เฉลิม อยู่บำรุง หารือเรื่องการกู้เงินของรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยเรียกร้องให้กระทรวงการคลังเสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ต่อรัฐสภา และรายงานการกู้เงินให้รัฐสภารับทราบภายใน 60 วัน
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ชี้แจงในบางเรื่องบางประเด็น เมื่อสักครู่ผมนั่งอยู่ที่อาคารด้านหลังติดตามฟังการอภิปรายอย่างใกล้ชิดของท่านผู้ทรงเกียรติ ทุกท่าน มีท่านหนึ่งอภิปรายผมไม่อยากระบุชื่อเดี๋ยวพาดพิงก็จะยืนประท้วง แต่ฟังแล้ว ไม่คาดคิดว่าท่านเอาตัวเลขมาจากไหนว่ารัฐบาลจะกู้เงิน ๑.๘ ล้านล้านบาท ในความเป็นจริง รัฐบาลกู้เงินเพียง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น ท่านเข้าใจผิด การปรับโครงสร้างหนี้ ๑.๑๔ ล้านล้านบาท ไม่ใช่การกู้เงิน ประชาชนฟังตกใจโทรศัพท์มาหาผม โอ้รัฐบาลชุดนี้ ทำไมมันจะกู้กันใหญ่ ๑.๑๔ ล้านล้านบาท ไม่ใช่การกู้เงิน กระทรวงการคลังเป็นลูกหนี้ต้นเหตุ จากธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลังต้องจ่ายดอกเบี้ย หนี้สาธารณะสูงขึ้น รัฐบาลเขาบริหารราชการจัดการแผ่นดินเป็น เขาจึงคิดหาวิธีการ เพราะแต่ละปีงบประมาณนี่ ลงทุนมานิดเดียว รายจ่ายประจำ รายจ่ายประจำ รายจ่ายประจำ กู้ได้เท่านี้ ลงทุนไม่มี เมื่อไม่ลงทุนมันไม่มีกำไร ผมจึงย้ำประเด็นที่ ๑ การปรับโครงสร้างหนี้ ๑.๑๔ ล้านล้านบาท ไม่ใช่เงินกู้
เรื่องที่ ๒ รัฐบาลคิดเป็นครับ แต่แบงก์ชาติมีเงินเยอะ ก็บอกเอาออกมาสัก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเถอะ แล้วไปให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ นี่ก็ไม่ใช่รัฐบาลกู้ รัฐบาลกู้จริง ๆ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นกองทุนประกันภัย ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นการให้ กระทรวงการคลังกู้เพื่อการวางระบบการบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศไทย แล้วท่านยังไกลไปอีกว่าคนอีสานไม่ได้อะไร ได้สิครับ ไปประชุม ครม. สัญจรที่จังหวัดอุดรธานี รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง ต้องดำเนินการภายในรัฐบาลชุดนี้ โครงการโขง-ชี-มูล ก็ไม่ละเลย แต่ที่ไม่ได้กำหนดอะไรต่อมิอะไรในพื้นที่ภาคอีสานเพราะภาคอีสานไม่ถูกน้ำท่วม เราต้องการ แก้ไขปัญหาน้ำท่วมซึ่งรายละเอียดผมก็มีตั้งใจว่าจะชี้แจงวันพรุ่งนี้ แต่ยืนยันกับท่านประธาน และท่านสมาชิกที่เคารพ และท่านผู้ติดตามการเมืองทางบ้าน รัฐบาลไม่ได้กู้เงิน ๑.๘ ล้านล้านบาท กู้ทั้งหมด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท่านสมาชิกจะเข้าใจอย่างนั้นก็เป็นสิทธิของท่าน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจากธนาคารชาติ แบงก์ชาติ รัฐบาลก็ไม่ได้กู้เป็นแต่เพียงให้แบงก์ชาติ ไปปล่อยธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้ในราคาดอกเบี้ยต่ำ ผมกราบเรียนท่านประธานต่อนะครับ ไม่อยากให้ใครได้อภิปรายซ้ำซาก แต่ถ้าท่านฟัง คำชี้แจงแล้ว ยังจะพูดซ้ำซากประชาชนเขาก็ไม่ฟังท่าน มักจะพูดว่ารัฐบาลมัดมือชก เสนอตัวเลข ไม่มีกรอบ ตรวจสอบไม่ได้ ด้วยความเคารพจริง ๆ ครับท่านประธาน ท่านเปิด ร่างพระราชกำหนด มาตรา ๓ วรรคหนึ่ง ดูสิครับ มาตรา ๓ วรรคหนึ่ง ความสรุปว่า ให้กระทรวงการคลังโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีมีอำนาจกู้เงินบาท หรือเงินตราต่างประเทศ ในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยเพื่อให้นำไปใช้จ่ายในการวางระบบบริหารจัดการน้ำ และสร้างอนาคตประเทศโดยให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนดนี้ ต่อรัฐสภาเพื่อทราบก่อนดำเนินการ แปลว่าอะไรครับ แปลว่าก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะดำเนินการ ต้องเสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนดนี้ต่อรัฐสภาเพื่อทราบก่อนดำเนินการ ผมขยายความอีกนิดหนึ่ง จากบทบัญญัติในมาตรา ๓ วรรคหนึ่ง แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ ของรัฐบาลที่ต้องการให้ฝ่ายนิติบัญญัติโดยรัฐสภารับทราบกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด เพื่อติดตามการตรวจสอบการใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพและโปร่งใสทั้งก่อนและเริ่มดำเนินการ ระหว่างและหลังดำเนินการให้เสร็จสิ้น รัฐสภาก็คือสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ถ้าไม่เข้าใจ มาตรา ๓ วรรคหนึ่ง ก็จะอภิปรายซ้ำซ้อน ท่านไปเปิดมาตรา ๗ อีกมาตราสิครับ เขียนเอาไว้ชัดครับ มาตรา ๗ ภายใน ๖๐ วันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ แปลว่า ๓๐ กันยายน ต่อไปอีก ๒ เดือน เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน ก็หมายความว่าภายในเดือนพฤศจิกายน กระทรวงการคลัง จะต้องรายงานการกู้เงินตามพระราชกำหนดนี้ที่กระทำในปีงบประมาณที่ล่วงมาแล้ว ให้รัฐสภารับทราบ โดยรายงานดังกล่าวอย่างน้อยต้องระบุรายละเอียดของการกู้เงิน วัตถุประสงค์การใช้จ่ายเงินกู้ รวมถึงผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ได้รับหรือคาดว่าจะได้รับ ตรงไหนครับ ที่ว่าปกปิด ตรงไหนครับ ที่ท่านไม่ทราบ ในมาตรา ๓ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๗ ระบุไว้ชัด และนอกจากนี้ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งชนะเลือกตั้งถล่มทลายไม่โกงครับ เพราะไม่ได้ไปซื้อพวกข้างพรรค ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะประชาชนเขามอบมา แล้วอย่าไปบอกว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่รักพี่น้องประชาชนคนอีสานครับ ตรงนั้นเป็นฐานกำลังสำคัญของพรรคเพื่อไทย แต่เราก็รักคนทั้งประเทศเช่นเดียวกัน เมื่อสมาชิกได้อ่านมาตรา ๓ วรรคแรก และอ่านมาตรา ๗ แล้ว ท่านจะสบายใจว่า ๑. ต้องขออนุมัติแจ้งกรอบ แสดงเหตุผล และเมื่อสิ้นปีงบประมาณ ๖๐ วัน ใช้จ่ายเงินไป แล้วก็ต้องรายงานต่อรัฐสภาเพื่อทราบ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ไม่ใช่ท้าทาย ถ้ารัฐบาลชุดนี้ มีสิ่งส่อพิรุธ ๑. ท่านสามารถยื่นเรื่องเข้าคณะกรรมาธิการคณะต่าง ๆ ได้ ๒. ท่านยื่นกระทู้ถามสด หรือกระทู้ถามทั่วไปถามได้ ๓. ท่านสามารถยื่นให้องค์กรอิสระ เช่น ป.ป.ช. สตง. ตรวจสอบ ๔. ท่านมีสิทธิยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ อย่าไปพูดคลุมเครือว่ารัฐบาลได้รับอนุมัติจากพระราชกำหนด แล้วจะไปกระทำในสิ่งไม่ดีไม่งาม ผมขอยืนยันครับว่าการออกเป็นพระราชกำหนดมันเป็นฉุกเฉินเร่งด่วนจำเป็น ศาลกรุณา ตัดสินแล้ว แล้วรายละเอียดในเหตุผลผมจะเอาไว้ชี้แจงพรุ่งนี้ แต่รอบนี้เอาแค่ข้อกฎหมายก่อนว่า มันไม่มีนะครับ ที่จะไปทำงุบงิบเมื่อพระราชกำหนดผ่านสภาแล้ว ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน