นริศ ขำนุรักษ์ อภิปรายเรื่อง พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศไทย พ.ศ. 2555 โดยวิพากษ์วิจารณ์แผนการกำแพงนิคมที่มีความยาว 141 กิโลเมตร ซึ่งมีค่าใช้จ่าย 4,833 ล้านบาท และเรียกร้องการทำ EIA ก่อนดำเนินการ นอกจากนี้ ยังวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการทำงานของรัฐบาลที่ไม่เคารพเวลาและไม่มีความชัดเจน ซึ่งทำให้ไม่สามารถรับพระราชกำหนดทั้งสองฉบับได้
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตอภิปราย พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคต ประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๕ เพียงฉบับเดียว แต่ว่าขอลงในรายละเอียดเพราะว่าเท่าที่ผมได้ศึกษา และติดตามเราพบว่ารัฐบาลชุดนี้พยายามที่จะอธิบาย พยายามที่จะขอความเห็นใจ ขอการอนุมัติจากสภา จากศาลรัฐธรรมนูญ จากสื่อมวลชนและจากพี่น้องประชาชนว่ารัฐบาล ได้พบเห็นว่าประชาชนได้ประสบความเดือดร้อนจากภัยพิบัติที่ผ่านมา ทำให้พี่น้องประชาชน ทำให้ภาคเอกชนและภาครัฐได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติที่ผ่านมา รัฐบาลจึงขอกู้เงิน ในวงเงินดังกล่าวเพื่อที่จะเรียกร้องความเชื่อมั่นให้กลับขึ้นมาโดยขอกู้เป็นเรื่องเร่งด่วนนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าถ้าดูจาก พ.ร.ก. ฉบับนี้ ผมก็ไม่พบหรอกครับว่าจะได้สร้าง ความมั่นใจอะไรให้กับประชาชนได้นะครับ กับภาคเอกชน กับภาครัฐขึ้นมาได้บ้างนะครับ ๒. ผมดูหลังการทำงานของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมาจากการสัมภาษณ์ของท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องบางท่านจากทัวร์นกขมิ้น นกแก้ว เราก็พบว่ารัฐบาลได้ทำลาย ความเชื่อมั่นซ้ำลงไปอีก ได้ให้ความหวังที่ไม่สามารถเป็นจริงให้กับประชาชนได้เลย ในบางเรื่องที่กระผมจะอธิบายกับท่านประธานต่อไปนี้นะครับ เรื่องที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปราย จบลงไปคือเรื่องปลูกป่า ด้วยวงเงิน ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ว่าให้ปลูกป่า ๓๓๐,๐๐๐ ไร่ให้แล้วเสร็จภายใน ๓ เดือน ผมว่า ทำไม่ได้ครับ เทวดาก็ทำไม่ได้ครับ เพราะว่ากล้าไม้แค่กล้าไม้ในทางวิชาการต้องเพาะชำกล้าไม้ ข้ามปี ๙ เดือนเป็นอย่างน้อยครับ กล้าไม้ดีที่สุดต้องข้ามปีถึงปลูกได้ อันนี้ ๓ เดือนเพาะไม่ได้ครับ ไม่มีกล้าไม้เลยในขณะนี้ ๒. พื้นที่ จะเอาพื้นที่ที่ไหนมาครับ นอกจากไปปลูกในป่าที่มีป่าอยู่แล้ว ประเทศไทยมีป่าอยู่ ๒ แบบครับ ๑. ป่าอนุรักษ์ซึ่งมีต้นไม้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องปลูก นี่เป็น รับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และประเทศไทยมีป่าอีกป่าหนึ่งคือป่าเสื่อมโทรม อยู่ในรูปแบบป่าสงวนแห่งชาติมีอยู่ ๑,๒๐๐ กว่าป่า แต่ว่าจริง ๆ แล้วป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเสื่อมโทรม ประชาชนยึดครองเกือบหมดแล้ว ไปเอาป่าที่ไหนกลับมาจากมือประชาชน ถึง ๓๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ไม่มีวันเป็นจริงได้ครับ และหากดื้อดึงจะทำผมกลัวว่าจะมีการฟอกป่า เกิดขึ้น ป่าบางป่าขณะนี้อยู่ในรูปแบบป่าของต้นน้ำ ๒. ป่าปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ ป่าเหล่านั้นกราบเรียนท่านประธานครับว่าขณะนี้มีการบุก ผมในฐานะกรรมาธิการก็ไปดู เหลือป่าจริง ๆ ก็ประมาณสัก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ถูกบุกรุกแผ้วถางยึดครอง เจ้าหน้าที่เบิกเงิน ค่าบำรุงไปด้วยแต่ว่าทำอะไรไม่ได้ครับ บางสวนเป็นสวนยาง การเอาเงินจำนวน ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ลงไปปลูกต้นไม้อีกครั้งซ้ำในที่เดิมเป็นการฟอกป่าที่เจ้าหน้าที่ได้ปล่อยปละละเลยเอาไว้แล้ว ในระยะเวลาที่ผ่านมานี้ครับ รัฐบาลต้องมีคำตอบนะครับว่ารัฐบาลต้องไม่ปลูกป่าในป่า ที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่แล้ว ไม่ปลูกป่าในพื้นที่ป่า รัฐบาลต้องปลูกป่าในพื้นที่เสื่อมโทรม แล้วผมอยากให้รัฐบาลใช้กลไกอื่นในการปลูกป่าเพราะว่าถ้าปลูกป่าโดยกลไกเดิมคือกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก็จะเป็นการฟอกป่าอีก อยากให้รัฐบาล ใช้กลไกทหารก็ได้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ได้หรือเอกชนก็ได้เข้าไปปลูก หน่วยงาน กลไกเดิมเป็นผู้ตรวจสอบนะครับ นี่เป็นเรื่องที่ ๑ ซึ่งเป็นจริงไม่ได้เลย ทั้งพื้นที่ก็ไม่มีให้ปลูก ๒. กล้าไม้ก็ไม่มีวันทำได้ภายใน ๓ เดือน นี่ไม่คิดรวมถึงปลูกนะครับ นี่เป็นการให้ความหวังประชาชนที่ไม่อาจจะเป็นจริงได้ เรื่องฝายแม้วก็เช่นเดียวกันครับ ต้องไม่ทำในพื้นที่ป่าที่เป็นป่าอนุรักษ์ เพราะว่าการทำฝายแม้วคือการฟื้นฟูสภาพป่า ให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง ต้องไปทำในป่าเสื่อมโทรมนะครับ รัฐบาลต้อง ไม่ทำนะครับ เรื่องแก้มลิงอันนี้เห็นด้วยครับ เรื่องแก้มลิง แต่ว่าท่านต้องขุดแก้มลิงในห้วย หนองคลองบึงตามสภาพที่เป็นอยู่เดิมนะครับ ไม่ใช่ท่านไปขุดตามสภาพที่เป็นจริงในขณะนี้ เพราะไม่อย่างนั้นประชาชนที่เขาครอบครองที่บุกยึดถือไว้นี่เขาคิดว่ารัฐบาลให้เขานะครับ ท่านต้องขุดตามแนวเขตเดิมให้ได้ เอามาให้ครบนะครับ ซึ่งส่วนนี้ก็ใช้เงินถึง ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็มากทีเดียว แต่ว่าผมจำเป็นจะต้องพูดกับท่านประธาน ๒ เรื่อง คือฟลัดเวย์ ซึ่งใช้เงินถึง ๑๗๗,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ขณะนี้ยังไม่มีรูปแบบไปทางไหนเลย ยังไม่มีข้อยุติ มีแต่วงเงิน เท่านั้นที่มีความชัดเจน ในรายการอื่นก็เช่นกันครับ ไม่มีความชัดเจนนอกจากวงเงินอย่างเดียว ที่มีความชัดเจน
ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องกำแพงนิคมที่มีความยาว ๑๔๑ กิโลเมตร ใช้เงิน ๔,๘๓๓ ล้านบาท มีความสูง ๔ เมตร ๒ อย่างนี้คือฟลัดเวย์กับกำแพงนิคม ผมว่าต้องทำอีไอเอ (EIA) นะครับท่านประธาน รัฐบาลบอกให้ทำให้เสร็จภายใน ๓ เดือน ทำได้อย่างไรครับ กำแพงสูง ๔ เมตร สูงมากนะครับ มันกระทบพี่น้องประชาชนที่อยู่ รอบนิคมอุตสาหกรรม ผมเห็นใจนิคมอุตสาหกรรม เขาจำเป็นต้องป้องกันตัวเองไว้ให้ดีที่สุด เพราะว่าเขาได้รับผลกระทบมาก แต่ประชาชนที่อยู่นอกนิคมอุตสาหกรรมนี่รัฐบาลจะดูแล เขาอย่างไร แล้วเงื่อนไขอีไอเอก็ระบุชัดครับว่าพื้นที่ที่เป็นเขื่อนกักเก็บน้ำหรืออ่างเก็บน้ำที่มี การกักเก็บน้ำ ๑๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรขึ้นไป หรือมีพื้นที่ ๑๕ ตารางกิโลเมตรขึ้นไป ต้องทำ อีไอเอ ฟลัดเวย์ ผมเชื่อว่าสเปก (Spec) นี่มากว่า ๑๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรขึ้นไป และมีพื้นที่ มากกว่า ๑๕ ตารางกิโลเมตรขึ้นไป ต้องทำนะครับ รัฐบาลต้องใช้เวลายืดระยะเวลาไปเท่าไร ก็ต้องทำ ประเทศไทยไม่เคารพการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมไม่ได้ครับ เพราะว่า ประชาชนจะได้รับความเดือดร้อน และนี่คือความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ถ้ารัฐบาลเดินหน้า โดยไม่เอาอีไอเอเข้ามานี่นักลงทุนต่างประเทศเขาก็ไม่เชื่อมั่น เพราะว่าไม่รู้กฎ ไม่รู้เกณฑ์ อยู่ตรงไหนนะครับ
ท่านประธานครับ ยกตัวอย่างอีกสักเรื่องนะครับ เรื่องที่เป็นจริงไม่ได้ก็คือ เรื่องหญ้าแฝกที่รัฐบาลกำลังสั่งทำนี่นะครับ ให้ภายใน ๓ เดือนนี่ ผมสำรวจหญ้าแฝกขณะนี้ มีอยู่ ๒๐ ล้านกล้า ไม่มีสต็อก (Stock) เลย และใช้เวลาถึง ๔ เดือนกว่าจะมีหญ้าแฝกออกมา ที่จะปลูกเพื่อที่จะยึดดินแก้มลิงได้นี่ครับ รัฐบาลให้ความหวังว่าจะทำหญ้าแฝกให้จบให้สิ้น ภายในเวลา ๓ เดือนซึ่งเป็นจริงไม่ได้ นี่คือความหวังที่รัฐบาลได้ให้กับประชาชนและเป็นจริง ไม่ได้ ในช่วงประสบภัยพิบัติธรรมชาติ ระดับโฆษกรัฐบาลได้ออกมาแถลงบอกว่าจะดูแล แก้ไขปัญหา ๕,๐๐๐ บาท และซ่อมแซมบ้านให้กับพี่น้องประชาชนภายใน ๓ วัน ท่านประธานคงได้ยิน นี่กี่เดือนแล้วครับ คนยังไม่ได้รับ ๕,๐๐๐ บาทได้ครบถ้วน ค่าซ่อมแซม บ้านยังไม่ได้รับครบถ้วน แล้วรัฐบาลจะให้ความหวังกับพี่น้องประชาชนได้อย่างไรในวงเงิน ขนาดนี้ แล้วก็ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนแต่อย่างใด ผมจึงกราบเรียนท่านประธานครับว่า โดยพฤติกรรมของรัฐบาลที่ผ่านมาซึ่งเป็นพฤติกรรมที่มุ่งวงเงินเป็นหลักแต่ไม่มีรายละเอียด
๒. รัฐบาลได้ให้ความหวังที่เป็นไปไม่ได้โดยเฉพาะการปลูกป่า ซึ่งการปลูกป่าถาวร เฉลิมพระเกียรติที่ผมกราบเรียนท่านประธานแต่ต้นนี่เป็นโครงการของรัฐบาลในยุคของ พรรคประชาธิปัตย์ที่ท่านชวนเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วก็มีการบุกรุก ผมกลัวว่าจะมีการฟอกป่า เอางบประมาณไปลงซ้ำในปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติเพราะไม่มีพื้นที่ใดอีกแล้วนะครับ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่อาจที่จะรับพระราชกำหนดทั้ง ๒ ฉบับได้ เพราะรัฐบาล มีเป้าหมายเฉพาะวงเงินงบประมาณ รัฐบาลไม่มีความชัดเจนในโครงการและรัฐบาลได้ให้ ความหวังที่เป็นจริงไม่ได้กับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นโครงการปลูกป่า หญ้าแฝก แก้มลิง ฟลัดเวย์ และสร้างกำแพงกันน้ำของนิคม ซึ่งรัฐบาลให้ความหวังที่เป็นจริงไม่ได้เลย ผมจึงไม่อาจรับ พ.ร.ก. ทั้ง ๒ ฉบับนี้ได้ครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ