สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยเสนอแผนการกู้เงิน 350,000 ล้านบาท และการโอนหนี้ภาระจากธนาคารแห่งประเทศไทย จำนวน 1.14 ล้านล้านบาท และเรียกร้องให้รัฐบาลให้รายละเอียดในการดำเนินการ และยังวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับข้อผิดพลาดในการออกพระราชกำหนดดังกล่าว

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตจตุจักร พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้พิจารณาอนุมัติพระราชกำหนด ๒ ฉบับ ฉบับแรกก็คือเรื่องของ การกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อบริหารน้ำ ฉบับที่ ๒ คือการโอนหนี้ภาระจากรัฐบาลที่ต้อง จ่ายไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย จำนวน ๑.๑๔ ล้านล้านบาท พระราชกำหนด ๒ ฉบับนี้มีผล ไปแล้วครับ เพราะว่ามีลักษณะเป็นพระราชกำหนด หรือเรียกย่อ ๆ ว่า พ.ร.ก. พ.ร.ก. นี้ เป็นอำนาจของรัฐบาลครับ รัฐบาลออกกฎหมายปังมีผลทันทีเลยครับ ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้วก็มีผล ไม่ต้องรอสภาครับ แต่เขาอนุญาตให้เฉพาะในกรณีที่จำเป็นเร่งด่วนเท่านั้น เที่ยวนี้รัฐบาล ก็อ้างเรื่องของน้ำท่วมเป็นความจำเป็นเร่งด่วนในการออกพระราชกำหนดทั้ง ๒ ฉบับนี้ แต่ต้องย้ำกับท่านประธานและท่านผู้ชมอีกครั้งว่ามันมีผลมาตั้งแต่รัฐบาลตัดสินใจเคาะโต๊ะ แล้วครับ พอมันเป็นอย่างนี้ครับ ปรากฏว่าพรรคฝ่ายค้านไปยื่นกับศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตีความ แล้วผมเล่าให้ท่านฟังวันนี้ครับว่าเอ๊ะถ้าเกิดว่าไปยื่นตีความ พ.ร.ก. จะทำให้ การช่วยเหลือน้ำท่วมล่าช้าหรือเปล่า เปล่าครับ เพราะพระราชกำหนดมีผลไปแล้ว และถามว่า ยื่นตีความทำไม ไปขวางทางรัฐบาลเขาทำงานทำไม คำตอบคือรัฐบาลทำแปลก ๆ อย่างไรครับ เวลาไปดูในพระราชกำหนดมีเอกสารอยู่ ๓ แผ่น บอกกู้เงิน ฉบับแรกครับ กู้เงินบริหารน้ำ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท หน้าตาก็เหมือนตอนที่พรรคประชาธิปัตย์กู้ไทยเข้มแข็งละครับ มี ๓ แผ่น เหมือนกันครับ แต่ความแตกต่างคือตอนไทยเข้มแข็งมีการระบุรายละเอียดโครงการครับ และมาแจกกันดูเรียบร้อยหมดว่าทำที่ไหน อะไร อย่างไร หมู่ไหน อำเภอไหน ตำบลไหน ชัดเจนครับ พวกผมในพรรคประชาธิปัตย์เราก็เถียงกันอยู่นานว่าตกลงจะยื่นตีความดีไหม พ.ร.ก. เงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เราก็เลยวางกลยุทธ์กันว่า ผมเชื่อว่าเดี๋ยวรัฐบาลจะต้อง รีบคายออกมาว่าทำที่ไหนบ้าง เราจะได้ทำการตรวจสอบได้ครับ ท่านประธานเชื่อไหมครับ เพิ่งไปรู้รัฐบาลมีแผนซึ่งเป็นแผนคร่าว ๆ ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ วันที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ไปยืนแถลงครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ยื่นเอกสารให้ศาลหนาขนาดนี้ยื่นไปที่ศาลครับ เราก็เอาละสิ อยากดูว่าไส้ในคืออะไรครับ วันนี้ก็รอดูว่าไส้ในคืออะไรครับ ท่านประธานอยากดูไหมครับ ไส้ในรัฐบาลนี้ในโครงการ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ทำอะไรบ้างครับ ขึ้นสไลด์ (Slide) ที่ ๑ ผมขออนุญาตท่านประธานไว้แล้วครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านประธานดูนะครับ อันนี้พูดตรง ๆ ผมไม่มีอ้อมค้อมครับ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลบอกจะไปทำของ ดังต่อไปนี้ แล้วไม่มีรายละเอียดอื่นว่าทำที่ไหนครับ เช่น ฟื้นฟูต้นน้ำ ต้นน้ำปิง วัง ยม น่าน แม่น้ำสายต่าง ๆ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้นน้ำทั้งหมดปลูกป่าด้วย ทางน้ำหลากที่เขาเรียกว่า ฟลัดเวย์ครับ ทำ ๑๗๗,๐๐๐ ล้านบาท ระบบเตือนภัย ๓,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ช่วยพื้นที่ น้ำนอง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ที่ได้รับผลกระทบอีก ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้งนะครับ ช่วยพื้นที่น้ำนองเดี๋ยวได้เจออธิบายกัน พัฒนา ๑๗ ลุ่มน้ำทั้งหมดที่เหลืออีก ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท และอื่น ๆ ตามโครงการอีก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมทั้งหมด ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วนี่คือ รายละเอียดของรัฐบาลนี้ที่ให้ในการบริหารน้ำ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แค่นี้ชัดเจนครับ ท่านประธานครับ มันแตกต่างสิ้นเชิงกับการบอกว่าโครงการไปทำที่หมู่ไหน ตำบลไหน อำเภอไหน แล้วแบบนี้หรือครับที่จะให้พวกผมผ่านในการอนุมัติวันนี้ ผมเห็นแค่นี้ครับ แล้วก็นึกว่าวันยื่นศาลจนกระทั่งถึงวันนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์จะออกมาพูด ในรายละเอียดว่าคืออะไร ผมจะให้ท่านประธานดูครับ เมื่อกี้ผมขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้ง เรื่องของพื้นที่น้ำนองนะครับ เอาละครับสไลด์นี้ลงนะครับ มาดูปริมาณน้ำในปีที่แล้วว่า เกิดอะไรขึ้น ไปดูสไลด์ที่ ๕ ปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพลครับ ก่อนจะเข้าสไลด์นี้นะครับ ผมจะอธิบายท่านก่อนว่าปริมาณน้ำเฉพาะในปี ๒๕๕๕ ในเดือนมกราคม ปริมาณน้ำทั้งหมด ในเขื่อนประเทศไทยอยู่ที่ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ปีนี้นะครับ เยอะมากครับ ในขณะที่เดือนมกราคม ปีเดียวกัน ปี ๒๕๕๔ อยู่เพียงแค่ ๖๘ เปอร์เซ็นต์ครับ แปลว่าปีนี้น้ำเยอะครับ แล้วนี่ละทำไม ฝ่ายค้านถึงยื่นตีความ เพราะผมอยากดูว่า ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท จะไปสร้างฟลัดเวย์ที่รับน้ำนอง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ของท่านมันที่ไหนครับ จังหวัดไหน อำเภอไหน ตำบลไหน ส.ส. เขาจะได้ ไปดูแลพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง และผมบอกนะครับภาคกลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รับน้ำเต็ม ๆ นะครับ ท่านตอบเขาอย่างไรครับ อีกหลากหลายจังหวัดในเขตลุ่มน้ำภาคกลาง ท่านมี ส.ส. ทั้งของรัฐบาลและของฝ่ายค้าน ท่านต้องบอกเขาสิครับ ไม่อย่างนั้น ส.ส. จะชี้แจงอย่างไรครับ มาดูปริมาณน้ำว่าทำไมพวกผมตีความครับ ท่านดูนะครับ คุณยิ่งลักษณ์ รับตำแหน่งวันที่ ๑๐ สิงหาคม พร้อมในการบริหารประเทศ ดูนะครับเส้นกลางสีแดงที่ขีด ตรงกลางอยู่บริเวณระหว่างสีชมพูกับสีเหลืองนะครับ นั่นละครับวันที่ ๑๐ สิงหาคม ปริมาณน้ำ ในเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก ท่านเก็บน้ำไว้เรื่อยเลยครับ เส้นสีแดงเห็นไหมครับขึ้นทะลุแนวกั้น สูงสุดไปแล้วครับ เดือนกันยายน เดือนตุลาคม ท่านนายกรัฐมนตรีประกาศโครงการ บางระกำโมเดลตั้งแต่นู้นนะครับ แต่ถามว่าเดือนกันยายน เดือนตุลาคม ทำไมท่านไม่ปล่อยน้ำ นี่คือการบริหารน้ำแบบที่บอกว่าเอาอยู่อย่างไรครับ แล้วมันเอาไม่อยู่อย่างไรครับ เห็นชัดเจนว่า ความผิดพลาดนี้เกิดขึ้นเพราะอะไรครับ แต่เอาครับวันนี้สถานการณ์มันเลยจุดที่จะตำหนิอะไร กันแล้ว ท่านก็ยังใหม่ในการมาบริหารประเทศ ทำไมจะให้โอกาสนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่ได้ครับ เอาลงได้เลยครับ แต่ พ.ร.ก. ผมก็หวังว่าท่านจะบอกไปยังผู้แทนประชาชนเขาว่าจะทำที่ไหน เป็นฟลัดเวย์ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท เห็นแบบสไลด์ที่ ๑ เอาขึ้นอีกทีครับ รูปผมไม่เป็นอะไรครับ นี่ครับ พื้นที่น้ำนอง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท จังหวัดไหนบอกผมครับ ตำบลไหน อำเภอไหน ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ออกมาพูดให้ชัด สมัยท่านอยู่กระทรวงพาณิชย์ท่านไป ทำงานกระทรวงการคลัง สมัยอยู่กระทรวงพาณิชย์จำนำข้าว จำนำมันสำปะหลัง จำนำข้าวโพด วันนี้ชาวนานั่งปวดหัวกันหมดแล้วครับ ตอนท่านอยู่กระทรวงพาณิชย์ วันนี้ท่านมาอยู่ กระทรวงการคลังท่านตอบให้ชัดนะครับ เพราะงานนี้เป็นงานที่ท่านรับผิดชอบโดยตรง เอาละครับชัดเจนนะครับ แล้วนี่คือสิ่งที่ฝ่ายค้านอย่างพวกผมร้องศาลรัฐธรรมนูญ เพราะอยากดูรายละเอียดครับ เพราะตอนไทยเข้มแข็งรายละเอียดชัดเจน ถ้าไม่ทำภายใน ปี ๒๕๕๓ ไม่เสนอมาราชการอดครับ ไม่ได้โครงการครับ ของท่านเขียนแค่นี้แล้วออกเป็น พ.ร.ก. ครับ อ้างฉุกเฉิน แล้วพวกผมอยู่เฉย ๆ ได้อย่างไรล่ะครับ รายละเอียดเอามาคุย แล้วบอกให้หมดนะครับ เพราะว่า ส.ส. ในสภาแห่งนี้เขาจะได้ลงไปชี้แจงครับ กรุงเทพมหานคร ท่านใช้เงินเป็นแสนล้านบาทที่จะมาทำแนวถนนใหม่ ตรงไหนล่ะครับ แล้วคูคลองที่ท่านจะขุดลอก ที่วันนี้บอกว่ากรุงเทพมหานครไม่ต้องดูโยนไปให้ กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ขุดลอก ชาวบ้านที่เขาอยู่ริมคลองต่าง ๆ เขาต้องเตรียมตัวในการขนย้าย สลัมต่าง ๆ ที่บุกรุก คนเหมือนกันนะครับ ท่านต้องบอกให้ชัดว่าย้ายตรงไหน อะไร อย่างไร นี่ละครับ คือสิ่งที่ผมถามหา แล้วนี่คือสิ่งที่ผมร้องศาลรัฐธรรมนูญเพื่อดูรายละเอียดครับ มาดูอีกฉบับครับ ฉบับแรกผมชัดเจนนะครับเรื่องน้ำท่วม ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ทำไมผมยกมือให้ท่านไม่ได้วันนี้ ผมไม่เห็นรายละเอียดนอกจากสไลด์แผ่นเมื่อกี้และหนังสือฉบับนี้ ซึ่งก็ไม่มีรายละเอียดครับ

มาดู พ.ร.ก. ฉบับที่ ๒ ครับ พ.ร.ก. โอนหนี้ที่รัฐบาลต้องจ่ายให้กับกองทุน เพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินไปอยู่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ๑.๑๔ ล้านล้านบาท เป็นหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินที่เกิดสมัยวิกฤติเศรษฐกิจ เมื่อปี ๒๕๔๐ ท่านประธานครับ หลักการของรัฐบาลชุดนี้ผมเป็นทีมเศรษฐกิจของ พรรคประชาธิปัตย์ผมบอกท่านเลยดีครับ เพราะว่าแบงก์นั้น ๆ ที่ล้มไปกองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงินเข้าไปอุ้มไปช่วยก็มีหน้าที่จะต้องเก็บเงินออกมาแล้วจ่าย หลักการของท่านดีมาก ไม่มีปัญหาครับ แต่ประเด็นที่มันมีปัญหาเรื่องของเรื่องก็คือว่า ท่านตัดสินใจในการออกพระราชกำหนดซึ่งรัฐบาลออกเองแล้วมีผลมันไม่รอบคอบครับ ทำไม ผมบอกมันไม่รอบคอบ วันนี้แหล่งเงินสำคัญที่จะไปจ่ายหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนา ระบบสถาบันการเงินคือไปให้สถาบันการเงิน พูดง่าย ๆ แบงก์พาณิชย์เก็บค่าต๋งมาจ่ายทั้งหมด ดีแล้วผมเห็นด้วย เอาเลยครับ แต่บทบัญญัติของ พ.ร.ก. ท่านไม่มีบทบัญญัติใดในการที่จะ ห้ามไม่ให้แบงก์พาณิชย์ผลักภาระไปยังผู้ฝากผู้กู้ ท่านรู้ไหมครับคณะกรรมการนโยบายการเงิน กนง. ของธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศลดอัตราดอกเบี้ยมา ๒ หน ๒ หน ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้ง ไม่มีแบงก์ไหนลดดอกเบี้ยให้กับพี่น้องประชาชนเลย เพราะ พ.ร.ก. ของท่านฉบับนี้ มันไม่ได้เขียนโดยความรอบคอบห้ามผลักภาระไปยังผู้ฝากผู้กู้ ถามว่าถ้าเข้าสภาแห่งนี้ผมมี ข้อเสนอดีกว่านั้นไหม ผมบอกท่านเลยครับ รัฐบาลนี้กำลังจะมีนโยบายในการลดภาษีนิติบุคคล จาก ๓๐ เหลือ ๒๓ หายไป ๗ คำถามถามว่าทำไมไม่บอกแบงก์พาณิชย์เขาล่ะ ผมไม่ลดให้คุณ อีก ๗ เปอร์เซ็นต์ที่เหลือคุณเอามาเข้ากองทุนแล้วค่อย ๆ คืนกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนา ระบบสถาบันการเงินไปเรื่อย ๆ จนหนี้หมด แล้วคุณถึงจะได้สิทธิ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ ผมพูด ภาษาชาวบ้านนะครับ เพราะในขณะเดียวกันแบงก์ก็ต้องอะไรครับ ทำกำไรให้เกิดขึ้นด้วย แล้วก็คืนเงินกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินไปด้วย แต่วันนี้ มันไม่ใช่ พ.ร.ก. โอนหนี้ของท่านมันผลักภาระเต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ให้กับผู้กู้ผู้ฝาก เพราะคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศลดอัตราดอกเบี้ย ๒ หน ดอกเบี้ยปลีกของธนาคารพาณิชย์ไม่ขยับเลยครับ นี่คือความไม่รอบคอบของท่านที่พวกผม อนุมัติไม่ได้วันนี้ ไม่พอครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ครับ ทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ท่านกำลังจะตกหล่มอีกครั้งของแบงก์พาณิชย์วันนี้ เขามาบอกท่านว่าท่านไปเรียกเก็บออกมา ๐.๔๗ ของเงินฝาก ทำให้แบงก์พาณิชย์ปกติสู้กับแบงก์เฉพาะกิจของรัฐไม่ได้ เช่น สู้กับธนาคารออมสิน ไม่ได้ สู้กับธนาคารอาคารสงเคราะห์ สู้กับธนาคาร ธ.ก.ส. ไม่ได้ ผมบอกท่านอย่าไปเชื่อแบงก์พาณิชย์ เขาหลอกครับ ผมพูดตรง ๆ เลยครับเอาแบบนี้ ถามกี่ทีตอบผมสิครับ ลูกค้าแบงก์ออมสิน กับลูกค้าแบงก์ไทยพาณิชย์มันเคยเหมือนกันไหมครับ ลูกค้า ธ.ก.ส. กับลูกค้าธนาคารไทยพาณิชย์ มันเคยเหมือนกันไหมครับ ธนาคารกสิกรไทย มันไม่เหมือนกันท่านประธาน เพราะว่า แบงก์เฉพาะกิจกับธนาคารพาณิชย์มันใช้ลูกค้าคนละเซคเตอร์ (Sector) คนละกลุ่มกันครับ ถ้าวันนี้ท่านตัดสินใจให้แบงก์เฉพาะกิจต้องเรียกเงินเก็บเข้าไปอีก ท่านกำลังทำให้เครื่องมือ ของรัฐที่เขาเรียกว่าสถาบันการเงินเฉพาะกิจอ่อนแอลงครับ อย่าทำนะครับ แล้วประเด็นสำคัญ ท่านบอกว่าเงินทั้งหมดไม่ได้เอาไปชดเชยกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน แต่จะไปตั้งกองทุนพัฒนาประเทศไทยต่างหาก แล้วก็เอาเงินไปใช้จ่ายได้ ใส่วงเล็บขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้ง โดยไม่ต้องนำส่งเข้าเป็นเงินงบประมาณครับ จำกองสลากกินแบ่งรัฐบาล หวย ๒ ตัว ๓ ตัว ได้ไหมครับ ออกหวย ออกหวย ออกหวย เงินเข้ากองสลากกินแบ่งรัฐบาล มาขอบริจาค ทุจริต วงจรอุบาทว์มันจะเกิดขึ้นอีกเพราะเงินมันไม่เข้าสู่ระบบ อย่าทำนะครับ ท่านทำท่านต้องผ่านสภาแห่งนี้ และผมฝากท่านประธาน ฝากพี่น้องพรรคเพื่อไทยที่เป็น รัฐบาลและมีเสียงข้างมาก เรื่องแบบนี้ต้องช่วยกันตรวจสอบแล้วเราพร้อมเป็นกำลังใจ ให้รัฐบาลในฝ่าวิกฤติน้ำ แต่ที่ผมได้เรียนกับท่านประธานตั้งแต่ตอนต้นจนถึงตอนนี้ว่าสิ่งที่ พรรคประชาธิปัตย์ต้องยื่นตีความ เพราะเราไม่เห็นแผนฟื้นฟูน้ำว่าหมู่ไหน ตำบลไหน อำเภอไหน แล้วเราไม่เห็นว่าเราจะไปชี้แจงกับชาวบ้านอย่างไรว่าบ้านพี่ทางน้ำผ่านพี่อยู่ไม่ได้แล้ววันนี้ ช่วยบอกแผนเถอะครับวันนี้ก็ยังไม่บอก แล้วตอบโจทย์สังคมอย่างไร นี่คือสิ่งที่เราเป็นห่วงครับ แล้วผมบอกท่านประธานนะครับ ปีนี้เราพยายามจะเร่งเครื่อง ฝ่ายค้านพยายามที่จะขอแผน ให้เร็วที่สุด วัตถุประสงค์คือต้องการเร่งเครื่องท่านเท่านั้นล่ะครับ ไม่มีวัตถุประสงค์อย่างอื่น คุยกันแบบสุภาพบุรุษ เพราะอยากให้ท่านฝ่าฟันวิกฤตินี้ไปให้ได้ แต่เราก็ยังไม่เห็นทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นผมไม่สามารถที่จะอนุมัติให้ผ่านแผนแบบนี้โดยที่ไส้ในไม่มีได้ครับท่านประธานครับ