พีรพันธุ์ พาลุสุข หารือเรื่องการแก้ไข พ.ร.บ. สถาบันการดนตรีกัลยาณิวัฒนา และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการพัฒนาของสถาบันนี้
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดยโสธร ท่านประธานครับ ผมดูทั้งหมดแล้ว ร่าง พ.ร.บ. นี้ความยาวก็มากพอสมควร คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข อยู่มาตราเดียว ผมเองถ้าพลิกดูแล้วก็ต้องโทษตัวเองที่ไม่ได้เข้าไปเป็นคณะกรรมาธิการ คือผมได้พูดไว้ในตอนต้นบอกว่าสถาบันนี้ตามโครงสร้าง และมาตราที่แก้ไขมันไม่สะท้อน ความเป็นสถาบันดนตรี ผมจำได้ว่าท่านอธิการบดีเกียรติคุณที่นั่งอยู่ในที่นี้ด้วย ท่านให้ความรู้ กับพวกเราเกี่ยวกับลักษณะที่เป็น ที่ภาษาฝรั่งเขาเรียกว่าออฟแซร์วาตัวร์ ที่ท่านเห็นที่ปารีส เห็นที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งตรงนั้นผมเข้าใจว่าโครงสร้างของมันเขาสะท้อนความเป็นสถาบัน การดนตรี จึงไม่แปลกครับที่เมื่อมีการพิจารณาเรื่องนี้ มาตรา ๖ มันกลายเป็นมาตราที่สำคัญ เพราะจะเป็นมาตราที่กำหนดกรอบวัตถุประสงค์ของสถาบัน ในชั้นเบื้องต้นหลายท่านได้ พูดว่าคำว่า ศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวข้องกับอะไร ท่านก็อาจจะบอกว่าเกี่ยวข้องกับ การดนตรี หลายคนก็อาจจะบอกเกี่ยวข้องกับความเป็นสถาบันนั่นอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้เรา ให้อำนาจกับสภาสถาบันเป็นคนกำหนด แล้วที่เห็นในข้อเท็จจริงอยู่ในขณะนี้ ที่ สกอ. สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ไม่สามารถคอนโทรล (Control) ไปดูแลอะไร มหาวิทยาลัยได้เลย ก็เพราะเรายกอำนาจนี้ไปให้สภาสถาบันไปแล้ว เขียนมาตรา ๖ อย่างนี้ละครับ ศาสตร์อื่นที่เกี่ยวข้องเราเห็นหลายสถาบันนะครับ ที่ตั้งขึ้นมาเป็นสถาบัน เฉพาะทาง ที่เรียกว่าเทคโนโลยีต่าง ๆ ทั้งหลายแหล่ เวลานี้มันสอนสังคมศาสตร์หมด เปิดเอ็มบีเอ (MBA) หมด อะไรที่หากันง่ายเปิด ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีอยู่มันค่อย ๆ เลือนหายไป ๆ แล้ววันนี้หลายคนก็ลุกขึ้นมาทวงให้สถาบันนั้นย้อนกลับไปสู่จุดเดิม ท่านมา แก้บอกว่า เอาละไม่อยากแก้มาตรา ๖ ให้มันชัด ถ้าผมจะถามว่าถ้าเติมว่าถ้าไม่ให้เกิดการตีความ ให้มันยากขึ้น และศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดนตรีแค่นี้ มันก็จบ แต่ท่านกลับมาแก้ที่ มาตรา ๑๘ ไปกำหนดกรอบว่าวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๖ นะ มาตรา ๖ มันไม่แก้อย่างไร คือแทนที่ท่านแก้ที่ตัวแม่กลับมาแก้ที่ตัวลูก และใช้อย่างไรต่อไป วันนี้ท่านยืนยันว่าสถาบันนี้อย่างไรสอนดนตรีตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระพี่นาง แน่นอน แต่วันข้างหน้าครับพวกเราไม่อยู่ เหมือนกับมหาวิทยาลัยทั้งหลายที่อยู่ ณ วันนี้ ที่เห็น ๆ กันนั่นละ ตอนนี้มันเกิดกับที่วันนี้ซึ่งมันต่างกันลิบลับเลยนี่ ก็ล้วนแต่เป็นผลจาก การพัฒนาการสิ่งเหล่านี้ทั้งนั้น ผมก็อยากย้อนกลับว่านี่มาตรา ๖ ทำให้มันชัดได้ ทำไมไม่ทำ ท่านก็ไม่ทำ กลับมาอธิบายในมาตราอื่น และท่านยืนยันด้วยตัวของท่านเองถูกครับ แต่วันข้างหน้า เราไม่อยู่แล้ว พอไม่อยู่แล้วหลาย ๆ คนจะมานั่งนึกว่าท่านกรรมาธิการให้ความเห็นผม ว่าอย่างไรในวันนี้ ไม่ละครับ วันนั้นขึ้นกับสภาสถาบันแล้ว ซึ่งมันพัฒนาเปลี่ยนแปลงไป เปลี่ยนแปลงไป ผมไม่อยากจะเห็นวันข้างหน้าสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนาเปิดคณะครุศาสตร์ เปิดคณะสังคมศาสตร์ เพราะไม่แน่วันนั้นสถาบันการดนตรีความนิยมมันจะอยู่แค่ไหน แต่ถ้า เราเน้นว่าให้ตรงนี้เป็นสถาบันเฉพาะทางนะ เอาเรื่องดนตรีเป็นหลักนะตามพระราชปณิธาน ของสมเด็จที่ท่านต้องการทรงขึ้นมาเขียนให้มันชัดมันก็จบ สิ่งอื่นท่านไม่ต้องไปแก้เลย พอไป แก้ที่มาตรา ๑๘ ท่านกลับไปจำกัดอำนาจของสภาสถาบันลง เห็นไหมครับ ผมก็คิดว่ามันแก้ ไม่ถูกที่ นอกจากนี้นะครับ ต้องขออภัยท่านประธานนะครับ เนื่องจากมันมีแก้มาตราเดียว สมาชิกบางท่านได้พูดถึงข้อสังเกต ผมก็ดูข้อสังเกตมันไม่ใช่ข้อสังเกตหรอก ท่านบอกว่า ให้สถาบันนี้ไปสนับสนุนกิจการนักศึกษา ผมคิดว่าที่ไหนเขาก็ต้องทำ ไม่เขียนไว้เขาก็ต้องทำ อยู่แล้ว เพราะมันเป็นสถาบันการศึกษา มีนักศึกษาขึ้นมาเขาก็ต้องมีข้อบังคับของสมาคม สโมสรนักศึกษา ไปเขียนไว้ทำไม ข้อสังเกตก็คือว่าข้อสังเกตซึ่งมันควรจะเกี่ยวกับตัว พ.ร.บ. นี้ ว่าทำอย่างไรเห็นไหมครับ โครงสร้างของสภาสถาบันจึงจะรับใช้วัตถุประสงค์ได้ ท่านพูดว่า อยากจะให้มีสำนักงานสภาสถาบันขึ้นก็ทำไมแก้ในตัวบทล่ะครับ แก้ได้นี่ กรรมาธิการทำได้ เพิ่มขึ้นมาอีกมาตราหนึ่งได้ก็ไม่ทำ ผมก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรท่านประธานในเมื่อตามกฎ เมื่อกรรมาธิการเขาไม่แก้เราก็แก้ไม่ได้ ก็ต้องโทษตัวเองแล้วที่ปล่อยให้ร่างมันผ่านมาอย่างนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน