สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

นคร มาฉิม หารือเรื่องสถาบันพระปกเกล้า โดยตั้งคำถามถึงบทบาทของสถาบันในอนาคต และเรียกร้องให้สถาบันสรุปผลงานวิจัยเพื่อผลักดันกระบวนการในการพัฒนาการเมืองของไทยให้ไปในทิศทางที่ถูกต้อง นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการทุจริตและการซื้อเสียง การสร้างความปรองดองแห่งชาติ และการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน โดยเสนอแนะให้สถาบันพระปกเกล้าประสานงานกับกระทรวงศึกษาธิการเพื่อเผยแพร่หน้าที่พลเมือง และกระบวนการในการเรียนรู้การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเป็นศิษย์เก่าของสถาบันพระปกเกล้า รุ่นที่ ๖ หรือ ปปร. ๖ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ชื่นชมและติดตามผลงานอย่างต่อเนื่องของสถาบันพระปกเกล้า แล้วก็คาดหวังว่าสถาบันพระปกเกล้าจะเป็นองค์กรหลักให้กับชาติบ้านเมือง และทุกครั้ง ที่มีโอกาสไปพบกับสาธารณะในทุกเวที ทุกพื้นที่ ผมเองจะตอบกับสังคมอย่างภาคภูมิใจว่า ผมคือผู้หนึ่งที่ได้มีโอกาสเข้าไปเรียนรู้กับคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ มีความรู้ความสามารถ จากหลากหลายในทุกพื้นที่ทั่วประเทศที่ได้ระดมนักปราชญ์ราชบัณฑิตต่าง ๆ เหล่านี้มารวมที่ สถาบันพระปกเกล้า แล้วก็ผมเองด้วยความภาคภูมิใจในสถาบันพระปกเกล้าจึงคาดหวังไว้ ค่อนข้างที่จะสูงว่าสถาบันแห่งนี้จะเป็นศูนย์รวมความรู้ จะเป็นศูนย์รวมของผู้รู้ จะเป็นศูนย์รวม ในการขับเคลื่อนและเป็นหลักให้กับองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติและประเทศของเรา ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเองหลังจากที่ติดตามต่อเนื่องมาปีที่ ๑๑ นับแต่มีโอกาสมาเป็นผู้แทนราษฎร ต้องขอฝากและเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังสถาบันพระปกเกล้าด้วยความเคารพรักยิ่ง และห่วงใย และคาดหวังไว้ว่า

ประเด็นที่ ๑ พัฒนาการทางการเมืองของประเทศของเรา ณ จุดนี้พัฒนามา ถูกทิศทางแล้วหรือยัง มีปัญหา มีอุปสรรค มีข้อขัดข้องอย่างไร ท้าไมกระบวนการ ในการพัฒนาการเมืองของประเทศจึงน้ามาสู่ความแตกแยก ความขัดแย้งทางสังคม อย่างรุนแรง อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและถือเป็นประวัติศาสตร์ทางการเมืองหน้าหนึ่ง ในหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมาความขัดแย้ง ความแตกแยกและความคิดกลายเป็นประเด็น ความขัดแย้งเกิดขึ้นในสังคมที่ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งโอกาสของประเทศ สูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศมากมายมหาศาล สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อยากจะฝากให้ ทางสถาบันพระปกเกล้าได้สรุปผลงานวิจัยอย่างเป็นรูปธรรม จับต้องได้และน้าไปสู่ การปฏิบัติเพื่อขับเคลื่อนและผลักดันให้กระบวนการในการพัฒนาการเมืองของไทยตั้งแต่ ในระดับท้องถิ่นจนถึงในระดับชาติเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง เดินไปในครรลองที่เป็นสากล และเป็นที่ยอมรับของนานาอารยประเทศให้จงได้ เพราะถ้าเกิดว่าไม่อย่างนั้นแล้วโอกาสที่สูญเสียไป ความขัดแย้งทางสังคมที่น้ามาสู่ ความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประเทศประเมินค่าไม่ได้ครับ ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับ ประเทศในเพื่อนบ้านหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนหรือในระดับสากลแล้วประเทศอื่น ๆ ก้าลังเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง แต่ปรากฏว่า ประเทศของเรากลับจมอยู่กับความแตกแยกและความขัดแย้งทางการเมืองจนฉุดรั้ง ความเจริญก้าวหน้าต่าง ๆ ที่ควรจะมีในประเทศของเราทั้ง ๆ ที่ทรัพยากรบุคคล ทรัพยากรธรรมชาติและอื่น ๆ มีความเหมาะสมและสมบูรณ์ที่สุดในฐานะที่ว่าเป็นศูนย์กลาง แห่งหนึ่งในภูมิภาคและได้ชื่อว่าเป็นสุวรรณภูมิ ท่านประธานครับ อันนี้เป็นประเด็นที่ ๑ ที่ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังสถาบันพระปกเกล้า ท่านจะต้องเสนอบทวิจัยที่น้าไปสู่ การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในทางวิชาการและท่านจะต้องกล้าหาญที่จะน้าเสนอข้อมูล ทางวิชาการอย่างตรงไปตรงมาไม่ต้องเกรง ไม่ต้องกลัวต่ออิทธิพลหรืออ้านาจใด ๆ ที่จะเข้าไป แทรกแซง ก้าวก่าย หรือชี้น้าท่าน และผมก็มั่นใจอย่างนั้น

ประเด็นที่ ๒ ที่จะต้องขอพูดถึง แล้วก็เป็นส่วนหนึ่งที่ท้าให้พัฒนาการ ทางการเมืองทั้งในระดับท้องถิ่นและในระดับชาติผิดทิศผิดทางแล้วก็ขอตั้งข้อสังเกตก็คือ การซื้อสิทธิ การขายเสียงในทางการเมืองในระดับท้องถิ่นและในระดับชาติ ท่านประธาน ที่เคารพครับ มีใครบ้างที่จะปฏิเสธข้อเท็จจริงว่าในปัจจุบันการซื้อเสียงรุนแรงมากยิ่งขึ้น ๆ และมากยิ่งขึ้น จนถึงวิกฤติแล้วครับท่านประธานครับ โดยเฉพาะการเลือกตั้งในระดับหน่วยย่อย ในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาลบางแห่ง ตอนนี้การซื้อหัวละ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาทแล้วก็มี เพราะมันนับตัวได้เลยว่าจะชนะกันกี่คะแนน ในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งในระดับ อบต. และเทศบาล ท่านประธานครับ อบต. น้อยลงมาหน่อยเพราะงบประมาณไม่มาก แต่เทศบาล ตอนนี้ที่ผมตรวจสอบ ที่ผมไปเห็นมา ที่ผมไปฟังมาและรับทราบข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย ท่านประธานครับ น่าตกใจเหลือเกินก็คือพัฒนาการซื้อเสียงไปถึงเสียงละ ๒,๐๐๐ บาท และ ๓,๐๐๐ บาท มันก็เป็นวัฏจักรที่น้าไปสู่วงจรอุบาทว์ทางการเมืองอย่างไรครับ ท่านประธานครับ วงจรอุบาทว์ทางการเมืองก็คือถ้าเกิดว่ามีการซื้อเสียงและลงทุนซื้อเสียงมา จ้านวนหลายล้านบาทต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นองค์กรหนึ่ง ถามต่อไปว่าเงินเดือน เท่าไรครับ ๒๐,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาท ๕๐,๐๐๐ บาท แล้วแต่ระดับ ไม่สามารถที่จะ คืนทุนในการลงทุนซื้อเสียงหรอกครับ นอกจากเขาจะไปร่วมมือกันกับเครือข่ายของเขา หรือว่าผู้รับเหมาบางคน บางหน่วย หรือว่าองค์กรภาครัฐบางส่วนบางคนเพื่อแสวงหา ผลประโยชน์โดยมิชอบน้ามาซึ่งการทุจริตอย่างไรครับ ท่านประธานครับ การคอร์รัปชัน ที่มันพัฒนาแต่เดิมเคยพูดกันถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ ต่อมาเป็น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ร้อยละ ๑๐ ตอนนี้ครับ พัฒนาไปถึงร้อยละ ๓๐ โดยเฉลี่ย แต่บางหน่วยงานที่มีการคอร์รัปชัน และเป็นเขาเรียกว่างบกินตามน้าและเปอร์เซ็นต์ที่สูงขึ้นมากที่สุดก็คืองบในการขุดลอกคลอง ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านรองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าด้วยนะครับ ท่านอาจารย์วุฒิสาร ท่านประธานครับ พัฒนาการในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันตอนนี้ มันซึมลึกไปทุกอณูของประเทศแล้วครับ สถาบันพระปกเกล้ารับเรื่องนี้ไปเป็นงานวิจัยชิ้นเอก ของท่านได้ไหมครับว่ากระบวนการในการทุจริต กระบวนการในการคอร์รัปชัน กระบวนการ ในการฮั้วประมูล กระบวนการในการแสวงหาผลประโยชน์จากเงินภาษีอากรของประเทศ ผ่านไปจากสภาผู้แทนราษฎร ผ่านไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเขามีการฮั้วกันอย่างไร มีการทุจริตกันอย่างไร มีการคอร์รัปชันกันอย่างไร ไม่ใช่แต่เฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือในระดับชาตินะครับท่านประธานครับ แม้กระทั่งราชการประจ้าบางหน่วย บางองค์กร ขออนุญาตยกตัวอย่างกราบเรียน ท่านประธานไว้เพื่อเป็นข้อมูลในการที่จะให้ทางสถาบันพระปกเกล้า และผู้รู้ทั้งหลายร่วมกัน ศึกษาวิจัยเรื่องนี้และผ่าโครงสร้างของประเทศให้พ้นจากคอร์รัปชันกันเสียที แม้กระทั่ง ส่วนราชการบางหน่วย ยกตัวอย่างเช่น บางจังหวัด บางอ้าเภอ พอแล้งเข้ามาสักนิดหนึ่งครับ ประกาศเป็นภัยพิบัติแล้งทันที พอฝนตกน้าท่วมวัน ๒ วันปุ๊บประกาศเป็นภัยพิบัติอุทกภัยทันที พออุณหภูมิลดต่้ากว่า ๑๕ องศาเซลเซียส เกินกว่า ๓ วัน ประกาศเป็นภัยพิบัติหนาวทันที แน่นอนครับนักการเมืองไม่ว่าจะเป็นในระดับท้องถิ่น หรือในระดับชาติครับ ทุกคนต้องการ ความนิยม ต้องการได้รับคะแนนเสียง หรือคะแนนนิยมจากผู้เลือกตั้ง หรือพี่น้องประชาชน เราไม่ปฏิเสธ ผมเองเป็นนักการเมืองผมก็ไม่ปฏิเสธ ท่านประธานที่เคารพครับ แต่กระบวนการแฝงเร้นที่แสวงหาผลประโยชน์บนความเดือดร้อนและบนการประกาศ เป็นเขตภัยพิบัติมีอยู่ครับ ผมถามย้อนกลับไปที่ สตง. ตอนที่ผมเป็นผู้ด้าเนินรายการ ในการเสวนากับคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ท่านประธานที่เคารพครับ สตง. ฝากกราบเรียน ท่านประธาน อันนี้รักษาการประธานนะครับ รักษาการประธาน สตง. นะครับ ท่านฝากไปว่า ท้าไมประเทศจีนเขาติดลบตั้ง ๑๐ องศาเซลเซียส ๑๕ องศาเซลเซียสเป็นเดือน ๆ เขาไม่ประกาศเป็นภัยพิบัติ เพราะมันถือว่าเป็นธรรมชาติ ประเทศอื่น ๆ น้าท่วม ๑๐-๒๐ วัน เขาไม่ประกาศเป็นภัยพิบัติ เว้นแต่ว่าเกิดความสูญเสียที่มันผิดปกติธรรมชาติ และวิกฤติจริง ๆ ก่อให้เกิดความสูญเสียจริง ๆ เขาจะประกาศเป็นภัยพิบัติ และหน่วยงานของเขา จะด้าเนินการอย่างเข้มข้น และตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา ผลประโยชน์ทุกบาททุกสตางค์ ถึงประชาชน แต่ประเทศของเราไม่ใช่อย่างนั้นครับท่านประธาน ประเทศของเราไม่ใช่อย่างนั้น เพราะบางอ้าเภอ นายอ้าเภอบางคนเสนอโครงการไปเลยบอกว่าขุดลอกคลองเพื่อแก้ไข ปัญหาน้าท่วม คลองอันเดียวกันเขาจะตัดตอนว่าตอนที่ ๑ ท้างบ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ตอนที่ ๒ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ตอนที่ ๓ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ตอนที่ ๔ ๖๐๐,๐๐๐ บาท ไล่ล้าดับกันอย่างนี้ เพื่ออย่างไรครับ เพื่อจัดซื้อจัดจ้างเป็นกรณีพิเศษอย่างไรครับ ไม่ต้องผ่านระบบอีออกชัน (e-Auction) ไม่ต้องมีการแข่งขันราคา แล้วหลังจากนั้นยังไม่พอครับท่านประธาน ถ้าเกิดว่า รับจ้างอย่างตรงไปตรงมา แล้วให้ผู้รับจ้างไปท้าการขุดลอกให้ได้มาตรฐาน มีการตรวจวัด มีการตรวจรับงานอย่างถูกต้องตรงไปตรงมา ผมไม่ว่าครับ เพื่อประโยชน์ของประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติที่มันเกิดขึ้น แต่ไม่ใช่อย่างนั้นเพราะอะไรครับ เพราะเขาจะเรียก ผู้รับเหมามาก่อนเลยบอกว่าจ่าย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของโครงการทั้งหมดนี้ก่อน ถ้าไม่อย่างนั้น ไม่อนุมัติให้ท้า เห็นไหมครับ ถ้าไม่จ่ายเอาคนอื่นมาแล้วท้า ท้าแล้วก็ท้าทีละตอนต่อเนื่องกันไปนะครับ แล้วที่หน้าซ้าที่แย่ยิ่งกว่านั้น เลวร้ายยิ่งกว่านั้นท่านประธานครับ เครื่องจักรยังไม่ไปถึง ไซต์ (Site) งานที่จะท้าการขุดลอกเลยครับ ให้จ่ายเงินใต้โต๊ะมาก่อน แล้วบังคับให้ผู้ตรวจรับงาน ที่เป็นคณะกรรมการตรวจรับงานก่อนว่าผ่านการพิจารณาตรวจรับงานแล้ว เครื่องจักร ยังไม่ไปถึงสถานที่ที่จะท้างานท่านประธานครับ หลายอ้าเภอทั่วประเทศ ท่านประธานครับ บ้านเมืองมันเกิดเหตุแบบนี้ได้อย่างไรครับ แล้วเราจะปล่อยให้ภาวะในการทุจริต ในการคอร์รัปชัน ให้มันกัดกร่อน กินงบประมาณแผ่นดิน กินเงินภาษีอากรของคนไทยทั้งประเทศแบบนี้อีกหรือครับ ฝากเรื่องนี้ไปทางสถาบันพระปกเกล้าให้ท่านท้าวิจัยนะครับ และขอฝากเพิ่มเติมว่ารูปแบบ ของฮ่องกง รูปแบบของประเทศสิงคโปร์ในรูปแบบของฮ่องกงโมเดล (Model) และสิงคโปร์โมเดล ผมติดตามเรื่องนี้มาเกือบ ๑๐ ปี ผมเห็นว่าอันนี้เป็นรูปแบบหนึ่งที่ควรที่จะหยิบน้าเข้ามาเป็น รูปแบบในการช้าระล้างประเทศ ในการขจัดปัญหาคอร์รัปชันให้กับประเทศ ในการสร้าง ความเจริญมั่นคงให้กับพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน และรักษาผลประโยชน์ให้กับบ้านเมือง ผมเชื่อมั่นว่าถ้าสถาบันพระปกเกล้าท้าเรื่องนี้ส้าเร็จผมจะชื่นชม ผมจะภาคภูมิใจ และผมพร้อมที่จะท้าทุกวิถีทางเพื่อสนับสนุนสถาบันพระปกเกล้าเป็นประเด็นที่ ๑

ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องที่ ๒ ผมเองเป็นโฆษกของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางสร้างความปรองดองแห่งชาติของสภาผู้แทนราษฎร ติดตามเรื่องนี้มา อย่างใกล้ชิด แล้วก็หวังว่าการปรองดองจะไม่เป็นแค่เพียงวาทกรรมที่พูดแล้วให้มันดูงดงาม หรือสวยหรู ที่พูดแล้วก็พูดกันเกร่อบอกว่าปรองดอง ๆ แต่พฤตินัยไม่มีผลในทางปฏิบัติที่ชัดเจน สถาบันพระปกเกล้าเป็นผู้รับงานเรื่องนี้จากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทาง สร้างความปรองดองแห่งชาติของสภาผู้แทนราษฎรที่ท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้อยู่ และสังคม คาดหวังมากว่าเรื่องนี้จะน้ามาสู่การวางโครงสร้างให้กับประเทศอย่างแท้จริง อย่างตรงไปตรงมา และสถาบันพระปกเกล้ารับภารกิจของคณะกรรมาธิการซึ่งเป็นหน่วยย่อย ของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ไปเสนอทางออกให้กับประเทศ หนึ่งในนั้นท่านประธานครับ หนึ่งในนั้นก็คือความเหลื่อมล้าทางสังคมที่ก่อให้เกิดความแตกแยกทางสังคม ตอนนี้ ท่านประธานครับ ทราบไหมครับว่าบางพื้นที่มันพัฒนาไปถึงความเป็นสงครามของชนชั้นไปแล้ว มันไปพัฒนาไปถึงความแตกแยกและความรู้สึกน้อยเนื้อต่้าใจในคนยากจน ในคนชนบท และคนที่ขาดโอกาสในหลาย ๆ ด้าน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเข้าถึงอ้านาจและโอกาส ที่จะก้าวขึ้นมาสู่ความพอมีพอกิน เขารู้สึกว่าเขาไม่มีโอกาส เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้มีโอกาสที่จะเข้าถึงทรัพยากรที่เป็นของคนไทยหรือของประเทศเท่าที่ควรจะเป็น แม้กระทั่งโอกาสที่จะเข้าถึงการศึกษา ก่อให้เกิดปัญหาความแตกแยกที่ฝังลึกอยู่ในจิตส้านึก ของคนไทยอีกส่วนหนึ่ง ของพี่น้องประชาชนที่เขารู้สึกว่าเขาถูกกดขี่ เขาถูกข่มเหง เขาถูกเอารัดเอาเปรียบ และเขาไม่มีโอกาสที่จะเข้าถึงไปสู่การพัฒนาอย่างเท่าเทียม จึงน้ามาสู่ ความแตกแยกอันหนึ่งอย่างไรครับ สิ่งที่ผมต้องชื่นชมและผมดูทุกหน้าจากผลงานวิจัยของ สถาบันพระปกเกล้าแล้วก็ต้องขอพูดอีกนิดหนึ่งในหน้าที่ ๘๓ ท่านประธานครับ หน้าที่ ๘๓ ก็คือวิทยานิพนธ์ ก็คือทางสถาบันพระปกเกล้าให้ทุนสนับสนุนการท้าวิจัยวิทยานิพนธ์ ระดับปริญญาโทและปริญญาเอก งานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์เรื่องกระบวนการในก้าหนด นโยบายที่ดินในประเทศไทยระหว่างปีพุทธศักราช ๒๔๗๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๐๐ โดย นายศรัญญู เทพสงเคราะห์ ผลงานวิจัยดีมาก เป็นประโยชน์อย่างยิ่งและผมเองเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาแก้ไขปัญหาที่ดิน ปัญหาป่าไม้ การเร่งรัดและกฎหมายเกี่ยวกับที่ดิน อยู่ในฐานะ รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเห็นว่าอันนี้มันคือปัญหาอันหนึ่ง เห็นว่าเรื่องนี้ คือปัญหาในเชิงโครงสร้างทางสังคมที่คนที่ยังไม่มีที่ท้ากิน คนที่อยู่ในป่าแต่รัฐไปประกาศ เขตป่าทับคนที่ท้ากินตั้งแต่ปู่ย่าตายาย แต่เขาไม่ได้รับกรรมสิทธิ์ในฐานะที่เป็นคนไทย ในฐานะที่เป็นเจ้าของประเทศตามที่สมควรจะได้รับเพื่อเป็นหลักทรัพย์ เป็นหลักประกัน เป็นมรดกให้ลูกให้หลานเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับเขาอย่างยั่งยืน ท่านประธานที่เคารพครับ งานวิจัยต่าง ๆ เหล่านี้ทางสถาบันพระปกเกล้าควรที่จะน้ามาเผยแพร่ข้อมูลการศึกษาของ คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดต่าง ๆ รวมไปถึงคณะกรรมาธิการสามัญชุดต่าง ๆ น่าจะน้ามา เป็นประโยชน์เพื่อให้สถาบันพระปกเกล้าในฐานะหน่วยหนึ่งของหน่วยหลักในทางวิชาการ ของฝ่ายนิติบัญญัติ จะต้องน้ามาเผยแพร่และท้าให้เกิดประโยชน์อย่างจริงจัง และเป็นรูปธรรมในเชิงของโครงสร้างทางสังคมอย่างแท้จริง เพราะถ้าไม่อย่างนั้นครับ คนจนจะรู้สึกว่าเขาถูกเอาเปรียบและไม่มีโอกาสจากคนที่มีอ้านาจหรือคนรวย คนรวยก็จะยิ่ง รวยขึ้น รวยขึ้น รวยขึ้น ส่วนคนจนก็จะยิ่งจนลง จนลง จนลง และมีหนี้สินท่วมมากยิ่งขึ้น ๆ จนวันหนึ่งครับ ผมว่าการปะทุของสงครามชนชั้นอาจจะเกิดขึ้นกับประเทศของเราได้ ถ้าไม่รีบด้าเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง

ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องการสร้างจิตส้านึก ผมเองเคยไป ศึกษาดูงานในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศออสเตรเลีย ประเทศเยอรมัน แม้กระทั่งประเทศญี่ปุ่น การไปศึกษาดูงานในประเทศต่าง ๆ เหล่านี้ ผมเห็นว่าเป็นประโยชน์ และควรที่จะน้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศของเราเป็นอย่างยิ่ง ก็คือการสร้างจิตส้านึกปลูกฝังตั้งแต่ลูกหลานของเรา เยาวชนในระดับอนุบาล ในระดับประถมศึกษา ในระดับมัธยมศึกษา ในระดับอุดมศึกษา จะต้องให้ทางกระทรวงศึกษาธิการ เข้ามาประสานงานกับทางสถาบันพระปกเกล้า เพื่อที่จะเผยแพร่หน้าที่พลเมือง หน้าที่ สิทธิของปวงชนชาวไทย การปฏิบัติอย่างไร เพื่ออะไรครับ เพื่อสร้างจิตส้านึกในการเมือง การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้ซึมอยู่ในสายเลือด ให้ซึมอยู่ในส้านึก ให้ซึมลึกอยู่ในจิตวิญญาณของคนไทยทั้งประเทศอย่างไรครับ อันนี้คือ การที่จะสร้างความเข้มแข็งในระบอบการเมืองการปกครองแบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ถ้าเกิดว่าสถาบันพระปกเกล้าบอกว่าท้าแล้วอย่างไร จริงครับ ท่านท้าแล้ว แต่นักเรียน ๑๔ ล้านคนทั่วประเทศท่านท้า ๕,๐๐๐ คน อีกกี่ปีครับ ท่านประธานครับ นักเรียนนักศึกษาเหล่านั้นจะมีโอกาสในการเรียนรู้การเมืองการปกครอง หน้าที่ ศีลธรรมและระบบต่าง ๆ ที่ควรที่จะเป็น เพราะฉะนั้นหลักสูตรงานวิจัยต่าง ๆ ของสถาบันพระปกเกล้าในฐานะองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติจะต้องถูกบรรจุอยู่ในทุกระดับ การศึกษา ตั้งแต่ชั้นอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษาด้วย รวมไปถึง เผยแพร่ไปสู่การศึกษานอกระบบการศึกษานอกโรงเรียนด้วยแล้วก็นอกระบบด้วย เพราะถ้าเกิดว่า ท่านไม่ท้าแบบนี้ องค์กรฝ่ายนิติบัญญัติก็เหมือนกับว่ากรอบเล็ก ๆ ของคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้าเกิดว่าสถาบันพระปกเกล้าขอความร่วมมือมาจากรัฐบาล ขอความร่วมมือมาจาก กระทรวงศึกษาธิการ และเผยแพร่การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขผ่านกระบวนการในการเรียนรู้ กระบวนการ ในการศึกษาของประชาชนตั้งแต่แรกเกิดจนถึงปัจจุบัน ผมบอกได้ครับว่ากระบวนทัศน์ ของสถาบันพระปกเกล้าจะต้องบรรลุเป้าหมายแน่ แต่ถ้าเกิดว่าท่านท้าการศึกษาวิจัยจบแล้วจบเลย ก็เอาเข้าห้องสมุด มีกี่คนครับในคนไทย ๖๕ ล้านคน ที่จะได้อ่านหนังสือของท่าน ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นฝากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ๒ ที่จะน้าไปสู่การขับเคลื่อน และผลักดันให้เกิดการเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง

ท่านประธานที่เคารพครับ อีกประเด็นหนึ่งที่ผมจะต้องฝากท่านประธาน ผ่านไปยังสถาบันพระปกเกล้าให้รีบท้าการศึกษาวิจัยในทางวิชาการอย่างจริงจังและน้าเอามาสู่ การพิจารณาของสภาแห่งนี้ ก็คือการเลือกตั้งก้านัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝากท่านประธานเลยนะครับ ฝากท่านสถาบันพระปกเกล้าเลยนะครับ การเลือกตั้งก้านัน ผู้ใหญ่บ้าน อันที่จริงแล้ว นักการเมืองไม่ว่าจะเป็นในระดับท้องถิ่นหรือในระดับชาติ ไม่มีใครอยากจะไปแตะ ไม่มีใคร อยากจะไปยุ่งเลยครับ เพราะมันกระทบต่อฐานเสียงและคะแนนนิยม แต่ที่ผมอยากจะพูดก็คือ พูดแทนประชาชน พูดแทนคนไทยที่ได้สะท้อนเสียงเรื่องนี้มา พูดว่าอย่างไรครับ ท่านประธานครับ เขาอยากจะให้กลับไปใช้ระบบการเลือกตั้งแบบ ๕ ปี เหมือนเดิมได้ไหม เพราะกฎหมายแต่เดิม ๕ ปี ถ้าใครไม่ดีก็เปลี่ยนกันใหม่ ประชาชนจะเป็นผู้เปลี่ยนกันเอง โดยการเลือกตั้ง แล้วการซื้อเสียงก็จะไม่รุนแรงครับ แล้วก็หน้าซ้าครับ การเลือกตั้งก้านัน ท่านประธานครับ บางต้าบลมี ๑๑ หมู่บ้าน เขาจะก้าหนดตัวเลยว่าผู้ใหญ่บ้านมีทั้งหมด ๑๑ คน เขาขอเป็นก้านันไปครบ ๖๐ ปี เอาอย่างนี้ได้ไหม เขาจะตกลงกันเลยนะครับว่าเสียงนี้ ๓๐,๐๐๐ เสียง เสียงนี้ ๕๐,๐๐๐ เสียง ได้เกินครึ่งมา ๑ เสียงก็ถือว่าเป็นก้านัน ท่านประธานที่เคารพครับ จะปล่อยให้กระบวนการเลือกตั้งเป็นอย่างนี้ต่อไปหรือครับ แต่ผมจะไม่ตัดสินใจเอง ผมขอท่านประธานผ่านไปยังสถาบันพระปกเกล้าท่านท้าการศึกษาวิจัย แล้วก็ให้องค์กรเสนอกฎหมายเข้ามาสู่การพิจารณาของสภาได้ไหมครับ ผมเชื่อนะครับว่า เสียงส่วนใหญ่เขาต้องการให้ผู้ใหญ่บ้านอยู่ ๕ ปี ถ้าใครไม่ดีประชาชนเขาจะเลือกกันเอง แล้วเขาจะเปลี่ยนใหม่ ก้านันให้อยู่ ๕ ปี แล้วเลือกโดยตรงจากประชาชนทั้งต้าบลได้ไหม ไม่ต้องเลือกจากตัวผู้ใหญ่บ้านซึ่งมีไม่กี่เสียง คืนอ้านาจเรื่องนี้ให้กับประชาชนได้หรือไม่ อันนี้เป็นเรื่องที่อยากจะฝากเป็นเรื่องที่ ๒

ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายฝากสถาบันพระปกเกล้าเพราะในเอกสาร ยังไม่มีข้อเสนอที่เป็นทางออกให้กับประเทศ ทางออกของประเทศควรที่จะเดินไปในทิศทางไหน ที่จะให้สังคมไทยให้ประเทศไทยเดินไปสู่ครรลองที่ถูกต้อง ที่มั่นคง ที่ยั่งยืน ที่มีความเสมอภาค มีภราดรภาพ มีความเท่าเทียม และมีความมั่นคงยั่งยืน สถาบันพระปกเกล้าท้าการศึกษาวิจัย และเสนอโครงสร้างของประเทศแทนฝ่ายนิติบัญญัติได้ไหมครับ เพราะท่านก็คือหน่วยหนึ่ง ของนิติบัญญัติ มีฐานะเป็นกอง ท่านประธานที่เคารพครับ โครงสร้างที่ผมอยากจะฝากก็คือ ท่านไปท้าการศึกษาวิจัยมาเลยครับท่านประธาน ทางสถาบันครับว่ารัฐธรรมนูญที่ใช้มาแต่ละฉบับ จนถึงฉบับปัจจุบันมีจุดอ่อน มีจุดแข็ง มีจุดเด่น มีจุดด้อย อย่างไร แล้วรัฐธรรมนูญที่ควรที่จะเป็น เมื่อเทียบเท่ากับนานาอารยประเทศควรที่จะเป็นอย่างไร เป็นที่ยอมรับของอารยประเทศ ควรที่จะเป็นอย่างไร เพื่อที่จะขจัดข้อโต้แย้ง เพื่อที่จะขจัดปัญหาว่าเป็น ๒ มาตรฐาน เลือกปฏิบัติ ไม่ถูกต้อง ไม่ได้รับความเป็นธรรม ออกไปทั้งหมดเสียที กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญอื่น ๆ รวมไปถึงกฎหมายที่บังคับใช้อยู่แล้วทั้งหมดท่านพิจารณาศึกษาและหาทางออกให้กับ ประเทศได้ไหมครับ เสนอมา แน่นอนข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้าสังคมอาจจะไม่ได้ เป็นไปตามนั้นทั้งหมด แต่อย่างน้อยที่สุดความกล้าหาญ ความเด็ดเดี่ยวทางวิชาการ ความกล้าที่จะเสนอทางออกให้กับประเทศในฐานะนักวิชาการอย่างมีอิสระบนข้อมูล บนข้อเท็จจริง และหลักฐานทางวิชาการ อันนั้นละครับจะเป็นเครื่องค้ายันและยืนยันให้กับท่านว่า ท่านได้ตัดสินใจโดยถูกต้องชอบธรรมและประเทศจะเดินไปในทิศทางนั้นหรือไม่อยู่ที่คนไทย ทั้งประเทศที่จะเป็นผู้เลือก กราบขอบพระคุณครับ