่ธุรกิจต่าง ๆ ที่อยู่ในจังหวัดที่ถูกน้ำท่วมทั้งจังหวัด อย่างเช่นธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ซึ่งกระผมนั้นก็ได้มีความคลุกคลีกับธุรกิจ ประเภทอย่างนี้อยู่ ผมก็ได้สอบถามไปว่าธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ที่ผ่านมา มีภาวะความเสี่ยงในเรื่องเป็นจังหวัดรับน้ำ ทางสถาบันการเงินหรือผู้บริหารต่าง ๆ ท่านก็ตอบ กลับมาว่าจะต้องมีการพิจารณาดูอีกทีหนึ่งครับว่าต้องดูแผนการแก้ไขของรัฐบาลให้เป็น รูปธรรมก่อนถึงจะเริ่มมาพิจารณาสินเชื่อของจังหวัดนั้น ๆ ใหม่นะครับ ท่านประธานครับ ในส่วนของการบริหารงาน ในส่วนของรัฐบาลมีแผนหรือมีมาตรการการแก้ไขในแผนการ แก้ไขแหล่งพักน้ำต่าง ๆ หรือการแก้ไขจังหวัดที่มีน้ำท่วมนั้น ถ้าไม่มีแหล่งเงินที่จะมาทำ นโยบายต่าง ๆ ผมเชื่อนะครับว่าก็ไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้เป็นรูปธรรมหรือสร้างความ มั่นใจให้กับภาคส่วนต่าง ๆ ได้นะครับ ในภาวะน้ำท่วมครั้งใหญ่นี้หรือมหาอุทกภัยที่ผ่านมาครั้งนี้ ผมก็ไม่อาจจะไปโทษใครนะครับว่าใครผิดหรือใครถูก ซึ่งโดยส่วนตัวผมนั้นให้ความเคารพ ทุกภาคฝ่าย ทั้งเพื่อนสมาชิกในที่นี้ผมก็ไม่อาจโทษว่าใครผิดใครถูก เพราะทุกฝ่ายทั้งฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้านนั้นก็อภิปรายในหลักการและเหตุผลของแต่ละคนแต่ละฝ่าย ซึ่งในส่วนตัว กระผมนั้นก็เคารพความคิดของแต่ละฝ่าย ซึ่งผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกทุกคนทุกท่านในที่นี้ ก็ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์หรืออยากจะพิจารณาวิธีการแก้ไขช่วยกันแก้ไขหาทางออก ให้ประเทศ สิ่งที่พูดมาต่าง ๆ นั้นทั้งวันที่ผมได้ฟังและลำดับความต่าง ๆ นั้น ทุกท่านนั้น ให้ความเป็นห่วงในเรื่องของภาวะน้ำท่วมที่ผ่านมา ซึ่งผมเองก็เหมือนกับพวกท่านนะครับ ผมก็อยากให้ประเทศชาติและประเทศไทยนั้นเดินต่อไปเพื่อเศรษฐกิจแล้วก็ความเป็นอยู่ ของพี่น้องประชาชนนะครับ ดังนั้นในวันนี้ผมขอสนับสนุนพระราชกำหนดให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พุทธศักราช ๒๕๕๕ ในวงเงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ

ส่วนพระราชกำหนดการปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้ เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พุทธศักราช ๒๕๕๕ นั้น กระผมนั้นขออภิปรายให้การสนับสนุนตามหลักการและเหตุผล ขออนุญาตเอ่ยนามของท่าน พันเอก ดอกเตอร์อภิวันท์ วิริยะชัย นะครับ เพราะว่าเมื่อสักช่วงบ่ายผมได้ฟังท่านอภิปราย หลักการและเหตุผลของท่านนั้นที่สมบูรณ์แบบแล้วนะครับ ผมเองก็ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน อีกครั้งหนึ่งนะครับ ผมเองก็ให้การสนับสนุนในเหตุผลของท่านนะครับ โดยสรุปแล้วนะครับ กระผมนั้นขอให้การสนับสนุนพระราชกำหนดทั้ง ๒ ฉบับนะครับ ขอบคุณครับ