รังสิมา รอดรัศมี หารือเรื่องการทุจริตในประเทศไทย โดยกล่าวหาว่านักการเมืองเป็นกลุ่มที่มีทุจริตมากที่สุด และขอแนะนำให้สถาบันการศึกษาวิจัยทุจริตคอร์รัปชัน โดยเน้นเฉพาะนักการเมือง ข้าราชการ และตำรวจ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ประธานสภาช่วยแช่งผู้ที่มีพฤติกรรมทุจริต และไม่ให้มีการอบรมหลักสูตรนักการเมือง
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันเป็นศิษย์เก่าของสถาบัน ปปร. ๙ ก็อยากจะเรียนว่าดิฉันได้ดู เงินอุดหนุนจากรัฐบาลที่ให้กับสถาบันเมื่อปี ๒๕๕๒ ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล ๑๗๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๓ ๒๔๑ ล้านบาท แต่ปี ๒๕๕๔ กับปี ๒๕๕๕ ท่านไม่มีรายงานมานะคะ ไม่ทราบว่า เพิ่มขึ้นหรือว่าลดลง แต่จากการที่ดิฉันดูรายงานทางสถาบันท้ามานี่ ดิฉันเห็นว่าทางสถาบัน ได้ท้าศึกษาวิจัยต่าง ๆ หรือว่าอบรมโครงการต่าง ๆ แล้วดิฉันได้เป็นอนุกรรมาธิการพิจารณา งบประมาณของอบรมสัมมนา ประชาสัมพันธ์ ก็จะโดยตรงกับสถาบัน ดิฉันก็ได้มาเห็นว่า หน่วยงานต่าง ๆ ได้ตั้งงบประมาณไปจ่ายเงินค่าลงทะเบียนเรียนของสถาบันทุกหน่วยงาน ที่จะต้องไปอบรมกับสถาบัน ดิฉันอยากเสนอว่าท่านควรจะตั้งของบประมาณมาโดยตรงเลย ไม่ต้องให้หน่วยงานต่าง ๆ กระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ตั้งงบประมาณมา เพราะว่าอันนี้ ท้าให้เขาทุจริตรู้ไหมคะ เพราะว่าเวลาตั้งมานี่ก็ตั้งเป็นภาพรวมใหญ่ ๆ มา ไม่รู้ว่าเท่าไร ก็ตั้งเกินเอาไว้ แล้วพอเสร็จก็โอนเปลี่ยนแปลงงบไปต่างประเทศ ไปซื้อรถ ไปเที่ยวกัน ดิฉันจะเสนอว่าท่านอบรมโครงการไหน หลักสูตรไหน ต้องรับนักศึกษาเท่าไร โควตา จากกระทรวงไหน เท่าไร ท่านมีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นท่านก็เบิกงบจากส้านักงบประมาณ ขอรัฐบาลมาเลย เพราะมันก็เงินจากภาษีของประชาชนเหมือนกัน แต่ถ้าท่านเบิกโดยตรงนี่ การทุจริตก็จะลดลง เงินที่จะไปใช้ให้เกิดประโยชน์มันก็จะเกิดประโยชน์สูงสุด ดิฉันเชื่อมั่น ในสถาบันมากกว่ากระทรวง ทบวง กรม เพราะดิฉันเห็นมาทุกปีเลย ซักมาทุกปีเหมือนกัน ก็นี่ตั้งใจเลยวันนี้อย่างไรดิฉันต้องพูดให้ได้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
อีกประการหนึ่ง ดิฉันก็ดูมา ๔ รอบแล้วเล่มนี้ หาเท่าไรก็หาไม่เจอ ไม่ทราบว่า อาจารย์เอาไปซ่อนไว้ตรงไหนเกี่ยวกับเรื่องการศึกษา วิจัย อบรมต่าง ๆ เกี่ยวกับการทุจริต คอร์รัปชัน ดิฉันดูแล้วไม่เห็นมีเลยว่าใครจะศึกษาวิจัย ทุจริตคอร์รัปชันของนักการเมือง ดิฉันดูแล้วจะแก้กฎหมาย แก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่แก้สันดานนักการเมืองเลย ท่านต้องเน้น ตรงนี้หน่อยค่ะ นักการเมืองไม่ใช่แต่ ส.ส. เท่านั้นนะคะ ส.ว. นายก อบจ. นายก อบต. นายกเทศมนตรี อบต. ก้านัน ผู้ใหญ่บ้าน สท. อันนี้มันทุจริตมากมายมหาศาลเลย ดิฉันดูแล้ว จากโพลล์ที่ไปส้ารวจไปถามประชาชน อาชีพที่คิดว่าทุจริตคอร์รัปชันมากที่สุดมีใครบ้าง นักการเมืองมาอันดับ ๑ เลย ๔๒.๙๖ เปอร์เซ็นต์ อาจารย์พยักหน้าเห็นด้วยใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นอาจารย์ไม่ต้องไปศึกษาอย่างอื่นเลย ดิฉันมาดูแล้วนี่ศึกษาอบรมไปไม่รู้กี่รุ่นแล้ว สถาบันเปิดมาไม่รู้กี่ปีแล้ว แต่ก็แก้การทุจริตไม่ได้เลย อาจารย์ไม่ต้องไปท้าอย่างอื่นเลย ดิฉันเสนอนะคะ เอาเงินไปนี่ ไปท้าอย่างไรให้นักการเมืองมันไม่โกงนะคะ จะพัฒนาอย่างอื่น จะพัฒนาได้ เพราะว่าสถาบันอื่น ๆ เขาก็ศึกษาวิจัยซ้า ๆ กัน แต่ว่าอยากจะให้อาจารย์เน้น เรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะว่าตอนนี้มันมาเป็นอันดับที่ ๑ เลยนะคะ แล้วข้าราชการ ๒๘.๒๕ เปอร์เซ็นต์ ต้ารวจ ๑๖.๓๗ เปอร์เซ็นต์ พ่อค้า นักธุรกิจ ๗.๑๗ เปอร์เซ็นต์ นักบัญชี การเงิน ๕.๑๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นกลุ่มเป้าหมายที่ทางสถาบันต้องเอามาอบรมที่ประชาชนเชื่อว่าโกง โกงมากที่สุด คือนักการเมืองก่อนอันดับแรก แล้วก็ข้าราชการ แล้วก็ต้ารวจ อย่างพ่อค้า นักบัญชีอะไร ก็ยังน้อย เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะกราบเรียนนะคะว่าการที่ท่านจะไปท้าการศึกษาวิจัย อบรมต่าง ๆ ก็อยากจะให้ท้าอย่างไรให้พฤติกรรมของนักการเมืองไม่โกง แล้วก็ท้าอย่างไร ไม่ให้ประชาชนไปเลือกนักการเมืองที่ขี้โกง อาจารย์ต้องระบุไปเลยว่าอย่างนี้อย่าไปเลือก อย่างนี้อย่าไปเลือก อย่างนี้อย่าไปเลือก ซื้อเสียงอย่าเลือก ตอนนี้ยิ่งซื้อเสียงหนักกว่าเดิม เข้าไปอีกจากการปฏิวัติ ดิฉันก็ว่าท่านประธานนะคะ ดิฉันอยู่คณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ อาจารย์ก็นั่งอยู่ด้วย ดิฉันบอก โกรธก็โกรธไปเลยดิฉันไม่กลัว พูดเรื่องจริง ปฏิวัติไม่เด็ดขาด มันเลยเป็นแบบนี้ สร้างปัญหา เรื้อรังมาจนถึงทุกวันนี้ แล้วจะให้มาปรองดอง ไม่เคยปรองดองได้หรอกค่ะ ไปประชุม ก็ไม่ค่อยได้ไปปรองดองหรอก ดิฉันก็ไม่เคยได้ไปปรองดองสักที ทะเลาะทุกวัน แล้วดิฉัน ก็บอกว่าการทุจริตยิ่งมากขึ้นเพราะอะไร จากการปฏิวัติอย่างไร อย่างเช่น ก้านัน ผู้ใหญ่บ้าน ดิฉันฟังมาหลายคนเลย อย่างท่านนคร มาฉิม ก็ได้อภิปรายตรงกับที่ดิฉันคิดเลยว่าการเลือก ก้านัน ผู้ใหญ่บ้าน ตอนนี้มันทุจริตมากขึ้น เพราะว่าค่าหัวมันมากขึ้นอย่างไรคะ อยู่ถึง ๖๐ ปี แต่ถ้า ๕ ปีมันไม่กล้าซื้อมากหรอกค่ะ เพราะถอนทุนไม่ทัน แต่อายุ ๒๕ ปี เป็นไปถึง ๖๐ ปี เป็นตั้ง ๓๕ ปี ซื้อหัวละ ๑๐,๐๐๐ บาท ยังได้เลย เพราะว่าในหมู่บ้านมีไม่กี่คน แล้วพอเลือก ก้านันเลือกเฉพาะ มี ๕ หมู่บ้าน ลงสมัคร ๒ คน เหลืออีก ๓ คน ใครลงตรงไหน ๒ คน ก็ชนะแล้ว ซื้อกัน แล้วก็อุ้มกันไปนะคะ เพราะฉะนั้นจะท้าให้การทุจริตมากขึ้น
อีกประการหนึ่งคือ ดิฉันก็อยากจะเรียนท่านอาจารย์ว่าการทุจริตของท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบจ. อบต. เทศบาลต่าง ๆ ตอนนี้มันมากขึ้น เพราะว่ามีการซิกแซก การพา คนไปเที่ยว พามากมายมหาศาล ไม่ต้องท้าอะไรเลยนะคะ เพราะกินค่าหัวแล้วก็ซื้อของแจก ซื้อเสื้อแจก ดิฉันสอบยังไม่เสร็จเลยตั้งแต่สมัยที่แล้วยังค้างอยู่เลย เสื้อตัวละ ๕๐ บาท เบิก ๓๐๐ บาท พาเที่ยวหัวละ ๖,๐๐๐ บาท เบิกเป็นหัวละ ๘,๐๐๐ บาท มันกินค่าหัว แล้วก็พาเที่ยวกันไปแบบนี้ ดิฉันก็นึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ท้าไมช้าจังเลย สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงนะ ดิฉันเชื่อนะคะ ท้าไมไม่รีบหักคอพวกที่โกงให้หมดไปเสียที รอให้มาลอยนวลอยู่อย่างนี้ แล้วมันก็ซึมซับไปเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในที่นี้มีจริง ได้ยินเสียงดิฉันแล้วช่วย แผลงฤทธิ์เร็ว ๆ หน่อย ให้พวกที่โกงแผ่นดิน ประธานอย่าเพิ่งตัด ประธานก็ฟังดิฉันทุกครั้งว่า ใครที่โกงแผ่นดินดิฉันแช่งทุกครั้งเลย ขอให้มีอันเป็นไปนะคะ ท้าอะไรก็ให้ล่มจม ฉิบหายให้หมด ไปไหนก็ขอให้เกิดอุบัติเหตุ ให้พิกลพิการนอนหยอดข้าวต้มไม่ได้ใช้สตางค์ เพราะฉะนั้นก็ฝาก ท่านอาจารย์ว่าไม่ต้องไปวิจัย อบรมหลักสูตรอะไรเลย อบรมหลักสูตรไม่ให้นักการเมืองขี้โกง และไม่ให้ประชาชนเลือกนักการเมืองขี้โกงเข้ามาในสภา ขอบคุณค่ะ