สงกรานต์ จิตสุทธิภากร แสดงความกังวลเกี่ยวกับการกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาทตามพระราชบัญญัติ และขอให้มีการจัดงบประมาณที่ละเอียดและเป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในหลายจังหวัด นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจ่ายเงินชดเชยและแก้ปัญหาข้าวของแพง
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครสวรรค์นะครับ วันนี้ผมจะอภิปรายในเรื่องพระราชบัญญัติเงินกู้ ๒ ฉบับ ซึ่งทั้ง ๒ ฉบับนั้น ผมเป็น ๑ ในผู้ที่เซ็นไม่เห็นด้วยกับการยื่น พ.ร.ก. ในครั้งนี้นะครับ เหตุผล ที่ผมไม่เห็นด้วยนั้น มีดังต่อไปนี้ครับ
ฉบับแรกเป็น พ.ร.ก. ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลัง กู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๕ เหตุผล ที่ผมไม่เห็นด้วยเนื่องจากว่าผมคิดว่าเงินก้อนนี้ ๑.๑๔ ล้านล้านบาท เป็นเงินที่มีปัญหา มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ แล้วก็อยู่ในระบบนั้นมาถึงสิบกว่าปีแล้ว ในการโยกครั้งนี้ถ้ามองทางบัญชี แล้วก็เหมือนเป็นการโยกหนี้จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งเท่านั้นเอง แต่ผลที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ ตอนนี้รัฐบาลบอกว่าสบายตัวแล้ว เพราะว่าเงินก้อนนี้ไม่ต้องหางบประมาณทุกปีปีละ ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทมาอุด แต่เงินก้อนนี้กลับไปอยู่ที่แบงก์ชาติและแบงก์ชาติทำอย่างไร ก็ต้องหาเงินมาครับ แล้วผลก็ออกมาว่ารัฐบาลได้คุยกันแล้วก็บอกว่าจะเก็บเงินเข้ากองทุน เพิ่มขึ้นเป็น ๐.๔๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งน่าแปลกก็คือว่า ๐.๔๗ เปอร์เซ็นต์นั้น ไม่ได้เก็บเฉพาะ เอกชนเท่านั้น แต่เก็บแบงก์ของรัฐบาลด้วยนะครับ ซึ่งเท่าที่ทราบมาการเก็บในแบงก์ ของรัฐบาลนั้นไม่เคยมีมาก่อน ผลกระทบคืออะไรครับ ถ้าภาพที่เห็นง่าย ๆ ก็คือ ถ้าผม เป็นลูกค้า ธ.ก.ส. ผมกู้เงินจาก ธ.ก.ส. ต่อไป ธ.ก.ส. มีต้นทุนเพิ่ม ก็ต้องมาคิดผมเพิ่มทบไป ในดอกเบี้ย ซึ่งหมายความว่าผมต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่ม ในทางตรงกันข้ามครับ ถ้าผมเป็นผู้ฝากเงิน อยู่กับธนาคารออมสินหรือ ธ.ก.ส. การทำของรัฐบาลครั้งนี้จะทำให้ผมได้รับผลตอบแทนจาก ดอกเบี้ยนั้นลดน้อยลงแน่นอน เพราะว่าเงินส่วนนี้ต้องกันเอาไว้ไปตั้งเป็นกองทุนเพื่อไปใช้หนี้ ก้อนนี้ ฉะนั้นสิ่งนี้คือสิ่งที่ผมไม่เห็นด้วยใน พ.ร.ก. ฉบับแรกนะครับ
พ.ร.ก. ฉบับที่ ๒ เป็นเรื่องของเงินกู้ ๓.๕ แสนล้านบาท ผมคิดว่าการกู้เงินนั้น จำเป็นที่จะกู้มาเพื่อช่วยเหลือน้ำท่วม เพราะจังหวัดผมเองจังหวัดนครสวรรค์นั้น ก็สาหัสสากรรจ์ บ้านผมเองนั้นโดนท่วมไปเดือนเศษ ๆ ฉะนั้นผมเห็นด้วยในหลักการที่ต้องกู้ แต่ไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจนก็คือการที่จะกู้โดยใช้ พ.ร.ก. เพราะว่าการกู้โดย พ.ร.ก. นั้น จุดอ่อนที่เห็นชัดที่สุดก็คือว่าไม่มีการตรวจสอบครับ การตรวจสอบทำได้น้อยมาก ความเชื่อใจ ทั้งหมดนั้นตกไปอยู่ในมือของรัฐบาลเพียงอย่างเดียว พวกผมซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน เป็น ส.ส. ในพื้นที่ไม่มีโอกาสได้ล่วงรู้รายละเอียดต่าง ๆ นอกจากรายละเอียดคร่าว ๆ ที่ท่าน แจกให้ในวันนี้เท่านั้น ฉะนั้นเรื่องนี้ผมคิดว่าไม่เห็นด้วยนะครับ นั่นคือเรื่องที่ผมไม่เห็นด้วยใน ๒ หลักการ แต่อย่างที่เห็นนะครับว่าในที่สุดศาลก็มีมติออกมารับรอง พ.ร.ก. ทั้ง ๒ ฉบับ แล้วก็วันนี้รัฐบาลนำเรื่องทั้ง ๒ เรื่องนี้เข้ามาในสภาก็คิดว่าคงจะผ่านอย่างแน่นอน เพราะว่า ดูแล้วไม่น่าจะมีอุปสรรคอะไร เมื่อมันต้องเป็นแบบอยู่แล้วอย่างไรก็ต้องใช้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ยังอยากจะฝาก ไม่ใช่ฝากครับ เป็นข้อสังเกตให้รัฐบาลอยู่ ๒-๓ เรื่องนะครับ
เรื่องแรก ก็คือการใช้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อกี้ผมได้ยินบางท่าน บอกว่าเป็นความภาคภูมิใจที่ได้กู้เงิน แล้วก็ไปโชว์คนอื่นให้รู้ว่าตัวเองกู้เงินได้ แต่ถามผมนี่ การกู้เงินเป็นเรื่องน่าอายนะครับ คนที่ไม่มีเงินกู้คือคนที่ดีที่สุดนะครับ ฉะนั้นการกู้เงินแล้ว ที่สำคัญที่สุดเงินก้อนนี้รัฐบาลกู้ครับ แต่คนใช้เงิน คนต้องไปใช้ดอกเบี้ยก็คือประชาชน ทั้งประเทศครับ ฉะนั้นการนำเงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทออกมาใช้ในครั้งนี้ ผมคิดว่า ควรจะต้องมีการจัดงบให้ละเอียดนะครับ แล้วก็เป็นธรรมที่สุด เป็นธรรมนี้คืออะไรครับ อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายคนพูดว่าบางภาค บางพื้นที่นั้นก็ไม่ได้รับจัดสรรเรื่องงบช่วยเหลือ น้ำท่วม ท่านอย่าเอาปีที่แล้วเป็นหลักสิครับ ถ้าท่านเอาปี ๒๕๕๔ เป็นหลักนั้นใช่ครับ บางพื้นที่น้ำท่วม บางพื้นที่น้ำไม่ท่วม แต่การออกพระราชกำหนดของท่านครั้งนี้ ท่านบอกว่า ท่านจะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทั้งประเทศนะครับ ทางใต้ก็ควรจะได้ครับ อีสานก็ควรจะได้ครับ สำหรับผมจังหวัดนครสวรรค์โดนเต็ม ๆ ก็ควรจะได้อยู่แล้วนะครับ อันนั้นในสัดส่วน ที่ควรจะเป็นนะครับ แล้วการแก้ไขผมอยากให้เป็นการแก้ไขในระยะยาวครับ ไม่ใช่ต้องทำ ให้เสร็จภายใน ๙๐ วัน ทำให้เสร็จภายใน ๙๐ วัน ทำได้อย่างเดียวขุดลอกครับ ขุดลอก แล้วทำอย่างไรครับ ต้องใช้วิธีพิเศษครับ พอใช้วิธีพิเศษแล้วสิ่งต่าง ๆ ก็ตามมาอีกเยอะครับ ปัญหาข้อครหานินทา ความไม่เท่าเทียม การเข้าถึงข้อมูลที่ไม่เท่ากันก็ตามมาครับ ฉะนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าควรจะต้องชี้แจงนะครับ
เรื่องที่ ๒ การแก้ไขปัญหาครับ ผมฟังมาตั้งแต่เช้าแล้วครับ พูดแต่เรื่อง น้ำท่วม แต่เมื่อสักครู่นี้ท่านสาทิตย์ ท่านพูดว่าผมคิดว่าปีนี้น้ำอาจจะแล้งด้วยครับ แล้วคราวนี้ตอนนี้ทางเหนือหลายจังหวัดก็ประกาศเป็นภัยแล้งไปแล้วนะครับ และอย่างที่ ท่านสาทิตย์พูดถูกก็คือว่าขณะนี้มีการปล่อยน้ำจากเขื่อนภูมิพลลงมา ท่านเชื่อไหมครับว่า พี่น้องผมที่อยู่ตามริมน้ำ ปกติหน้านี้เขาจะอาศัยหาดบริเวณริมน้ำปลูกผักที่ใช้แบบน้ำระยะสั้น แล้วก็เก็บได้ในระยะไม่กี่วัน ตอนนี้น้ำท่วมหมดครับ เขาไม่เคยคิดว่ารัฐบาลจะปล่อยน้ำ ในช่วงนี้ครับ ฉะนั้นเขาก็ไม่มีรายได้ ปลูกพริก ปลูกผักต่าง ๆ นั้นรายได้หายไปนะครับ ฉะนั้น การแก้ไขท่านต้องวางไว้ ๓ เรื่อง ท่านต้องวางงบก้อนหนึ่งสำหรับก่อนน้ำท่วมครับ ก่อนน้ำท่วม ก็คือเรื่องนี้ ขุดลอก ทำประตู ซ่อมคัน ยกระดับถนน อีกส่วนหนึ่งครับท่านต้องเตรียมไว้ สำหรับระหว่างที่น้ำท่วมด้วยครับ ท่านต้องคิดว่าถ้าน้ำท่วมแล้ว ท่านจะเอาเงินก้อนไหน มาช่วยชาวบ้านครับ และสำคัญที่สุดผมอยากจะฝากไว้ตรงนี้ก็คือว่า ท่านต้องเตรียมงบ สำหรับหลังน้ำท่วมด้วยครับ หลังน้ำท่วมคืออะไรครับ พอน้ำท่วมปีที่แล้ว ผมสังเกต ที่จังหวัดนครสวรรค์ผม ศูนย์อพยพเป็นไปอย่างทุลักทุเลมาก แล้วก็งบก็ดึง ๆ กันมาไม่มีการ เตรียมตัวครับ เอากันแบบขอไปที ปะหน้าลูบจมูก ลูบจมูกปะหน้านะครับ ฉะนั้นเที่ยวนี้ เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านลองแบ่งเป็นก้อน ๆ แล้วก็แบ่งใช้ให้ถูกนะครับ
เรื่องที่ ๓ ผมคิดว่าการออกเป็น พ.ร.ก. แล้วก็ออกเป็นงบแบบนี้มันมีโอกาส เปิดช่องให้มีการทุจริต เพราะว่าขณะนี้ในพื้นที่ผมเป็นพื้นที่ที่น้ำท่วมอยู่ ก็ต้องขออนุญาตครับ ผมก็เป็นธรรมนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านไปจังหวัดนครสวรรค์ ท่านก็ให้งบมาส่วนหนึ่ง ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านตรงนี้ แต่สิ่งที่ผมกังวลมากกว่านั้นก็คือตอนนี้มีคนหลายคน ไปพูดครับว่าไม่ต้องกลัวครับ ส่งงบมาได้เลยไม่จำกัด เขาสามารถจะไปจัดการไปคุยกับรัฐบาลได้ และถ้าส่งผ่านมือเขาแล้วจะได้งบแน่นอน อันนี้ท่านต้องอย่าให้เกิดนะครับ เพราะท่านให้ เกิดขึ้นมาไม่ได้นะครับ แล้วถ้าเกิดขึ้นมาแล้วสุดท้ายมันเป็นอันตรายกับรัฐบาลของท่านเอง ฉะนั้นผมฝากไว้ด้วยครับ
เรื่องสุดท้าย เรื่องแก้มลิงที่ท่านบอกจะหาพื้นที่แล้วก็ใช้เงินกว่า ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ชาวบ้านหลายคนนอนไม่หลับครับ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ที่บึงบอระเพ็ดผม พื้นที่บึงบอระเพ็ด มีอยู่แสนกว่าไร่ครับ แต่พื้นที่จริง ๆ ตอนนี้ที่เหลืออยู่ ๖๐,๐๐๐ กว่าไร่เท่านั้น หายไป เกือบครึ่งนะครับ แล้วตอนนั้นก็มีนักวิชาการบางคนบอกว่าให้เอาประชาชนออกให้หมด แล้วก็เอาแสนกว่าไร่นั้นเป็นพื้นที่รับน้ำทั้งหมดเลย ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องเปราะบาง แล้วก็ อันตรายมากนะครับ อยากฝากให้ท่านทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่ด้วย
และสุดท้ายสุดที่ผมอยากจะฝากก็คือเงินนี่มันเป็นเงินกู้ มันไม่ใช่เงินของเรา และอย่างที่ผมย้ำอีกครั้งก็คือว่า เรากู้มาเราต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แล้วก็อย่างที่เห็น หลังจากวันนี้ถ้างบผ่านไปแล้ว ท่านอย่าลืมนะครับ มีคนอีกเป็นล้านล้านคนที่รออยู่ หลายท่านอาจจะลืมไปแล้วว่าผมทวงในสภาที่นี้ ๓-๔ ครั้ง ก็คือเงินช่วยเหลือบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม หลังละ ๑๐,๐๐๐ บาทบ้าง ๒๐,๐๐๐ บาทบ้าง ๓๐,๐๐๐ บาทบ้าง บ้านพังทั้งหลังบ้าง ตอนนี้เวลานี้ยังไม่ได้นะครับ แล้วผมก็ถาม หน่วยราชการหลายหน่วยที่ผมพอจะถามได้ เขาบอกว่ารองบประมาณของรัฐบาลอยู่ ถ้าวันนี้ หรือวันพรุ่งนี้ผ่านแล้ว สิ่งแรกที่ผมอยากจะฝากท่านก็คือว่าให้รัฐบาลเร่งจ่ายเงินชดเชย น้ำท่วมบ้านที่ได้รับความเสียหาย เงิน ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือนโดยเร็ว เพราะอันนี้จะเป็นสิ่งหนึ่งที่จะทำให้พี่น้องชาวบ้านที่เขารออยู่จะได้สบายใจ
และเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะฝากก็คือว่าการแก้ปัญหาน้ำท่วมก็ดี แต่แก้ปัญหา สำคัญที่สุดคือแก้ปัญหาของแพง ของแพงนี่เป็นเรื่องใหญ่ที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด ของพี่น้องครับ พี่น้องตอนนี้บอกว่าบังคับให้เขาขายข้าวผัดกระเพราจานละ ๒๕ บาท ดูต้นทุนหรือเปล่าครับ ไข่ใบเท่าไร หมูกิโลกรัมละเท่าไร ข้าวราคาเท่าไร เขาบอกอย่างน้อย เขาอยู่ได้ต้อง ๓๐-๓๕ บาท ฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่นะครับ ก็ฝากรัฐบาลด้วยครับว่า อย่าดูเฉพาะเรื่องน้ำท่วม ดูให้ครอบคลุมทั้งหมดด้วยแล้วก็ดูปัญหาข้าวของแพงของพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศด้วยครับ ขอบคุณครับ