สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

ประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ หารือเรื่องการกู้เงินของรัฐบาล โดยเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงการใช้จ่ายเงินนั้น และแนะนำให้พิจารณาแผนป้องกันน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพ เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างประเทศให้มาไทย

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ วันนี้เป็นโอกาสดีที่เราจะได้มีการพิจารณา พ.ร.ก. ทั้ง ๒ ฉบับครับ

ฉบับที่ ๑ ก็เป็น พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อแก้ไข พูดกันง่าย ๆ ฟังง่าย ๆ ก็คือแก้ไข ปัญหาน้ำท่วมนะครับ

ฉบับที่ ๒ ก็เป็น พ.ร.ก. โอนหนี้ โอนหนี้จากรัฐบาลไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทย แล้วก็ประชาชนผู้ฝากเงินเป็นผู้รับผิดชอบอีก ๑ ฉบับนะครับ

ท่านประธานครับ ตั้งแต่รัฐบาลนี้แถลงนโยบายเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ จนถึงวันนี้ก็คือวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ รัฐบาลนี้บริหารราชการแผ่นดินมา ๖ เดือน กับ ๖ วัน แล้วครับ ๖ เดือนกับ ๖ วันของรัฐบาลนี้ ได้มีการขอกู้เงินมาแล้วหลายครั้งครับ

ครั้งที่ ๑ ก็คือกู้เงินตามงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ เป็นจำนวนเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท

ครั้งที่ ๒ ก็กู้เงินเพื่อจัดตั้งกองทุนประกันอีก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท

ครั้งที่ ๓ ก็คือวันนี้กู้เงินแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท

รวม ๓ ครั้งใน ๖ เดือนกับ ๖ วัน ขอกู้มาแล้ว ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้นะครับ รัฐบาลชุดนี้ก็ต้องขอกู้เงินอีกเพื่อชดเชยการขาดดุล งบประมาณ ปี ๒๕๕๖ อีกไม่น้อยกว่า ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นในปีนี้รัฐบาลชุดนี้ จะต้องมีเงินกู้ที่เพิ่มขึ้นอีก ๑,๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท พูดง่าย ๆ ก็คือ ๑.๑๕ ล้านล้านบาท เป็นรัฐบาลที่กู้เร็วครับ แล้วก็กู้มากจริง ๆ วันนี้รัฐบาลมาขอกู้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อแก้ไข ปัญหาน้ำท่วมให้กับประเทศ การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้กับประเทศมีคนอยู่ ๒ กลุ่มครับ

กลุ่มที่ ๑ ก็คือกลุ่มคนไทยที่ถูกน้ำท่วม

กลุ่มที่ ๒ ก็คือกลุ่มที่เป็นนักลงทุนจากต่างชาติ หรือบางครั้งเราก็เรียกกันว่า นายทุนข้ามชาติ

กลุ่มที่เป็นคนไทยไม่ค่อยมีปัญหาเพราะจะกำก็ตาย จะคลายก็รอด จะให้เงิน ชดเชยเท่าไรก็เอาเท่านั้นครับ จะจ่ายเร็วจ่ายช้าก็ไม่เป็นไรครับ รัฐบาลก็ไม่จำเป็นต้องไปทำโรด โชว์ (Road show) แผนเรื่องน้ำท่วมให้กับคนไทยเท่าไร แต่คนต่างชาติไม่ได้ครับ รัฐบาลก็ต้อง ออกไปทำโรด โชว์ให้กับนักลงทุนให้กับนายทุนต่างประเทศ รัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ก็ยังต้องออกไปเสนอแผนป้องกันน้ำท่วมในเวทีโลก ไปสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนต่างชาติที่จะ มาลงทุนในประเทศไทย ให้เขามั่นใจครับว่าน้ำจะไม่ท่วม ถ้าเขาไม่เชื่อเขาก็ไม่ลงทุน ถ้าเขาไม่เชื่อ เขาก็ถอนทุน ถ้าเขาไม่เชื่อเขาก็ย้ายการลงทุนครับ กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่สะท้อนแผนป้องกันน้ำท่วม ของรัฐบาลชุดปัจจุบันนี้ได้ดีที่สุดครับว่าสิ่งที่รัฐบาลนำไปเสนอในเวทีโลกว่าสิ่งที่รัฐบาลนำไป โรด โชว์ให้กับนักลงทุนในต่างประเทศ ต่อจากนี้ไปจะทำให้ประเทศไทยน้ำหายท่วมได้หรือไม่ ไม่ใช่นำไปเสนอแล้วก็เสร็จ เขาไม่เชื่อครับ ไม่ใช่นำไปเสนอแล้วเขาก็จะยอมรับ ไม่ใช่รัฐบาลชุดนี้ ใช้เม็ดเงินในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมมากจริง ๆ ใช้เงินงบประมาณในปี ๒๕๕๕ แก้ไขปัญหา น้ำท่วมไป ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ก็มาเสนอขอกู้อีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลชุดปัจจุบันนี้ ใช้เม็ดเงินในการแก้ไขปัญหา ๔๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๔๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ก็ไม่ได้แปลว่า จะสร้างความเชื่อถือให้กับนักลงทุนในต่างประเทศได้ครับ เขาไม่เชื่อว่าเม็ดเงินลงทุนมากแล้ว แปลว่าน้ำจะไม่ท่วมครับ เขาเชื่อประสิทธิภาพของการลงทุน ของระบบป้องกันน้ำท่วม ของรัฐบาลที่นำไปเสนอ ถ้าเงื่อนไขในการทำประกันภัยจะเป็นตัวชี้วัดได้อีกตัวหนึ่งครับว่า รัฐบาลชุดนี้จะมีแผนป้องกันน้ำท่วมได้ดีจริงหรือไม่ บริษัทที่รับประกันภัยเขาจะเป็นบริษัท ที่ละเอียดมากครับ เขาจะต้องดู ถ้าเขารับประกันภัยแล้วเขาเจ๊งเขาไม่รับหรอกครับ ในอดีต ที่ผ่านมาเขารับประกันภัยจากบริษัทข้ามชาติไปเยอะแยะมากมาย แต่ไม่เคยเจอปัญหา เป็นภาระของบริษัทประกันภัย มีปีที่ผ่านมาเท่านั้นเองครับ ที่บริษัทประกันภัยในต่างประเทศต้องจ่ายเงินเคลม (Claim) ค่าประกันให้กับคนไทย ให้กับ นักลงทุนต่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทย รวมเป็นเม็ดเงินรวมกันถึง ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ บริษัทประกันภัยเขาถึงมีความจำเป็นต้องดูแผนป้องกันน้ำท่วมว่าใช่หรือเปล่าครับ ที่รัฐบาล นำเสนอแล้วแก้ไขปัญหาได้จริง ต่อจากนี้ไปถ้าแผนของรัฐบาลแก้ไขปัญหาได้ไม่จริง รับรองได้ เขาไม่รับประกันจากบริษัทที่มาลงทุนในประเทศไทยครับ ไม่ว่าบริษัทนั้นจะเป็นคนไทย หรือบริษัทนั้นจะเป็นนายทุนต่างประเทศ แต่ถ้าแผนการของรัฐบาลดีเขาก็รับครับ แต่ถ้าบอกว่าดีแต่เขายังไม่ค่อยเชื่อถือเขาก็รับครับ แต่ว่าเงื่อนไขประกันต้องปรับเปลี่ยนใหม่ เงื่อนไขประกันต้องเป็นเงื่อนไขที่สูงครับ ผลประโยชน์ก็ต้องลดลง เบี้ยประกันก็ต้องสูงขึ้นครับ บริษัทข้ามชาติเมื่อเขาตัดสินใจจะมาลงทุนเขาทำอย่างไรครับ นายทุนต่างประเทศเขาส่งแต่ทุน มาครับ ตัวแทนที่เขาจะมาเขาก็ส่งเฉพาะเจ้าหน้าที่ของเขามาเป็นตัวแทนของนายทุน นายทุนจริง ๆ ไม่มาครับ จะมาทำไมละครับ เขาลงทุนไปทั้งโลก แต่เขาต้องมีหลักประกันครับว่า เมื่อลงทุนในประเทศไทยแล้วถ้าเกิดน้ำท่วมแล้วเขาต้องไม่เจ๊งนะครับ ถ้าเจ๊งเขาก็ไม่มา วิธีที่จะทำให้เขาไม่เจ๊งเขาทำอย่างไรครับ เขาก็ต้องซื้อประกันภัยครับ วันนี้ต้องยอมรับครับว่า บริษัทประกันภัยมีปัญหาครับ รัฐบาลชุดนี้รู้ไหมครับ รู้ยิ่งกว่ารู้ครับ รัฐบาลชุดนี้จึงส่งคนไปครับ ไปที่ไหนครับ ไปต่างประเทศ ไปเจรจากับบริษัทประกันภัยต่อระดับโลกครับ พอคนของรัฐบาล กลับมาพูดว่าอย่างไรครับ พูดว่าบริษัทประกันภัยต่อต่างชาติพร้อมที่จะรับประกันให้กับ คนไทยแล้วไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหาจริงไหมครับ ไม่มีปัญหาจริงครับ แต่บริษัทเขารับประกัน เขาปรับเปลี่ยนเงื่อนไขในการรับประกันลูกค้าในประเทศไทยใหม่ทั้งหมดครับ จากเดิมที่เคยท่วม ๗ วันแล้วจ่าย วันนี้ต้องท่วม ๑ เดือนครับ แล้วถึงจะจ่าย เขาก็ลดการคุ้มครองลงอีกครับ เบี้ยประกันก็ต้องปรับเพิ่มขึ้นอีกมหาศาลครับ อย่างนี้เป็นการสะท้อนแผนป้องกันน้ำท่วม ของรัฐบาลที่วันนี้เรากำลังพิจารณากันอยู่ในสภานี้ล่ะครับว่ายังไร้ประสิทธิภาพอยู่ครับ ตัวชี้วัดก็คือตัวบริษัทประกันครับ พูดง่าย ๆ ก็คือเขาเชื่อว่าปีนี้น้ำจะยังท่วมอยู่ครับ ที่เขาไม่เชื่อ แผนของรัฐบาลเพราะอะไรครับ ท่านประธานครับ เพราะว่ารัฐบาลยิ่งพูดก็ยิ่งพันตัวเอง พูดง่าย ๆ ครับ ฟังง่าย ๆ ก็คือรัฐบาลพูดเรื่อง ๗ นิคมใหญ่ที่ถูกน้ำท่วมครับ พูดว่าต่างชาติที่มา ลงทุน ผู้ประกอบการไทยที่มาลงทุนใน ๗ นิคมใหญ่ที่ถูกน้ำท่วมไปเมื่อปีที่ผ่านมา รัฐบาลบอกว่า ไปกู้เงินเลยครับ กู้จากธนาคารออมสินวงเงินเท่าไรครับ ๖,๐๐๐ ล้านบาทครับ ไปกู้เสร็จ แล้วรัฐบาลจะใช้เงินนี้ให้เปล่า ๒ ใน ๓ ครับ นิคมออกเอง ๑ ใน ๓ ใน ๖,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลต้องออก ๔,๐๐๐ ล้านบาท นิคมออก ๒,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลจะไปเอาเงินจากที่ไหนมา ให้เขาครับ รองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ก็บอกว่าจะไปเอาเงินจากกองทุนประกันภัยที่ออกตาม พ.ร.ก. ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่พอเอาเข้าจริงเอาให้เขาไม่ได้ครับ เพราะผิด พ.ร.ก. ครับ อย่างนี้ก็แปลว่าพอพูดไปแล้วทำไม่ได้ เขาก็ไม่เชื่อครับ ส่วนคณะกรรมการกำกับและส่งเสริม การประกันธุรกิจประกันภัยเขาก็ออกมายอมรับครับ ยอมรับว่าเงินกองทุน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผ่าน พ.ร.ก. ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ละครับ ที่เป็นต้นทุนการรับประกันภัยต่อก่อนจะส่งต่อให้ บริษัทประกันภัยต่อต่างประเทศอาจไม่เพียงพอ ต้องเพิ่มเงินกองทุน แต่ขณะเดียวกัน รองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์จะบอกว่าเอาเงินจากกองทุนนี้ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ไปให้เปล่า กับนิคม รัฐบาลทำตัวเองให้ขาดความเชื่อมั่นครับ ต่างชาติเขาก็เลยไม่ค่อยเชื่อมั่นต่อการทำของ รัฐบาลในชุดปัจจุบัน ท่านประธานครับ นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ก็เหมือนกันครับ ทัวร์ (Tour) นกขมิ้น ๕ วัน ๔ คืน ไม่ทราบว่าบริษัทไหนจัดทัวร์ให้ครับ ไปทัวร์เยอะแยะครับ บอกว่า รัฐบาลต้องการพื้นที่ทำแก้มลิง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ เพื่อรองรับน้ำ ๖๐,๐๐๐ ล้าน ปัจจุบันนี้มี พื้นที่รองรับหลายพื้นที่ครับ ก็แจกแจงกันมาเยอะแยะละครับ ทั้งบึงสีไฟ มีพื้นที่ ๓๐,๐๐๐ ไร่ บึงบอระเพ็ดมีพื้นที่ ๑๓๐,๐๐๐ ไร่ แล้วก็พื้นที่อื่น ๆ รวมกันแล้วมีอยู่แล้ว ๑,๕๐๐,๐๐๐ ไร่ พอพูดจบครับ ต่างชาติเขาก็เดี๋ยวนี้ทันสมัยครับ เขาใช้ดาวเทียมยิงลงไปดู พื้นที่ที่รัฐบาล เอามาพูดนี่นะครับ ปรากฏว่ามันมีจริงครับพื้นที่นี้ ๑,๕๐๐,๐๐๐ ไร่ แต่ประชาชนเข้าไปบุกรุก เข้าไปยึดครองอยู่ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งครับ อย่างนี้รัฐบาลจะทำอย่างไรครับ รัฐบาลเวลาลงพื้นที่ ก็ไม่เคยบอกให้ชัดครับ บอกกับประชาชนก็บอกไม่ได้ ไม่ได้เตรียมตัวไปครับ ไม่ได้เตรียมตัวไป บอกว่าจะชดเชยให้กับประชาชนเขาไร่ละเท่าไร จะชดเชยอย่างไร และจะชดเชยได้เมื่อไร แล้วก็เงินที่เขายังไม่เคยได้รับเมื่อปีที่ผ่านมาน้ำท่วมใหญ่ เขาจะไปร้องที่ไหน จะไปเอาเงิน ที่ไหนก็ไม่ได้บอกครับ ฝ่ายผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเขาก็รอฟังนายกรัฐมนตรีว่า เงิน ๔,๐๐๐ ล้านบาทที่รัฐบาลบอกว่าจะให้เปล่าไปสร้างเขื่อนในนิคมจะทำอย่างไรครับ ก็ไม่ได้พูด นายกรัฐมนตรีมัวแต่ไปบอกว่าขอบคุณประชาชนที่มาต้อนรับ ชาวบ้านที่ไปรอฟัง จะเอาเงิน นักอุตสาหกรรมที่รอฟังว่าเมื่อไรนายกรัฐมนตรีจะเอาเงิน ๔,๐๐๐ ล้านบาทมาให้ สร้างเขื่อนก็เลยมึนตึ๊บกันไปหมด ท่านประธานครับ ผมสงสารประเทศชาติจริง ๆ ผมสงสาร ประชาชนในประเทศนี้จริง ๆ ครับ ผมเหนื่อยแทนประชาชนในประเทศครับ ท่านประธานครับ ผมต้องขออภัยครับ ที่ไม่สามารถรับหลักการตาม พ.ร.ก. ทั้ง ๒ ฉบับนี้ได้ครับ ขอบคุณครับ