จิรายุ ห่วงทรัพย์ เสนอแนวคิดการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจากประสบการณ์ของประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยใช้ภาพเป็นหลักเหตุผลในการป้องกันน้ำท่วม และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการสร้างเขื่อนและระบบป้องกันน้ำท่วมอย่างยั่งยืน
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ผมหยิบเอกสารที่เป็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติ ๗ ต่อ ๒ ที่พรรคฝ่ายค้านหรือว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้ไปยื่น ให้วินิจฉัยนะครับ เขามีคำวินิจฉัยออกมาอย่างนี้ ท่านประธานครับ พระราชกำหนดให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ ประจำปี ๒๕๕๕ และพระราชกำหนดปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุน เพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินปี ๒๕๕๕ เป็นไปเพื่อประโยชน์ในอันที่จะ รักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศและเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วน อันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ ไม่ต้องพูดซ้ำ ท่านประธานครับ เป็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ไปยื่นร้องคัดค้านใน พ.ร.ก. ๒ ฉบับนี้ครับ ท่านประธานครับ ก่อนที่จะไปพูดถึง พ.ร.ก. ผมในฐานะคนกรุงเทพมหานครแม้จะผ่านชีวิตในน้ำท่วมมาบ้าง แต่ก็ไม่หนักหนาสาหัสเท่ากับปลายปีที่แล้ว ท่านประธานครับ ผมศึกษาข้อมูลบางอย่าง ของประเทศในโลกใบนี้ครับว่าเขาต่อสู้กับน้ำท่วมอย่างไร ก็ไปพบประเทศหนึ่งน่าสนใจครับ และกรรมาธิการหลายคณะก็ตั้งใจบอกว่าจะไปดูก็คือประเทศเนเธอร์แลนด์หรือฮอลแลนด์ กังหันสีส้มท่านประธานรู้จักอยู่แล้วทีมฟุตบอลเขาดัง แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับ หลายท่านนั้นไม่เข้าใจว่าทำไมประเทศนี้จึงแก้ไขปัญหาน้ำท่วม แล้วประชากรเขาทั้งประเทศ ทำไมจึงยินยอม แม้จะมีผลกระทบกันบ้างทั้งทางด้านของธรรมชาติบ้าง แต่สุดท้ายปลายทาง และธรรมชาติอยู่ แต่มนุษย์ตายอย่างนี้ ฝรั่งมังค่าเขาบอกไม่เอา ต้องเอาคนอยู่ก่อน แล้วเดี๋ยวเราไปพยุงธรรมชาติครับ ท่านประธานครับ ผมแนะนำประเทศฮอลแลนด์อย่างนี้ครับ มาจาก ภาษาดัตช์ (Dutch) ชัดเจนครับ แปลว่า ที่ต่ำ แต่ว่าประเด็นน่าสนใจถ้าเกิดขึ้นภาพ ท่านประธาน จะเห็นนะครับว่าในยุโรป ในประเทศเนเธอร์แลนด์นั้นติดทะเลทั้ง ๒ จุด ขอดูภาพที่เป็นแผนที่ ท่านประธานดูนะครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
เดี๋ยวผมจะล้อต่อครับว่าทำไม ประเทศไทยจึงต้องทำเสียทีเถอะ แล้วทำไมมันจึงต้องเป็นวาระเร่งด่วนที่มันต้องเริ่ม ดำเนินการครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ปากแม่น้ำทั้งหลายแหล่ที่เกิดขึ้น ๓ สายจากยุโรป ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำไรน์ (Rhine) แม่น้ำวาล (Waal) แม่น้ำเมิส (Meuse) ก็ทำให้บริเวณ ประเทศเนเธอร์แลนด์เหนือประเทศเบลเยียมขึ้นไปประสบปัญหาน้ำท่วมครับ วันดีคืนดี น้ำทะเลหนุน ท่านประธานครับ ทางด้านซ้ายมือครับ น้ำก็หนุนก็เข้าท่วมพื้นที่ด้านในครับ แปลกไหมครับว่าประเทศไทยพอน้ำท่วมเราจะวางแผนระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ก็มักจะมีคนคัดค้านครับ หวังหรืออย่างไรว่าอนาคตจะให้ลูกหลานเราต้องซื้อเรือมาพายกันอีก ท่านประธานที่เคารพครับ ทางด้านซ้ายมีปรากฏการณ์จากน้ำทะเลซึ่งประเทศไทยมีลักษณะ กำลังจะคล้ายกัน คือน้ำทะเลหนุน ระดับพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ระดับต่ำ กว่าปกติแล้วนะครับ บางปีเราจะเจอปัญหาน้ำเหนือไหลมาปุ๊บเจอน้ำทะเลหนุน กรุงเทพมหานครบริเวณอ่าวไทยก็มีปัญหาเกิดขึ้นครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ เราจะรอลุ้นกันเอาเองใช่ไหมครับว่าแกนโลกเอียงปุ๊บ น้ำบนหิมะละลาย น้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น ประเทศไทยจะท่วม คนสมุทรปราการ คนสมุทรสาคร คนสมุทรสงคราม แล้วก็หลายจังหวัด ที่อยู่ใกล้เคียงโดยเฉพาะกรุงเทพมหานครจะต้องรอรับน้ำกันอีกเมื่อไรครับ ถ้าไม่ทำวันนี้ พ.ร.ก. ไม่ออกวันนี้ และรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ทำผมเชื่อเลย ท่านประธานครับ ไม่น่าเกิน ๕ ปีครับ กรุงเทพมหานครจะหายไปครึ่ง เพราะฉะนั้นประเด็นนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน อย่างยิ่ง ท่านประธานครับ ประวัติศาสตร์ของชาวดัตช์ ท่านประธานครับ เขาก็เจอปัญหา แบบนี้มาโดยตลอด สุดท้ายปลายทางแล้วเขาทำอะไรรู้ไหมครับ ท่านประธานครับ ก็กั้นแม่น้ำ แล้วก็กั้นแนวทะเลครับ ผมอยากให้ท่านประธานดูภาพต่อไปครับ เป็นภาพน่าสนใจครับ นี่เป็นหลักเหตุผล ท่านประธานเห็นเส้นสีน้ำเงินไหมครับ สีน้ำเงินนั้นที่ขึ้นอยู่นั่น ท่านประธานครับ คือแนวกั้นเขื่อน หมายความว่าอย่างไรครับ ถ้าเกิดทางด้านซ้ายมือทะเลเหนือเวลาน้ำทะเลหนุน ขึ้นมาน้ำมันก็ไหลเข้าประเทศ ก็เหมือนกับจังหวัดสมุทรปราการทุกวันนี้เราลอดสะพานแขวน ผ่านวงแหวนอุตสาหกรรมออกไป วันดีคืนดีน้ำทะเลหนุนก็ท่วมกันตั้งแต่ปากน้ำจนกระทั่งถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นี่เป็น แนวคิดของฝรั่งครับท่านประธานครับ แล้วเขาเริ่มในปีไหนท่านประธานรู้ไหมครับ ปี ๑๙๕๐ โดยประมาณครับ ทำไมเขาจึงเริ่มครับ หรือใครอยากจะให้คนตายครับ ในประเทศฮอลแลนด์ หรือว่าเนเธอร์แลนด์ ท่านประธานครับ มีคนเสียชีวิตจากเหตุการณ์อุทกภัยในลักษณะแบบนี้ ละม้ายคล้ายประเทศไทยนี่ล่ะครับ จำนวนประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าคน ประเทศไทยเสียชีวิต ๑๐๐ กว่าคน ก็ยังมีคนค่อนแคะนะครับว่า ทำอย่างไรให้คนตาย แต่ก็ยังดีกว่าฆ่ากันตายครับ ท่านประธานครับ ธรรมชาติมันมามันไม่บอกครับแต่เราควบคุมมันได้ ปัญหาที่ผมพบ เป็นประจำท่านประธานครับตั้งแต่โตมานี้นะครับ ช่วงนี้จะเจอภัยแล้งแล้ว เดี๋ยวสักพักล่ะครับ เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม ภัยฝนอีกแล้วน้ำท่วมอีกแล้ว เดือนธันวาคม เดือนมกราคม ภัยหนาวอีกแล้วประเทศไทยมันก็วนอยู่อย่างนี้ชีวิต เดี๋ยวก็มีงานแล้วครับ ไปช่วยน้ำท่วม เดือนธันวาคมไปแจกผ้าห่ม เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม ไปช่วยภัยแล้ง ชีวิตไม่ต้องทำอะไรกันแล้วครับ คนประเทศไทยวัน ๆ วนอยู่กับ ๓ สิ่งนี้ ที่ผมพูดอย่างนี้นะครับท่านประธาน ในปี ๑๙๕๓ ทำไมรัฐสภาของเนเธอร์แลนด์ที่เขามี การประชุม แล้วตัดสินใจเห็นพ้องต้องกันครับว่าออกพระราชกำหนด ออกพระราชบัญญัติ หรือว่าโหวตกันในสภาให้ทำระบบป้องกันน้ำอย่างยั่งยืนครับ จำนวน ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าทำแล้วประเทศไทยมันไม่ท่วมเลยนี้นะครับ ธนาคารโลกก็บอกแล้วปีที่แล้วสูญเสียไปเท่าไรครับ ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นลงทุน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รายละเอียด ต้องค่อย ๆ ทำเพราะเหตุการณ์มันเพิ่งเกิดขึ้น แล้วที่สำคัญฝ่ายค้านก็มีหน้าที่ในการตรวจสอบ สามารถทำได้อยู่แล้ว ผมอยากจะบอกท่านประธานอย่างนี้ครับว่าในเหตุการณ์ที่น่าสนใจนี้นะครับ มันเป็นการประเมินค่าทางเศรษฐกิจ หามิได้ครับ ท่านอาจจะมองตัวเลขว่า ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ในพระราชกำหนดฉบับนี้ดูเหมือนเงินเยอะเหลือเกิน กองในห้องประชุมนี้เต็ม แต่ผลระยะยาวครับ ต่อไปนี้เราไม่ต้องมายุ่งแล้วครับ หน้าแล้งเราก็ผันน้ำให้พี่น้องเกษตรกรได้ใช้งานได้ครับ หน้าฝนเราไม่ต้องกลัวครับ น้ำมันก็ไหลไปสู่ฟลัดเวย์ออกทางอ่าวไทย ถึงเวลาเราสร้างเขื่อนกั้น น้ำทะเลหนุนเราก็สูบน้ำออกไปในงบประมาณที่เราทำ พอหน้าหนาวเอาล่ะเราควบคุมไม่ได้ ท่านประธานครับ หน้าหนาวปิดแอร์ทั้งประเทศไม่ได้ แต่เมื่อเศรษฐกิจประเทศดีประชาชน ไม่ต้องมาตกทุกข์ได้ยากจากอุทุกภัยน้ำท่วม ไม่มีปัญหาเรื่องภัยแล้งมันก็สามารถซื้อผ้าห่มได้ ท่านประธานครับ พี่น้องอยู่ภาคเหนือติดฮีทเตอร์ (Heater) ได้ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น อันนี้ละครับเป็นการสร้างโครงสร้างอย่างเป็นระบบและเป็นระเบียบในอนาคตครับ แน่นอนครับ ผมไม่ย้อนกลับไปในสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นะครับว่าท่านกู้เงินอย่างไร แต่ท่านก็มี เหตุผลที่จะอธิบายในสภานี้เช่นเดียวกันครับ เพียงแต่ว่าเหตุผลลักษณะตอนนั้นกับตอนนี้ ต่างกันครับ ที่บอกต่างกันก็เพราะว่าตอนนั้นเอาล่ะท่านบอกว่าความมั่นคงของเศรษฐกิจ อากาศธาตุไหมครับ จับต้องได้ไหมครับ ถ้าถามผมผมก็ต้องบอกว่าจับต้องไม่ได้เหมือนกัน แต่น้ำท่วมที่ผ่านมานี้จับต้องได้เต็ม ๆ ท่านประธานครับ เศรษฐกิจย่ำแย่ อุตสาหกรรมก็ล้มครืน ยอดขายรถยนต์ประมาณการกันไว้น่าจะประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ คันก็ขายกันไม่ถึง อย่างนี้ การลงทุนในประเทศไทยก็เป็นปัญหาเหมือนกันท่านประธานครับ ผมบอกอย่างนี้ ท่านประธานครับ ในเรื่องของพระราชกำหนดฉบับนี้นะครับ อยากจะให้ท่านเร่งทำตั้งแต่ ต้นน้ำเลยครับ ตั้งแต่จังหวัดเชียงราย แม่สายโน่นเลยนะครับ ไล่ลงมาจนกระทั่งมาถึง กรุงเทพมหานครและอ่าวไทยครับ น้ำมา ๒ ทางครับ ท่านจะทำฟลัดเวย์ ท่านจะทำแก้มลิง หรือท่านจะผันน้ำตามระบบต่าง ๆ เชื่อมปิง วัง ยม น่าน ท่านประธานครับ น้ำมาปิงก็ผันไปวัง วังมาน้อยก็ผันไปยม ยมมาน้อยก็ผันไปน่าน ประสานงานกันเป็นเครือข่ายอย่างนี้กรุณารีบทำ เลยครับไม่ต้องรอน้ำท่วมท่านประธานครับ ฝนบางทีมันไม่ได้ตกทั้งประเทศหรอกครับ ตกภาคเหนือเยอะ ตกภาคกลางมาก ตกภาคอีสานน้อยก็ผันน้ำกันอย่างเป็นระบบครับ ผมให้ ท่านประธานดูภาพนี้ท่านประธานครับ เป็นภาพที่เนเธอร์แลนด์หรือว่าฮอลแลนด์นี้ละครับ ตอนสมัยที่เราหาเสียงกันก่อนเลือกตั้งวันที่ ๓ กรกฎาคมท่านประธานครับ เขื่อนเหล่านี้ที่เรา พูดกันก็คือการถมทะเลแล้วสร้างเขื่อน จะเป็นจะตายกันครับ มนุษย์มันต้องจินตนาการท่านประธาน เป็นภาพเขื่อนนะครับ เจ้าหน้าที่ช่วยขึ้นภาพเขื่อนด้วยนะครับ อันนี้ครับท่านประธานครับ เป็นภาพเขื่อนลักษณะเหมือนกัน ถ้ารัฐบาลชุดนี้ได้กรุณาทำผมเชื่อว่าเสร็จอีกทีหนึ่งก็ ๕ ปี ๖ ปี ๗ ปีข้างหน้าครับ ถึงเวลาน้ำทะเลหนุนท่านประธานครับ กรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ไม่มีปัญหาครับ ถึงเวลาน้ำทะเลลดต่ำลงก็เปิดประตูเขื่อนระบายออกไปครับ ที่สำคัญมีการ ถมทะเล เนเธอร์แลนด์ท่านประธานครับ มีพื้นที่เพิ่มขึ้นมาประมาณ ๔,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร เกิดจากอะไรรู้ไหมครับ เกิดจากการสร้างเขื่อนกั้นครับ พอน้ำทะเลไม่เข้ามา พอเขื่อนกั้น เรียบร้อยครับ คนก็เริ่มอพยพเข้าไปอยู่อาศัยสร้างเมืองใหม่ได้กว่า ๕ เมืองท่านประธานครับ มีคนประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ คนเข้าไปอยู่ เกิดอะไรขึ้นครับ เกิดการจ้างงาน เกิดนิคมอุตสาหกรรม เกิดการทำงาน เกิดการท่องเที่ยวต่าง ๆ เรามองอนาคตเถอะครับ ปีที่ผ่านมาเราก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นแบบนี้ท่านประธานผมก็ไม่อยากครับ เจ็บปวดกับน้ำท่วม มาพอสมควร เพราะฉะนั้นอนาคตเราอยากให้ประเทศมันเดินหน้าไปได้จาก พ.ร.ก. เหล่านี้ครับ ส่วนหน้าที่ในการตรวจสอบพรรคฝ่ายค้านท่านจะตรวจสอบอย่างไร โครงการนั้นจะทำได้ หรือไม่ได้เป็นหน้าที่ของท่านครับ แล้วผมก็เชื่อโดยสุจริตว่ารัฐบาลนั้นก็ต้องมีความตั้งใจครับ เพราะฉะนั้นการสร้างโครงข่ายต่างๆ เราก็ช้ามา ๔๐-๕๐ วันแล้วท่านประธานครับ ถ้าพระราชกำหนดนี้จะช้าอีก โชคดีนะครับที่ศาลรัฐธรรมนูญท่านวินิจฉัยไป ๗ ต่อ ๒ ว่าไม่ขัด เราจะได้เดินหน้ากันครับ พรุ่งนี้อภิปรายอีก ๑ วันแล้วลงมติจบ ต่อไปนี้เราไม่ต้อง กังวลแล้วครับ หน้าแล้ง หน้าน้ำท่วม หน้าหนาว สุดท้ายปลายทางท่านประธานครับ ถ้าเรามองประเทศเป็นที่ตั้ง เรามองพี่น้องประชาชนเป็นคนของเราทุกคน ไม่เลือกว่าจะชอบ ฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล แล้วเราขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยวิธีการแบบนี้ครับ ต่อไปนี้ ประเทศไทยจะเจริญครับ จะมีคนแต่ละประเทศต่าง ๆ ที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมเดินทาง มาดูงานในบ้านเราครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน