ศุภชัย ศรีหล้า หารือเรื่องการกู้เงินของรัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย และการปรับปรุงการบริหารหนี้เงิน ศุภชัยยังตรวจสอบแผนงานโครงการฟื้นฟูและอนุรักษ์ดินและน้ำของภาครัฐ และพบว่าไม่ได้ครอบคลุมถึงจังหวัดอีสานทั้งหมด และกล่าวหาว่าเงินลงทุน 60,000 ล้านบาทในโครงการแก้มลิง 2 โครงการ และโครงการเจ้าพระยาใหญ่ ไม่ได้ประโยชน์ต่อพี่น้องชาวอีสาน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ วันนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ได้พิจารณาเรื่องที่ถือได้ว่า มีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายการเงินที่มีความสำคัญ ครั้งที่ ๒ นับเนื่องจากเราทำหน้าที่ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้มา ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานคงจะจำได้ว่า เราพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พุทธศักราช ๒๕๕๕ ซึ่งถือเป็น กฎหมายการเงินฉบับแรกของคณะรัฐบาลชุดนี้ งบประมาณจำนวนนั้นมียอดเงินทั้งหมด ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลนี้ได้นำเสนอต่อสภาเมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายนที่ผ่านมา และสภาของพวกเราได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว ใช้เวลาร่วม ๒ เดือน เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากมายมาชี้แจงต่อพวกเรา หน่วยงานต่าง ๆ เหล่านั้นมีบุคลากรที่รับผิดชอบโดยตรงในแต่ละโครงการมาให้รายละเอียด มีการตั้ง คณะอนุกรรมาธิการงบประมาณหลายคณะ ซักถาม สอบถามรายละเอียดจากผู้ปฏิบัติจริง จากทุกหน่วยงาน หลังจากนั้นไม่พอสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังมีโอกาสแปรญัตติในวาระที่สอง และให้ความเห็น และในขณะเดียวกันในวาระที่สามเราก็มีการลงมติ ซึ่งเป็นการพิจารณา ครั้งสำคัญ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานเรื่องของพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พุทธศักราช ๒๕๕๕ ซึ่งมีขั้นตอนมีรายละเอียดต่าง ๆ เพื่ออยากกราบเรียนท่านประธานว่า ในระบอบประชาธิปไตย การถ่วงดุลอำนาจโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีความสำคัญและมีความจำเป็นต่อการ ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง วันที่ ๙ พฤศจิกายน เข้าสู่วาระแรกจนกระทั่ง เราพิจารณาในวาระที่สามเมื่อวันที่ ๖ มกราคมที่ผ่านมา ท่านประธานที่เคารพครับ ๒ เดือน โดยประมาณกว่าเราจะอนุมัติงบประมาณให้ไปถึงพี่น้องประชาชน นั่นแปลว่าเราใส่ใจ ในรายละเอียด มีความสำคัญ เราพิจารณาโดยรอบคอบ เงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชน ชอบที่เราจะต้องดูโดยละเอียดโดยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ แต่ในขณะที่เรา พิจารณาอยู่ในขณะนี้เป็นการพิจารณาพระราชกำหนดซึ่งเกี่ยวข้องกับการเงิน ครั้งที่ ๒ ต่อเนื่องจากร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณอย่างที่ผม ได้กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ พิจารณางบประมาณมีเอกสารหลายพันเล่ม มีบุคลากรมาชี้แจงหลายพันคน ใช้เวลาร่วม ๒ เดือนอย่างที่ผมกราบเรียน แต่ในขณะที่ พ.ร.ก. ๔ ฉบับ หรือพระราชกำหนด ๔ ฉบับที่เราพิจารณาอยู่ในขณะนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ใช้เวลาเพียงน้อยนิด ถ้าใช้เวลาเพียงน้อยนิดแปลว่ารัฐบาลให้ความสำคัญ กับการพิจารณาของสภาน้อยมาก นั่นแปลว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับตัวแทนของ พี่น้องประชาชนน้อยเกินไปหรือไม่ ผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานเป็นเบื้องต้น ในการกราบเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ว่าพระราชกำหนดทั้ง ๔ ฉบับที่รัฐบาลนำเสนอ ต่อสภาแห่งนี้ ไม่มีรายละเอียด ไม่รอบคอบ ไม่คำนึงถึงสภาผู้แทนราษฎร ไม่คำนึงถึงการเป็น ตัวแทนของพี่น้องประชาชน หรือว่ารัฐบาลชุดนี้ดูถูกสภาชุดนี้แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ศักดิ์ศรีของสภาผู้แทนราษฎรอยู่ที่การพิจารณาเงินที่เป็นภาษีอากรของพี่น้องประชาชน ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าพระราชกำหนดทั้ง ๔ ฉบับมียอดเงินสูงมาก ท่านประธาน ตามผมสักนิดนะครับ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากเราอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ ๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๖ มกราคม ต่อจากนั้นเราพิจารณากฎหมายการเงิน ๒ ฉบับ ซึ่งผ่านที่ประชุมแห่งนี้ไปแล้ว ท่านประธานจำได้ไหมครับ ตอนนั้นมีพระราชกำหนดกู้เงิน เพื่อจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานจดตามผมครับ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกกู้ไปแล้วนะครับ นอกจากนั้นรัฐบาลกู้อีกฉบับหนึ่งครับ นั่นคือการกู้ เพื่อให้การช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช่ไหมครับ และวันนี้กำลังจะมากู้อีกครับท่านประธานครับ ซึ่งเป็นการกู้ครั้งที่ ๓ กู้ในครั้งนี้ รัฐบาลอ้างว่ากู้เพื่อวางระบบการบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ ยอดเงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท บวก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช่ไหมครับ นั่นแปลว่ากำลังจะกู้อีก ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ เท่านั้นยังไม่พอครับ กำลังจะกู้อีกฉบับหนึ่งคือฉบับที่ ๔ ฉบับนี้อ้างว่ากู้เพื่อปรับปรุง การบริหารหนี้เงินกู้อีกจำนวน ๑,๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานรวมตัวเลข ๔ ฉบับสิครับ ถ้าท่านประธานรวมตัวเลข ๔ ฉบับ จะเห็นยอดเงินว่าเป็นยอดเงินทั้งสิ้น ๑,๘๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานเขียนถูกไหมครับ ๑,๘๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าท่านประธานเขียนไม่ถูกท่านประธาน เขียนง่าย ๆ ครับ ท่านประธานเขียนตัวเลข ๑๘๔ แล้วเติมตัวเลข ๐ เข้าไปอีก ๑๐ ตัวครับ ท่านประธาน นั่นคือยอดเงินตัวเลข ๑,๘๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งวันนี้คนไทย ๖๕ ล้านคน กำลังจะต้องรับผิดชอบ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมกราบเรียนเรื่องนี้เพื่ออยากจะกราบเรียน ต่อท่านประธานต่อไปว่ายอดเงินจำนวนมหาศาลยอดนี้มีความสำคัญมาก ท่านประธาน จำได้ไหมครับ ก่อนหน้านั้นคุยนักคุยหนาอย่างไรครับ บอกว่าหาเงินเก่ง หาเงินเป็นอย่างไรครับ วันนี้ผมไม่เห็นหาเงินเลยครับ ผมเห็นนับจากวันแรกที่เข้ามาเป็นรัฐบาลบริหารราชการแผ่นดิน วันแรกที่อ้างว่างบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ก็กู้แล้วล่ะครับยอดหนึ่งครับ วันนี้ พ.ร.ก. ๔ ฉบับกู้อีก ครั้งที่ ๒ ไหนบอกว่าเป็นนักหาเงินอย่างไรครับ วันนี้ผมเห็นแต่รัฐบาลนี้กู้เงิน ๆ ท่านประธานครับ ไหนบอกว่าจะทำให้คนไทยรวยขึ้นอย่างไรครับ แต่วันนี้เพิ่มหนี้ให้กับคนไทยทั่วทั้งประเทศ ใช่ไหมครับ ถ้าเพิ่มหนี้ให้กับคนไทยทั้งประเทศไม่ได้ทำให้คนไทยรวยขึ้น ผมจึงอยาก จะกราบเรียนต่อท่านประธานเลยว่าในรายละเอียดเงิน ๑,๘๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผมกราบเรียน ต่อท่านประธานว่าตัวเลข ๑๘๔ ตามท้ายด้วยเลข ๐ อีก ๑๐ ตัว เอกสารมีเท่านี้หรือครับ ถ้าเอกสารมีเท่านี้คือเอกสารที่มีอยู่ในมือผมมีทั้งหมด ๑๙ หน้านะครับ ท่านประธานครับ เอกสารที่อยู่ในมือผมขณะนี้เป็นพระราชกำหนดที่ผมได้กราบเรียนต่อท่านประธาน ในเบื้องต้นจากหน้าที่ ๑ ถึงหน้าสุดท้ายมี ๑๙ หน้า ถ้ามี ๑๙ หน้า ท่านประธานคิดคำนวณได้นี่ครับ ๑,๘๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เอกสารมี ๑๙ หน้า หน้าหนึ่งมีมูลค่าเท่าไร ท่านประธานทราบไหมครับ หน้าละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ถ้าหน้าละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สภาผู้แทนราษฎรทำได้แค่ดูเท่านี้หรือครับ ท่านประธานครับ ทำได้แค่ดูเท่านี้หรือครับ ไหนบอกว่าคำนึงถึงศักดิ์ศรีของพี่น้องประชาชนอย่างไรครับ ไหนบอกว่าตัวแทนของพี่น้องประชาชนมีความสำคัญในระบอบประชาธิปไตยอย่างไรครับ ถ้าให้ความสำคัญกับตัวแทนของพี่น้องประชาชนทำไมเอกสารมีเท่านี้ละครับ หน้าละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ท่านประธานครับ นี่เป็นประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากกราบเรียน ต่อท่านประธาน
ในประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากกราบเรียนต่อท่านประธานก็คือว่าในแผนงาน ในโครงการที่ท่านอ้างนักอ้างหนาบอกว่าวันนี้มีกรอบวงเงินการใช้จ่าย ถ้าท่านอ้างว่ามีกรอบ วงเงินการใช้จ่าย อยู่ในมือผมครับ เพิ่งได้รับวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ กรอบวงเงิน ที่ท่านพูดถึงวันนี้มีทั้งหมดอยู่ ๒ หน้าครับ ถ้ามีอยู่ ๒ หน้า ผมอยากจะกราบเรียน ต่อท่านประธานนะครับ ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุบลราชธานี ท่านประธานก็เป็นตัวแทนชาวอีสานเช่นเดียวกับผม ท่านประธานที่เคารพครับ ในกรอบวงเงินนี้ มีอยู่ทั้งหมด ๖ รายการที่สามารถนำไปใช้จ่ายได้ ท่านประธานที่เคารพครับ กรอบวงเงินที่ ๑ บอกว่ามีแผนงานโครงการฟื้นฟู มีอนุรักษ์ดินและน้ำที่สำคัญ ๆ แม่น้ำปิง แม่น้ำวัง แม่น้ำยม แม่น้ำน่าน แม่น้ำสะแกกรัง แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำมูล แม่น้ำชี แม่น้ำโขงอยู่ที่ไหนครับ ท่านประธาน ลำปาวอยู่ไหนครับ ลำเซบก ลำเซบายอยู่ที่ไหนครับ ท่านประธานครับ ทำไมไม่มี ในรายการเหล่านี้ละครับ แล้วพี่น้องชาวอีสานที่นั่งอยู่ในซีกโน้นดูบ้างหรือเปล่าครับ
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ถ้าเราบอกว่ามีแผนการฟื้นฟูในข้อ ๒ บอกว่า จะบูรณะฟื้นฟูในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อีสาน ๑๐ กว่าจังหวัดไปไหนครับ ท่านประธาน
หรือแม้กระทั่งประเด็นที่ ๓ บอกว่ามีเรื่องของการทำแก้มลิงเพื่อรองรับน้ำ ท่านประธานที่เคารพครับ ยอดเงินตรงนี้ใช้เงินกว่า ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ทำอยู่ ๒ พื้นที่ใหญ่ ๆ ทำที่จังหวัดพิษณุโลกและโครงการเจ้าพระยาใหญ่ น้ำท่วมอีสานของเรา ผมอภิปรายในสภา ท่านประธานจำได้ใช่ไหมครับ ผมอภิปรายคราวนั้นผมบอกว่าอย่าลืมพี่น้องอีสานสิ อย่าคิดถึง พี่น้องชาวอีสานเฉพาะตอนหาเสียงเลือกตั้ง แต่ในเวลาที่เงินจะลงไปถึงพี่น้องชาวอีสาน ไปหลับอยู่ไหนกันหมด ส.ส. อีสาน ท่านไปหลับอยู่ตรงไหนครับ ลุกขึ้นมาทวงหน่อยสิครับ เพราะนี่คืองบประมาณแผ่นดินที่จะกลับไปหาพี่น้องชาวอีสานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงขอแสดงความเสียใจต่อ พ.ร.ก. เงินกู้ทั้ง ๔ ฉบับ ไม่ได้มีประโยชน์ต่อพี่น้องอีสานเลย แม้แต่น้อย น่าเสียดายคิดถึงเราเฉพาะตอนเลือกตั้ง แต่วันใดที่มีอำนาจ มีวาสนา ลืมคนอีสาน เสียสิ้นครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน