สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย พูดถึงสถาบันพระปกเกล้าและบทบาทของสถาบันนี้ในการส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข และเรียกร้องให้สถาบันพระปกเกล้าเป็นพี่เลี้ยงของรัฐสภาเพื่อช่วยให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าใจและปฏิบัติตามหลักการประชาธิปไตย

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในเรื่องของสถาบันพระปกเกล้า กระผมเองก็เป็นผู้หนึ่งที่เป็นนักศึกษาของสถาบันนี้ ก็ถือว่ามีความภูมิใจแล้วก็ช่วงที่ ได้เข้าเรียนใน ปปร. รุ่นที่ ๑๓ ผมก็พยายามที่จะเรียนรู้ว่าสถาบันพระปกเกล้าได้สอนอะไร ให้กับพวกเราบ้าง หรือว่าจะจูงพวกเรารัฐสภาแห่งนี้หรือว่าพี่น้องประชาชนหรือว่า ข้าราชการนี่เขาก้าวเดินไปทางไหน ในเบื้องต้นนะครับ กระผมเข้าใจว่าวันนี้ ส.ส. ในระบอบประชาธิปไตยที่ขึ้นมานี่นะครับ ท่านก็มาจาก หลากหลายความรู้ หลากหลายสาขาอาชีพ มาจากทุกภาคส่วนของประเทศไทยย่อมมีความรู้ ความเข้าใจในการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่แตกต่างกัน ผมถือว่าสถาบัน พระปกเกล้านี่เป็นสถาบันที่ส้าคัญในการที่จะให้ค้าแนะน้าหรือว่าอาจจะสอนด้วยก็ได้นะครับ สอนให้ ส.ส. เข้าใจว่าประชาธิปไตยมันเป็นอย่างไร ประชาธิปไตยที่มีองค์พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพระประมุขนี่ควรจะด้าเนินการกิจการอย่างไร แล้วก็สอนกติกากิริยามารยาทให้ ส.ส. ด้วย ในบางโปรแกรม (Program) นะครับ ผมก็ได้เข้าเรียนด้วยนะครับ สอนให้ ส.ส. รู้จักการเป็นผู้น้า ความเป็นผู้น้า สอนให้รู้จักการมีมารยาทในการเป็นตัวแทนใน ระดับประเทศเวลาเดินทางไปไหนมาไหนก็จะได้ไม่อับอายขายขี้หน้าเขา ผมถือว่าสถาบัน พระปกเกล้านี่ถือว่าเป็นพี่เลี้ยงนะครับ เป็นพี่เลี้ยงของรัฐสภาของเรา แล้วก็จากการที่ได้เป็น นักศึกษาของสถาบันพระปกเกล้านี่ผมก็ได้ประโยชน์นะครับ แต่ที่จ้าเป็นหลัก ๆ ไว้ก็คือ ประชาธิปไตยนี่นะครับ มันก็จะดูหลัก ๆ ของโลกตั้งแต่ประเทศสหรัฐอเมริกา มีประธานาธิบดีมีอ้านาจลงมา ถ้าประเทศอังกฤษก็มีนายกรัฐมนตรี ประเทศสหรัฐอเมริกาไม่มี พระมหากษัตริย์ ประเทศอังกฤษมีพระมหากษัตริย์ หรือจะเอาแบบประเทศฝรั่งเศสที่เป็นกึ่ง ๆ สังคมนิยมด้วย มีวิธีการคัดเลือกการเลือกตั้ง ก็พยายามเรียนรู้ แล้วก็เข้าใจ ก็ขอบคุณ วันนี้ก็ พยายามที่จะไปที่เจตนารมณ์ในการที่จะตั้งสถาบันพระปกเกล้าขึ้นมาเพื่ออะไร ก็มาดูรายงาน ปี ๒๕๕๓ ผมก็พยายามดูว่าเนื้อหาเนื้องานพยายามเอาเซเว่นเอส (Sevens) มาจับ แมคคิงซี (Mckingy) มาจับ โครงสร้างการบริหารการจัดการ หรือวิธีการแนวคิดในการด้าเนินการ หรือสแทรท์ทิจี (Strategy) ทั้งหลายนี่ หรือแม้กระทั่งในเรื่องของสไตล์ (Style) การท้างานนี่ กระผมเข้าใจว่าเวลาเราดูหลักการการบริหารการจัดการกันนี่นะครับ เราคงจะดูผู้บริหาร ผู้บริหารนี่ ผู้น้านี่ องค์กรนี่ มีแนวคิดอย่างไร ถ้าวันนี้ผมก็อ่านหน้าแรกเลยครับ สาสน์จาก เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ก็บอกว่าสถาบันพระปกเกล้าได้ด้าเนินงานเพื่อเสริมสร้างและ เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เป็นพันธกิจหลักของสถาบัน แค่นี้ก็พอแล้วครับ แค่นี้ ก็พอแล้ว ผมก็อ่านแค่นี้ก็พอ เพราะว่าเดี๋ยวเวลาวางโครงสร้างมา วางทีมเวิร์ค (Teamwork) ลงมา ไม่ว่าจะท้าอย่างไรก็แล้วแต่ ท่านก็ไปท้าเรื่องนี้เลยครับ ท้าให้พี่น้องประชาชนได้มี ความรู้ความเข้าใจในเรื่องระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพระประมุข แต่ที่ผ่านมาก็ค่อนข้างจะรู้สึกว่าสถาบันพระปกเกล้าของเราเกิดกรณี ความขัดแย้งของบ้านเมืองตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ มา มาถึงปี ๒๕๕๓ มีการฆ่าฟันกัน มาปี ๒๕๕๔ เลือกตั้งใหม่ ปี ๒๕๕๕ นี้เริ่มใหม่ กระผมเข้าใจว่าความขัดแย้งต่าง ๆ นี้ก็ยังคงอยู่ ความรักนะครับ กระผมเข้าใจว่าวันนี้ปรองดองหรือสมานฉันท์นี่พยายามท้ากัน แต่มันเฝือหรือเปล่าครับ พูดแล้วท้าได้หรือเปล่า จะยอมรับกันไหมในกติกาอันนี้นี่ จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ วิพากษ์ มาตรา ๑๑๒ หรือการตั้งของคณะนิติราษฎร์ ทั้งหมดทั้งมวลนี้มันเกี่ยวข้องกับการเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขหรือเปล่า กระผมว่ามันเกี่ยวนะครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะเห็นนะครับ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนี้ อยากจะให้มีกรรมการหรือมีสถาบันที่พูดแล้วนี่คนฟัง ไม่ใช่พูดแล้วนี่คนไม่ฟัง ถ้าปล่อยให้ พรรคการเมืองมาว่ากันคนละทีสองที กระผมก็เข้าใจว่าเป็นมุมมองนะครับ เป็นความเชื่อ เป็นมุมมอง เป็นความรู้ของแต่ละท่าน ของแต่ละพรรค เกรงว่าจะเป็นตาบอดคล้าช้างกัน เกรงว่าเดี๋ยวจะขี่ช้างจับตั๊กแตน ท่านประธานครับ ท้าไมต้องเป็นเป็นประชาธิปไตย สอนสิครับ สอนประชาชน สอนพวกผมก็ได้ ท้าไมต้องเป็นประชาธิปไตย แต่ไม่ใช่มาบอกว่าต้องมีเสรีภาพนะครับ ผมก็อยากจะบอกว่า เสรีภาพน่ะ นกบนฟ้าน่ะเสรีภาพ ปลาในน้าก็เสรีภาพ นกในรูก็เสรีภาพ หนูในรังก็เสรีภาพ สัตว์ในป่าก็เสรีภาพ นกบินบนฟ้า บิน ๆ เดี๋ยวนายพรานก็ยิงโป้งเดียวก็ร่วงลงมา ปลาในน้าปลาเล็กว่ายไปว่ายมาปลาใหญ่มันกินฉึบเข้าไป นี่อย่างไรครับ เสรีภาพ เพราะฉะนั้นพูดเรื่องประชาธิปไตย ความรู้ความเข้าใจในการเมืองการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยผมว่าสถาบันพระปกเกล้าท่านต้องให้ความรู้ ท่านต้องเป็นกรรมการ ให้พรรคการเมืองเขาแข่งกันเหมือนทีมฟุตบอลก็ได้ เตะกันมีกรรมการ อะไรที่มันละเมิด กฎกติกามันต้องมีคนชี้ให้เห็นครับ แต่ผมชอบนักกอล์ฟที่เขาเล่นกันนะครับ เขาบอกว่า มีแฮนดิแคป (Handicap) เท่าไร ผมตีไม่เป็นหรอกครับ แต่ผมพยายามฟังเขา เขาจะโกหกกัน หรือขี้โกงกันหรือเปล่า กฎ กติกา มารยาทในการตีกอล์ฟ มารยาทครับ ถ้าไม่ผิดมารยาทละครับ ก็ไม่ผิดกฎ กติกาแน่นอน วันนี้มัวแต่เอากฎ กติกามาจับ มันก็มองกันไป ก็ตีความกันไป ก็ทะเลาะกันไป ผมอย่างนี้ดีไหมครับ ผมคงไม่อยากจะใช้เวลาพูดนาน แต่อยากจะชมว่า โครงสร้างในการจัดระบบของสถาบันพระปกเกล้าในการบริหารการจัดการ อันนี้ผมดูแล้ว ก็พยายามคิดตาม ดีนะครับ ค่านิยมหลัก ประมวลจริยธรรมมี ๑๐ ข้อ หน่วยงานภายใน ก็มีอยู่ ๑๐ หน่วยงานเหมือนกัน แล้วมาดูภาคผนวก ดูแต่ละหัวข้อน่าสนใจทั้งนั้นเลย เป็นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยทั้งนั้น แต่ท้าไมสอนไป สอนไป บ้านเมืองยังขัดแย้งกันอยู่เลย บ้านเมืองยังทะเลาะกันอยู่ จะแก้ไข รัฐธรรมนูญ ตกลงกันไม่ได้สักทีหนึ่ง ความไว้วางใจกันไม่มีเลย การยอมรับไม่มีเลย ใครเสียงดังหน่อย พูดได้ก็พูดเอา ผมว่าอย่างนี้นะครับ มันไม่มีกรรมการหรอกครับ มันเหมือนกับไม่มีใครมาชี้ว่า ความคิดใครจะถูก แล้วก็ปล่อยให้ขัดแย้งกันไปเรื่อย ๆ แสดงความคิดเห็นกันไปเรื่อย ๆ แล้วเดี๋ยวพวกไหนแยะ พวกไหนเยอะชนะกันไปผลก็จะออกมานั่นเอง ผมว่าแค่นี้นี่ เดี๋ยวมันจะผิดฝาผิดตัวเสีย อย่างนี้ไม่ได้นะครับ กระผมเข้าใจว่าความเป็นประชาธิปไตยนี่ ท้าไมต้องเป็นประชาธิปไตย เดี๋ยวผมขออนุญาตถามท่านเลยนะครับ ท่านช่วยสอนหน่อย ดีไหมครับ เดี๋ยวผมจะฟังท่านสอนว่าความรู้ความเข้าใจในการเมืองการปกครองนี่ โดยเฉพาะถามว่าท้าไมประเทศนี้ต้องเป็นประชาธิปไตยนี่ เราสมควรที่สุดที่จะต้องมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขนี่ สมควรท้าอย่างไร เพื่อให้พี่น้องประชาชนไม่ต้อง ขัดแย้งกันอีก ไม่ต้องฆ่ากันอีก รถถังจะได้ไม่ต้องออกมาวิ่ง ไม่ต้องไปยิงกบาลใคร อย่างนี้ จะน่ารักกว่านะครับ วันนี้เรื่องเศรษฐกิจนี่ทั้งโลกก็ปั่นป่วนไปหมดแล้วครับ ถ้าประเทศไทย ยังจมอยู่ในวังวนอย่างนี้ ผมเข้าใจว่าผมก็รักประเทศของผมนะครับ แก้ให้ได้ครับ แก้ให้ได้ ผมขอฝากสถาบันพระปกเกล้าด้วยครับ อย่างไรก็แล้วแต่ผมชอบนะครับ ค่านิยมหลักของท่าน ท่านเอามาสอนก็ได้นะครับ ไม่ต้องอันไหนครับ เอาค่านิยมของท่าน ๑๐ ข้อนะครับ มีจิตส้านึกและยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต้องแยกเรื่องส่วนตัวออกจากต้าแหน่ง หน้าที่ แล้วยึดถือประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ เหนือกว่าประโยชน์ส่วนตนหรือส่วนกลุ่ม มีจิตส้านึกที่ดี ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เสียสละ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว โปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ ยึดมั่นในจริยธรรม ยืนหยัด กระท้าในสิ่งที่ถูกต้องและเป็นธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต ละเว้นจากการแสวงหาประโยชน์ที่มิชอบ โดยอาศัยต้าแหน่ง หรือว่าปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรมเป็นกลางในทางการเมือง มีจิตมุ่งบริการ อัธยาศัยที่ดี มีมารยาทดี ผมว่าดีนะครับ ใช้ข้อมูลข่าวสารที่ได้มาจากการด้าเนินงานเพื่อการในหน้าที่ และให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนอย่างครบถ้วน ถูกต้อง ทันกาลและไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง หรือว่าจะเคารพและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ สอนให้ประชาชนเคารพรัฐธรรมนูญก็ดีนะครับ แล้วอย่าไปฉีกมันบ่อยนักนะครับ มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน เน้นการท้างานเป็นทีม ให้ความส้าคัญกับการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องโดยรักษาคุณภาพและมาตรฐานแห่งวิชาชีพ อย่างเคร่งครัด หรือสุดท้ายแล้วเป็นแบบอย่างที่ดีในการด้ารงตน รักษาชื่อเสียง และภาพลักษณ์ของหน่วยงานโดยรวม ท่านเอาตรงนี้ละครับเป็นไครทีเรีย (Criteria) เลยก็ได้ ผมจะท้าตามท่านทุกอย่างตรงนี้ อย่างนี้ดีนะครับ ก็จะได้รู้เลยว่าประเทศนี้ควรจะเดินอย่างไร สถาบันพระปกเกล้าผมมองในแง่บวกอยากให้ท่านเป็นพี่เลี้ยงและสอน ส.ส. อย่างพวกผม ให้ค้าแนะน้า แล้วก็ชี้ให้เห็น ท้าอย่างนี้จะเกิดผลอย่างนั้น ท้าอย่างนั้นจะเกิดผลอย่างนี้ มันจะได้เกิดประโยชน์ครับ ก็ขอฝากไว้เท่านี้ครับ