เหวง โตจิราการ หารือเรื่องสถาบันพระปกเกล้า โดยเรียกร้องให้สถาบันพระปกเกล้าตรวจสอบการล้มเจ้าในปี 2519 และการประท้วง 6 ตุลา เพื่อตรวจสอบว่าเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการใส่ร้ายหรือไม่ และว่าสถาบันพระปกเกล้าอยู่ตรงไหนในวันที่ศอฉ. นอกจากนี้ เขายังหารือเรื่องการรัฐประหาร การใส่ร้ายและโจมตีในทางการเมือง โดยเฉพาะกรณีการกล่าวหานายกรัฐมนตรีทักษิณ และเรียกร้องการวิจัยจากสถาบันพระปกเกล้าเกี่ยวกับการใช้สถาบันในการโจมตีและใส่ร้ายป้ายสี
คือผมเป็นห่วงสถาบันพระปกเกล้า เพราะว่าสถาบันพระปกเกล้าเขียนไว้ในเอกสารของท่านเองนะครับว่าท่านศึกษาวิจัยนะครับ ผมเองหาเล่มหนังสือไม่เจอแล้วนะครับ ขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานสักนิดหนึ่ง ผมเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประเด็นโดยตรง ผมถึงต้องกราบเรียนท่านประธาน และผมก็ดีใจที่มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสถาบันพระปกเกล้ามาร่วมรับฟังในที่นี้ แล้วผมก็กราบเรียนด้วยความจริงใจจริง ๆ ศึกษาวิจัยทางวิชาการเพื่อสร้างองค์ความรู้ และสะท้อนการแก้ปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาการเมืองการปกครองด้วยนะครับ ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และสถาบันพระปกเกล้า ศึกษาอย่างเป็นระบบ ผมก้าลังอยู่ในประเด็นเลยครับ เพราะผมเป็นห่วงครับว่าเมืองไทย ไปไหนไม่รอด เพราะมันมีคนบางกลุ่มใช้เรื่องสถาบันเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการใส่ร้ายป้ายสี คนบางกลุ่ม แล้วเรื่องนี้ก็ซ้าแล้วซ้าเล่า แล้วผมก้าลังจะกราบเรียนว่าขณะนี้ ก้าลังจะเกิดเหตุการณ์ซ้า ๖ ตุลา ก็คือไปใส่ร้ายป้ายสีคณะนิติราษฎร์ว่าไม่จงรักภักดีนะครับ ผมถึงฝากให้ทางสถาบันพระปกเกล้าไปวิจัย แล้วที่ผมก้าลังอภิปรายก็คือว่า ตอนเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม เป็นเหตุการณ์เช่นเดียวกับ ๖ ตุลาเลย ก็คือเริ่มต้นด้วย ผังล้มเจ้าก่อน ผมไม่เอ่ยนามนะครับ ในวันนี้ผู้ที่มีชื่อเกี่ยวข้องทั้งหลายยืนยันแล้วครับว่า บุคคลที่มีชื่อในผังนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการล้มเจ้าเลย สถาบันอยู่ไหนครับในวันนั้น ผมปวดร้าวครับ หลังจากฆ่ากันไป ๙๑ ศพ วันนี้ยังไม่ช้านะครับกรุณามาวิจัยได้ไหมครับว่า ผังล้มเจ้านั้นเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการที่ไปปั่นหัวทหารชั้นผู้น้อยเพื่อไปฆ่าประชาชน หรือเปล่า จริง ๆ ตรงนี้มีข้อมูลจากเสนาธิปัตย์ ตรงนี้เอ่ยได้ครับ เขียนไว้ชัดเจนและเอ่ยได้ เพราะอยู่ในหนังสือ ถ้าท่านจะโต้แย้งเดี๋ยวขอให้ผมไปค้นหนังสือมา แล้วผมก็จะโต้แย้งกับท่าน ในหนังสือเขียนชัดโดยหัวหน้าควง ปีที่ ๖๕ ฉบับเดือนธันวาคมเขียนไว้ชัดว่า นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม อนุมัติยุทธการในเมือง ผมขอแค่นี้เพื่อไม่ต้องการให้เกิดการประท้วงนะครับ อนุมัติยุทธการในเมือง ยุทธการนั้นคืออะไร ท่านลองไปดูก็แล้วกัน แต่ผลที่ท่านเห็นก็คือประชาชนเสียชีวิตด้วยปืนสไนเปอร์ (Sniper) แล้วก็การฆ่าฟันกันมากมาย ผมถามว่าสถาบันพระปกเกล้าอยู่ตรงไหนในวันที่ ศอฉ. เสนอผังล้มเจ้าครับ ผังล้มเจ้าเป็นเรื่องที่ไม่จริงครับ ทีนี้ผมขออนุญาตที่จะข้ามไปสู่ประเด็นที่ส้าคัญ เพราะผมไม่ต้องการที่จะให้เสียเวลาที่ประชุมแห่งนี้มากจนเกินไป
ข้อต่อมา กราบเรียนท่านประธานนะครับ เดี๋ยวจะได้ไม่ต้องมาประท้วงผม ผมอยู่ในประเด็นครับ ศึกษาวิจัยทางวิชาการเพื่อสร้างองค์ความรู้ และสะท้อนการแก้ปัญหา เกี่ยวกับการพัฒนาการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข และสถาบันพระปกเกล้าศึกษาอยู่ในระบบ ผมกราบเรียนถามท่านประธาน ท่านประธานเห็นด้วยกับผมไหมครับว่า ประเทศไทยที่มันไปไม่ถึงไหนเพราะมีการรัฐประหาร ซ้าซาก ผมยังไม่เคยเห็นผลงานวิจัยสักฉบับหนึ่งของสถาบันพระปกเกล้าวิเคราะห์ในเรื่อง การรัฐประหาร และผมเองด้วยความเคารพผมเองไม่ว่ากันหรอกครับ คนบางคนที่อาจจะ มีส่วนร่วมกับการรัฐประหาร แต่ในวันนี้ท่านส้านึกแล้วหรือยังว่าการรัฐประหารเป็นสิ่งที่ผิด ถ้าหากว่าท่านส้านึกว่าการรัฐประหารเมื่อ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เป็นเรื่องที่ท้าลาย ประเทศชาติอย่างย่อยยับท่านควรมาขอโทษประชาชนแล้ววิเคราะห์ให้เห็น ผมเห็นหลายคน เป็นกรรมการในสถาบัน ไม่ขออนุญาตเอ่ยนามแล้วกัน เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นว่าผมไปเอ่ยชื่อคน ที่จริงผมไม่ได้กลัวเรื่องการฟ้องร้องครับ เพราะมีหลักฐานอะไรมากมาย แต่ผมไม่ต้องการ เอาเปรียบคนเฉกเช่นนักการเมืองบางคนที่ชอบเอาเปรียบคน ผมไม่ต้องการเอาเปรียบคนครับ แต่ในรายชื่อของสถาบันมีหลายคนมีส่วนร่วมในการรัฐประหาร ผมจึงถามต่อนะครับว่า สถาบันเห็นว่าการรัฐประหารเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยหรือเปล่า ถ้าหากว่า การรัฐประหารเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยก็กรุณาเชิญชวนรัฐประหารเลยนะครับ ผมไม่ได้ท้าทายนะครับ บ้านเมืองมันจะได้ไปรอดเสียที ผมเคยกราบเรียนท่านประธาน หลายครั้งแล้วนะครับว่าประเทศไทยไม่มีอะไรด้อยไปกว่าประเทศญี่ปุ่นเลย แต่เราไปไหนไม่รอด เพราะว่ามีการรัฐประหารซ้าซาก ช่วยตอบได้ไหมครับว่าการรัฐประหารเป็นประโยชน์ หรือเป็นโทษต่อประเทศไทย แล้วการรัฐประหารตั้งแต่การรัฐประหารครั้งแรกจนถึงปัจจุบัน ก็อ้างอย่างน้อย ๒ ข้อ
ข้อที่ ๑ ก็คือไม่จงรักภักดี เอาสถาบันมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองอีกแล้ว
อันที่ ๒ ก็คือคอร์รัปชันโกงกิน สุดท้ายก็เป็นข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอยครับ ในวันนี้คุณกล่าวหานายกรัฐมนตรีทักษิณคุณพิสูจน์ได้แล้วหรือยังว่าอะไรบ้าง ๒,๕๐๐ ศพ ที่กล่าวหานายกรัฐมนตรีทักษิณวันก่อน ผมในฐานะที่ผมเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ ความมั่นคงแห่งรัฐเจ้าหน้าที่ต้ารวจทุกระดับชั้นมายืนยันครับว่า ๒,๕๐๐ ศพเป็นเรื่องโกหกครับ เพราะว่าทุกปีมีคดีความและมีคนตาย ๒,๕๐๐ กว่าคนถึง ๓,๐๐๐ คน เป็นคดีอาญา แต่ไม่สามารถที่จะหาคนกระท้าได้ ไม่สามารถหาฆาตกรหรือคนลงมือได้ เพราะฉะนั้น คุณอย่าเหมารวมสิครับ เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่มาให้ข้อมูลกับผมแล้วผมจะเอาข้อมูลมากราบเรียน ท่านประธานทีหลังว่าในปีที่กล่าวหาว่ามีการฆ่าคนตาย ๒,๕๐๐ ศพจากเรื่องยาเสพติด ค่าตัดตอนนี่ ที่นักการเมืองบางคน พรรคการเมืองบางพรรคชอบตอกย้าอยู่เรื่อยในสภาแห่งนี้ ผมกราบเรียนนะครับเจ้าหน้าที่ระดับสูงบอกกับผมในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการ ความมั่นคงแห่งรัฐว่าในปีนั้นมีคดีความอันเนื่องจากยาเสพติดแค่ประมาณ ๑๐๐ กว่าคดีเศษ ๆ เป็นต้น นี่คือการใส่ร้ายป้ายสีกันนะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะสรุปแค่นี้นะครับว่า อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังสถาบันพระปกเกล้า
ข้อที่ ๑ กรุณาวิจัยหน่อยได้ไหมว่าในวันนี้มีคนเอาสถาบันมาเป็นเครื่องมือ ในทางการเมืองโจมตีและใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น และอาจจะลึกไปจนถึงขั้นที่จะ ก่อกรณีฆ่าสยดสยองวันที่ ๖ ตุลาคมกลางเมืองขึ้นอีก แล้วท่านจะอยู่นิ่งดูดายได้หรือไม่ ท่านควรจะวิจัยหรือไม่
ข้อที่ ๒ ก็คือการรัฐประหารเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยหรือไม่ ถ้าท่านเห็นว่า ไม่เป็นประโยชน์ช่วยกรุณาเสนอมาตรการในการที่จะป้องกันรัฐประหารได้ไหมครับ ไม่อย่างนั้นผมก็รู้สึกเสียใจที่ว่าเราตั้งสถาบันพระปกเกล้ามา แล้วข้อแรกของพันธกิจ ท่านเขียนไว้ชัดเจนเลยนะครับ อย่างนี้นะครับ แล้วท่านท้าอะไรบ้างเกี่ยวกับค้าถาม ๒ ข้อของผม ขอบคุณท่านประธานครับ