สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม หารือเรื่องการกู้เงินของภาครัฐ และเน้นย้ำว่าเงินนี้ใช้เพื่อแก้ปัญหาของประชาชน ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ พ.ร.ก. ทั้ง ๒ ฉบับที่เข้าสู่สภาในวันนี้นั้น จริง ๆ ในบรรยากาศของการอภิปรายนั้นมันล้าไปเสียแล้วครับ เพราะว่าถ้าเราได้อ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ๔๕ หน้า เขียนไว้ชัดเจนเลยครับว่า ทุกสิ่งทุกอย่างทำไปเถอะ เพื่อเป็นการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเงินกู้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง ของการโอนหนี้ ผมไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์หรอกครับ ท่านประธานครับ ผมไม่ใช่นักเศรษฐกิจ แต่ผมมุมมองในนักวิชาการในฐานะที่คนมาจากครู แล้วก็ได้เห็นปัญหาที่มันเกิดเมื่อเร็ว ๆ นี้ พร้อมกับท่านประธาน พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ แล้วก็ได้ฟังเพื่อนผมที่อยู่ ตรงกันข้าม ๒-๓ คน ผมนึกว่ามหาวาทกรรมจะไปพร้อมหาวาตภัย วันนี้ยังอยู่ครับท่านประธาน และมันจะเดินกันไปได้อย่างไรล่ะครับ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าการกู้เงินครั้งนี้ ผมว่าตั้งแต่ผมจำความได้ ผมความรู้น้อยด้อยปัญญา แต่การกู้เงินครั้งนี้กู้มาแก้ปัญหาเพื่อพี่น้องประชาชนคนไทย อย่างจริงจังครับ ปี ๒๕๔๐ บอกว่าฟองสบู่แตก ก็ไม่รู้แตกตรงไหน ผมก็ไม่เข้าใจ ก็ได้แต่มองเห็น ชาวบ้าน บ้านผมที่จังหวัดสุรินทร์เขาบอกมันแตกอย่างไร ฟองสบู่แตกเหมือนแก้วแตกไหม พอมาปี ๒๕๕๒ อันนี้ไปกันใหญ่ก็ว่าแฮมเบอร์เกอร์ (Hamburger) จังหวัดสุรินทร์บ้านผม มันกินแต่ลาบ กินแต่ส้มตำครับ มันไม่รู้หรอกว่าแฮมเบอร์เกอร์อะไร แต่พอรู้ ๆ กันมาบอกว่า มาทำไทยเข้มแข็ง ผลสรุปแล้ววันนี้จบไปแล้วโครงการนี้ครับ ปัญหาเกิดขึ้นมาก็ดังที่เห็น ดังที่เป็นข่าว เขาก็เลยถามต่อว่าตกลงโครงการนี้ทั้งไทยเข้มแข็งแล้วก็ใครเข้มแข็งกันแน่ พอมาวันนี้เกิดมหาอุทกภัยทุกคนเห็นหมด ผมอยู่จังหวัดสุรินทร์ผ่านมาไม่ได้ครับ เพราะตั้งแต่ จังหวัดปทุมธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คนมันเดือดร้อน เดือดร้อนมาตั้งแต่จังหวัด นครสวรรค์ จังหวัดพิจิตร จังหวัดพิษณุโลก จนมาถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้วก็มา กทม. วันนี้นักลงทุนก็เริ่มที่จะคิดหนัก รัฐบาลก็จะแก้ปัญหา พี่น้องที่อยู่ตรงกันข้ามกับผม ผมก็ไม่โทษเขาหรอกครับ เพราะเป็นประเพณี จะให้เขาคิดเหมือนเรานี้ไม่ได้หรอกครับ ต้องคิดต่างนะครับ ถ้าเราซ้ายเขาต้องขวา แต่ว่าวันนี้การอภิปรายเรื่องนี้ผมถึงบอกว่ามันเฉื่อยชาไปแล้วสำหรับผม ผมไม่ต้องดูตัวเลข หรอกครับ เพราะแม้กระทั่งศาลเองเขาเห็นปัญหา แล้วมหาอุทกภัยครั้งนี้มันเป็น ๑ ใน ๕ ของโลกที่จะบังเกิด แล้วมันก็จะเกิดไปข้างหน้าอีกครับ ท่านประธานครับ ทีนี้ถามว่าวันนี้กู้มา ทำไมล่ะ เงิน พูดกันแบบครูบ้านนอกเลยครับ ก็กู้มาด้วยความจำเป็นที่จะต้องมาแก้ปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนคนไทยที่บอกว่าตรงนั้นก็ลำบาก ตรงนี้ก็ต้องบูรณาการ ตรงนี้ก็ซ่อมแซม ตรงนั้น ก็ต้องสร้าง แล้วหลังจากนั้นเราก็โดนกระแนะกระแหนอีก ผมสงสารรัฐบาลยิ่งลักษณ์นะครับ เอาคำว่า เอาอยู่ เอาอยู่ แล้ววันหน้าอะไรจะเกิดขึ้นอีกละครับ ห้ามไม่ให้ฝนตก ห้ามไม่ให้ คนออกลูกนี่ท่านประธานมันห้ามไม่ได้นะครับ ต้องปล่อยเขา ธรรมชาติมันก็ย่อมเกิด ก็ต้องเตรียมการมาอีกครับ รัฐบาลก็ต้องไป เพื่อนผมที่อยู่ตรงข้ามก็ถามว่าทัวร์นกขมิ้น อย่างนี้มันน่าจะเลิกกันได้แล้วครับท่านประธาน เพราะวันข้างหน้าเราไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไร แล้วก็การเตรียมการมันต้องมี เพราะทำให้นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่น วันนี้นักลงทุนต่างประเทศ ต้องถอนตัวไปนี่ พี่น้องที่อยู่บ้านผมจังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดอุบลราชธานี เขาเดือดร้อนแน่ครับ เพราะเราอาศัยแรงงานที่มาทำอยู่ที่นี่ ฉะนั้น ต้องกู้มาเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง เตรียมในเรื่องของการทำฟลัดเวย์บ้าง แก้มลิงบ้าง หรือโครงการต่าง ๆ ที่ทำให้น้ำมันเดินลงไปได้ง่าย แม้กระทั่งว่าปลูกป่าอย่างยั่งยืน ท่านประธานครับ แล้วถามว่าใครได้ประโยชน์ ผมยืนยันเลยว่าโครงการเที่ยวนี้นี่ประชาชน ได้ประโยชน์อย่าง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานอย่าไปจินตนาการสิครับ ผมไม่อยากให้ เพื่อนผมหลาย ๆ คนจินตนาการว่าถ้าเอามาแล้วคนนั้นจะโกง คนนี้จะโน้นจะนี้จะนั้น มันต้องคิดวันที่ตัวเองกู้ วันนี้นี่รัฐบาลนี้มีความมุ่งหวังสูง ท่านประธานครับ ด้วยเวลาอันจำกัด ถามว่าใครได้ประโยชน์ ประชาชนสิครับ พี่น้องประชาชนเราได้ประโยชน์จากการสร้างงาน เราได้ประโยชน์จากนักลงทุนต่างประเทศเชื่อถือ เราได้จากหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่าง เพราะรัฐบาลเรานี่พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่นะครับ ผมไม่ได้พูดพี่น้องทั้งประเทศ เขาเชื่อมั่น บังเอิญเที่ยวนี้เขาสงสารนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ครับ เข้ามาบริหารประเทศวันที่ ๓ กรกฎาคม วันที่ ๒๕ กรกฎาคม แถลงนโยบาย เดือนพฤศจิกายนฝนตกอย่างมหาศาลดังที่เห็น เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม เดือนมกราคม บริหารทั้งมหาอุทกภัย บริหารทั้งมหาวาทกรรม บริหารทั้งมหาน้ำลาย ปวดหัวครับท่านประธาน แต่ดีหน่อยที่ประชาชนพี่น้องเขาให้กำลังใจ เขาเชื่อมั่น เขาเชื่อมั่นเรามาตลอด ท่านประธานก็คงทราบเราอยู่ด้วยกันนะครับ เขาก็ให้ กำลังใจรัฐบาลในการทำงานต่อไป เพื่อความก้าวหน้า เพื่อความมุ่งหวังของชาวบ้าน เพราะเขา อยากเห็นความมั่นคงในชีวิตของพวกเขา เขาจึงให้โอกาสกับรัฐบาลนี้ ผมไม่อยากให้พี่น้อง ที่อยู่ซีกตรงกันข้าม ผมใช้คำว่า ตรงกันข้าม นะครับ เป็นห่วงมากเถอะครับ วันนี้ทุกวิถีทางแล้ว ที่ทำนะครับ จนศาลวินิจฉัยออกมาแล้ว ก็ปล่อยให้รัฐบาลทำงานไปเถอะครับ ค่อยมาว่ากัน สภาแห่งนี้ยังเปิดโอกาสให้อภิปรายไม่ไว้วางใจ สภาแห่งนี้ยังให้ตรวจสอบอีกอย่างมากมาย แต่วันนี้ต้องให้รัฐบาลเขาเดินหน้าไปข้างหน้าก่อน พวกผมเองไม่ใช่ว่าอยู่ฝ่ายรัฐบาลแล้ว จะไม่ตรวจสอบ เราก็ตรวจสอบ อันไหนที่เป็นโครงการทะแม่งออกมาเกิดการคอร์รัปชัน (Corruption) เกิดความไม่ชอบมาพากล เราเอาแน่นอนครับ ผมไม่เชื่อหรอกครับว่าเราก็เป็น ผู้แทนราษฎรเราก็มาจากการเลือกตั้ง แล้วเรามาเห็นการบริหารบ้านเมือง บริหารไปในทางที่ ไม่ถูกต้อง เราก็ไม่เห็นด้วย แต่วันนี้มันเป็นความจำเป็น แล้วก็จำเป็นอย่างมหาเร่งด่วนด้วยครับ เราถึงอยากเห็นการแก้ปัญหาของรัฐบาลที่ผ่านมานั้นแก้ปัญหา แล้วก็แก้ในอนาคตอย่างยั่งยืน เมื่อความเชื่อมั่นมันเกิดขึ้นในประเทศได้แล้วเป็นเหมือนกับในอดีตในสมัยท่านทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีที่สึนามิ ท่านประธานจำได้ พอเกิดสึนามิขึ้นมา แก้ปัญหาเดือนเดียวจบ เกือบหมด ท่านประธานครับ ทั่วโลกให้การยอมรับ แม้กระทั่งว่าญี่ปุ่นนี่เกิดสึนามิลูกหลังนี่ ต้องเชิญท่านทักษิณ ชินวัตร ไปบรรยาย ผมจำเป็นต้องเอามากล่าวอ้างครับ เพราะมันเป็น เรื่องจริง นี่วันนี้โชคดีนะครับ เอาเรื่องวาตภัย มหาวาตภัยเข้ามานี่ไม่มีใครไปคุย ถ้าไม่อย่างนั้น ก็หาว่าเรากู้มาก็เพื่อคนคนเดียวอีกนะครับ เดี๋ยวก็เดือดร้อนตามกันไปอีก ผมก็เลยอยากฝาก รัฐบาลชุดนี้ว่าเงินที่กู้มาผมเห็นด้วย แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง แล้วเกิดประสิทธิภาพ มีประสิทธิผลสำหรับพี่น้องประชาชนครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ