อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ หารือเรื่องการบริหารจัดการน้ำ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลตั้งคำถามถึงความสามารถในการบริหารจัดการน้ำหลังจากเกิดอุทกภัยในปี 2554 และเรียกร้องให้รัฐบาลมีแผนงานที่ชัดเจนในการใช้เงิน 350,000 ล้านบาทในการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายแสดงความคิดเห็นต่อพระราชกำหนด การให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๕ แต่ก่อนที่เราจะเดินหน้าสร้างอนาคตของประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น ในการที่จะวางรากฐานเพื่อการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน กระผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่า เราจำเป็นที่จะต้องย้อนกลับไปหาอดีต อดีตในระยะไม่ไกลนี่ล่ะครับ ระยะ ๔-๕ เดือน ที่เพิ่งผ่านพ้นไป หาอดีตก็เพื่อที่จะหาคำตอบกับคำถามที่ว่าเราจะเชื่อมั่นกับการบริหาร จัดการน้ำของรัฐบาลนี้ได้หรือไม่ อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ อุทกภัยที่เกิดขึ้น ในปี ๒๕๕๔ เป็นอุทกภัยที่เป็นหายนะ เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ความเสียหาย รุนแรงมาก แต่จะไปโทษธรรมชาติ ไปโทษพายุกี่ลูก ๆ อย่างเดียวไม่ได้ ความเสียหายที่มาก และรุนแรงนั้น ต้องยอมรับว่ามาจากการบริหารจัดการที่ผิดพลาด บกพร่องของรัฐบาลนี้ ผิดพลาด บกพร่อง จนกลายเป็นโศกนาฏกรรมของประเทศ ท่านประธานและพี่น้องประชาชน ที่อยู่ทางบ้านคงจะจำภาพผู้คนนับแสนคน นับล้านคนหอบลูกจูงหลานหนีน้ำท่วม หนีตายกัน โดยไม่รู้ว่าจะไปเผชิญอะไรอยู่ข้างหน้า แล้วไม่รู้ว่าชั่วโมงข้างหน้าจะหนักหน่วง จะรุนแรง กว่านั้นหรือไม่ มีผู้คนจำนวนมากสับสนว้าวุ่นกับภาพ กับความไม่แน่นอน กับข่าวสาร ที่เกิดขึ้น โดยที่ไม่รู้ว่าจะไปเชื่อใครดี ภาพเหล่านั้น ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่เราจำเป็นที่จะต้อง ให้ความสนใจ ต้องไม่ลืมนะครับ มีคนเสียชีวิตมากถึงเกือบ ๘๐๐ ศพจากหายนะภัยในครั้งนั้น เหล่านี้ล่ะครับ ผมถึงอยากจะต้องตั้งคำถามกับท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลเป็นเบื้องต้นว่า เราจะยังให้ความเชื่อถือกับรัฐบาลนี้ในการบริหารจัดการน้ำโดยใช้เงิน ๓.๕ แสนล้านบาท ที่จะไปกู้มาได้หรือไม่ เราเคยเห็นประสบการณ์ เคยเห็นความสามารถของรัฐบาลในการบริหาร จัดการน้ำมาแล้วเมื่อเกิดภาวะวิกฤติเรารู้จักชื่อของ ศปภ. เรารู้เห็นถึงการวางตัวบุคคล ในการบริหารจัดการน้ำกันแล้วในเวลานั้น เราเอารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไปบริหาร จัดการน้ำ ซึ่งก็เห็นอยู่แล้วว่าผลงานของ ศปภ. เป็นอย่างไร วันนี้เราก็ยกหน้าที่นั้นไปให้กับคนกลุ่มหนึ่ง ที่ชื่อ กยน. วางใจได้แค่ไหน อย่างไร วางใจให้เขาใช้เงินอีกจำนวนมากมายมหาศาลนี้ ได้อย่างไร ท่านประธานต้องยอมรับนะครับว่าความผิดพลาดบกพร่องที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็น การคำนวณปริมาณน้ำที่ปล่อยออกมาผิดพลาด การเตรียมการรับมือที่ไม่ทั่วถึง ไม่ทันกาล เมื่อเกิดภัยพิบัติ การให้ข่าวสารที่สับสน การอพยพผู้คนที่ไม่มีทิศทาง ไม่มีเป้าหมาย สักแต่ว่า บอกให้อพยพแต่ไม่รู้ให้ไปไหน การแจกจ่ายถุงยังชีพ การดูแลผู้ประสบภัยอย่างไม่ทั่วถึง และมีการเลือกปฏิบัตินั้นมันได้สร้างความคับแค้นใจให้กับผู้ประสบภัยอย่างร้ายแรง นี่คือ ภาพที่เกิดขึ้นในอดีต แต่น่าเสียดายครับ ผมคิดว่ามีผู้คนอีกไม่มากเท่าไรหรอกครับที่ยังจำภาพ เหล่านั้นได้ เพราะสังคมเราถูกทำให้ลบลืมกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นนั้น ด้วยกลยุทธ์ การโฆษณา ด้วยการใช้สื่อสารมวลชน ทั้งของรัฐ ทั้งสื่อสารมวลชนของเอกชนที่ยอมทอดกายรับใช้รัฐบาล นี่คือความเป็นจริงที่เกิดขึ้น วันนี้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลที่เคยผิดพลาดบกพร่องในการแก้ไข ปัญหาวิกฤติอุทกภัยกลายเป็นว่ารัฐบาลประสบความสำเร็จไปเสียแล้ว และรัฐบาลนี้กำลังจะเป็น ความคาดหวังของประชาชนในการแก้ไขปัญหา มันจะเป็นจริงอย่างนั้นได้อย่างไร ท่านประธานครับ ผมก็ต้องขอแสดงความยินดีกับรัฐบาลนะครับ ที่วันนี้ไม่มีใครมาขัดขวางพระราชกำหนดนี้ ได้แล้ว ศาลรัฐธรรมนูญได้ให้อำนาจท่านเต็มที่ในการไปกู้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ขณะเดียวกันก็ต้องแสดงความเสียใจกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่าจะต้องแบกหนี้ ก้อนโตกันต่อไปโดยที่ไม่รู้ว่าหนี้ก้อนนี้จะใช้กันไปถึงลูกถึงหลาน ท่านประธานที่เคารพครับ พวกเราพรรคประชาธิปัตย์ก็พยายามที่จะให้สติกับรัฐบาลนะครับว่าการกู้เงินโดยที่ยังไม่มี แผนงานที่ชัดเจน แน่นอนนั้นเป็นเรื่องที่อันตราย และเป็นเรื่องที่ไม่ให้เกียรติกับพี่น้องประชาชน เพราะเขาเป็นเจ้าของเงินภาษีที่จะต้องไปชดใช้หนี้แทนรัฐบาล ไม่ใช่เงินของรัฐบาลครับ บอกรายละเอียดให้ชัดเจน ให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้ว่าจะเอาไปทำอะไร ตรงไหน อย่างไร เราต้องการแค่นี้ละครับ นั่นคือสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์พยายามท้วงติงกับท่าน แต่ว่ารัฐบาล ก็ไม่ให้ความชัดเจน ถามว่ามีไหมแผนงานที่ว่านั้นก็ได้ยินคำตอบว่ามีแต่ไม่รู้ว่ามีอยู่ ในมันสมองก้อนน้อย ๆ ของใคร ของนายกรัฐมนตรี ของประธาน กยน. ของ กนอช. กบอ. สารพัด ก ละครับ ประชาชนไม่มีโอกาสได้รับรู้ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นละครับ วันนี้รัฐบาลก็ให้ กระดาษมา ๔ แผ่นอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึง แล้วก็มีแผนงานอยู่ ๒๐ บรรทัดใน ๖ ข้อนี้ ผมนับดูแล้วครับ ๒๐ บรรทัดจริง ๆ เพื่อจะใช้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นแผนงานฟื้นฟู อนุรักษ์ป่าระบบนิเวศเสีย ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปสร้างฟลัดเวย์เสีย ๑๗๗,๐๐๐ ล้านบาท ไปพัฒนาคลังข้อมูลระบบพยากรณ์เตือนภัยเสีย ๓,๐๐๐ ล้านบาท ไปกำหนดพื้นที่รองรับน้ำ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปบริหารจัดการลุ่มน้ำ ๑๗ ลุ่มน้ำอีก ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ไปฟื้นฟู อนาคตประเทศอะไรอีก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ล่องลอยไม่รู้อะไรอยู่ตรงไหนนะครับ ผมก็อยากรู้ เหมือนกันนะครับ จังหวัดนครศรีธรรมราชของผมเผชิญกับปัญหาภัยพิบัติธรรมชาติ อุทกภัย ร้ายแรงซ้ำแล้วซ้ำอีกตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ มา ต่อเนื่องปี ๒๕๕๔ บ้านอื่นเมืองอื่นเขาไม่ท่วมกัน บ้านผมน้ำท่วมท่วมหน้าแล้ง ผมก็อยากเห็นเหมือนกันว่า ๖ แผนงานที่ว่านี้มันมีของ จังหวัดนครศรีธรรมราชบ้านผมอยู่หรือเปล่า มีของภาคอีสาน จังหวัดอุบลราชธานี ของเพื่อนสมาชิกที่พูดไปแล้วหรือเปล่า ทำไมไม่บอกกับเพื่อนสมาชิกละครับ วันนี้ไม่มีครับ จังหวัดนครศรีธรรมราชผมนี่เขาเตรียมการ เตรียมวางแผนที่จะรับมือกับ ภัยพิบัติน้ำท่วมรอบใหม่ เตรียมโครงการ เตรียมงบประมาณ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ล้านบาท เขตเทศบาลซึ่งเป็นจุดหัวใจ เป็นใจกลางของเมือง เตรียมงบประมาณไว้ ๕๐๐ กว่าล้านบาท เตรียมที่จะเสนอนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นี่ละครับ ตอนแรกก็คาดการณ์ว่าจะไปสัญจร ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่คิดเปลี่ยนใจอะไรก็ไม่ทราบ ทั้ง ๆ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช นี่ล่ะคือจุดที่ประสบปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติรุนแรงที่สุด ท่านเลือกที่จะไม่ไป ได้ข่าวว่า เที่ยวบินมันมีบินไปน้อยไม่สะดวก ก็เลยไปจัดที่จังหวัดภูเก็ต ผมก็ไม่รู้ว่างบประมาณ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชจะเสนอกับ ครม. สัญจรนี่จะได้รับการดูแลหรือไม่ หน้าแล้งปีนี้ เดือนมีนาคมปีนี้พายุที่จะเข้าพื้นที่ภาคใต้กำลังจ่อเข้ามาแล้ว จะได้รับการดูแล จะได้รับ การปัดเป่าจากงบ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้หรือเปล่า ต้องเรียนกับท่านประธานนะครับว่า การขออนุมัติงบด้วยจำนวนเงินมหาศาลแบบนี้นี่เหมือนกับการตีเช็คเปล่า รัฐบาลนี้ ชอบนะครับตีเช็คเปล่า วันก่อนแก้รัฐธรรมนูญก็ตีเช็คเปล่าให้ สสร. ไปบรรจุตัวเลข คราวนี้ ก็ตีเช็คเปล่าให้ ๖ แผนงานซึ่งไม่มีรายละเอียด ผมก็กลัวนะครับ ชาวบ้านก็กลัวว่ารัฐบาลนี้ก็จะไปทำ เป็นก้านหูอักเสบเดินเซไปเซมาก็ทำเช็คเปล่าหล่นหายเสียอีก นี่น่าห่วงนะครับ ก็อยากจะเรียน ท่านประธานว่าแผนงานรายละเอียดนี่มีความจำเป็นต้องให้ผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นผู้แทนปวงชน ได้มีโอกาสได้ตรวจสอบ ได้พูดแทนพี่น้องประชาชนว่าเงินที่จะเอามาใช้นี่ซึ่งเขาจะต้อง รับผิดชอบโดยการเสียภาษีไปชำระหนี้ในอนาคตนั้นเขาจะได้อะไรบ้าง ก็ฝากไปถึงรัฐบาลด้วย แล้วผมก็ไม่อาจที่จะให้การรับรองกับพระราชกำหนดนี้ได้เมื่อไม่มีรายละเอียดเช่นนี้ ขอบคุณครับ